
(ภาพจาก http://hilight.kapook.com/view/120189)
ภาพแคมเปญ “หยุดฆ่านักปั่น” จากผู้ใช้งาน facebook คนหนึ่งที่เคยเผยแพร่บนโลกอินเตอร์เน็ต รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนสำหรับจักรยาน
แม้จะเคยมีการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความปลอดภัยพื้นที่จักรยาน แต่ก็ทำให้เกิดกระแสด้านลบเกี่ยวกับผู้ใช้จักรยาน ว่าในหลายๆครั้งคนปั่นจักรยานเองก็ขาดความระมัดระวังในการใช้ถนนร่วมกันผู้อื่นด้วย ผู้ใช้รถบนท้องถนนควรระมัดระวังภัยร่วมกัน และไม่มียานพาหนะใดมีสิทธิพิเศษเหนือกัน เรื่องราวความเข้าใจผิดๆระหว่างกันนี่เอง ทำให้กลุ่มนักศึกษาของชมรมจักรยานศิลปากร หรือกลุ่ม ฉันปั่น – ศิลปากร เกิดแรงบันดาลใจสร้างกิจกรรมที่ชื่อว่า Bike Design Lab ขึ้นมา ภายใต้ความสนับสนุนโครงการจาก Coca Cola และ a day
กิจกรรม Bike Design Lab นั้นมีจุดประสงค์เพื่อการสื่อสารความเข้าใจอันดีในการใช้งานจักรยานร่วมกับพาหนะอื่นๆบนท้องถนน มุ่งหวังจุดเริ่มต้นของความเข้าใจและการมีน้ำใจซึ่งกันและกันบนเส้นทางสัญจร โดยการจัดงานครั้งแรกนี้มาในธีมหัวข้อว่า Bike Message(r) จักรยานพูดอะไร? การทำงานในรูปแบบนิทรรศการเคลื่อนที่ด้วยจักรยาน โดยคนที่มาเข้าร่วมสามารถนำงานออกแบบของตัวเอง สื่อสารเรื่องรณรงค์การใช้ท้องถนนลงไปในผ้าใบกระเป๋าจักรยานที่ออกแบบเป็นพิเศษ กระเป๋าสามารถขยายตัวออกมาประกอบรวมกันเป็นแผ่นภาพนิทรรศการขนาดใหญ่ แล้วไปจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆได้ ด้วยสองเท้าและสองล้อของตนได้
กิจกรรมออกแบบครั้งนี้มีผู้มาเข้าร่วมถึง 24 คน ซึ่งมาจากหลากหลายสาขา โดยส่วนมากเป็นนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่ และเป็นผู้ใช้จักรยานในเมือง และถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน เพื่อระดมไอเดียออกแบบความคิดไปจัดแสดงนิทรรศการข้างนอกให้ได้ 4 เรื่องราว
ทีเด็ดของการทำนิทรรศการเคลื่อนที่นั้นคือ กระเป๋าที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อเอาไว้ใช้ทำนิทรรศการเคลื่อนที่ ที่มีชื่อว่า Filp’up Message(r) Bag ภายนอกอาจจะดูเป็นแค่กระเป๋าสะพายปั่นจักรยานทั่วไป แต่เมื่อพลิกออกจะสามารถกางตัวมันเองออกมาเป็นผืนผ้าใบ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 4 เท่าในแนวดิ่ง และเมื่อกระเป๋าใบนี้ได้รวมกับใบอื่นๆ ก็จะสามารถกลายเป็นแผ่นภาพนิทรรศการขนาดใหญ่ ที่ในตอนสุดท้ายเมื่อ6 คนในกลุ่มไปปั่นจักรยานด้วยกันก็จะสามารถแสดงงานได้อย่างสมบูรณ์
ตัวอย่างผลงานแต่ละกลุ่ม
แม้ในวันนี้จะเป็นเพียงน้องๆกลุ่มคนเล็กๆที่รวมตัวกันเพื่อการสื่อสารความเข้าใจเรื่องการใช้งานจักรยานแก่สาธารณะชนคนหมู่มาก แต่ก็นับเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญ ที่จะจุดประกายตัวเราเองให้เปิดใจเรียนรู้ผู้ร่วมทางสัญจรบนท้องถนนประเภทอื่นๆร่วมกันกับเรา เข้าใจในความแตกต่าง มีน้ำใจและเคารพซึ่งกันและกันเพื่อสร้างเมืองที่มีวินัยจราจรที่ดีของพวกเรา
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/chanpunsu