10 Fonts ดูดีที่ช่วยให้งานออกแบบโดดเด่น

คุณใช้เวลาจัดวางและเลือก Font ในสไลด์พรีเซนเทชั่นนานกี่นาที  ?

บางทีคุณอาจเผลอใช้เวลาไปหลายสิบนาทีกว่าจะเจอ  font ที่ถูกใจได้ซักที  เหตุผลอาจเป็นเพราะสถาปนิกหรือนักออกแบบจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบกราฟิกเป็นเครื่องมือเพื่อสื่อสารงานดีไซน์ของตนเอง  จึงต้องพิถีพิถันกับการเลือก font ตัวอักษรที่จะนำมาใช้อธิบายเนื้อหา ไอเดียความคิด รายละเอียดงานออกแบบ  การเลือก font ตัวอักษรเลยนับเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่สำคัญในหน้าพรีเซนเทชั่นที่จะช่วยสร้างความเข้าใจ อารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อสารให้กับคนอ่านได้มากขึ้น    

นอกจากสถาปนิกจะต้องออกแบบแผนผังอาคาร แบบแปลน รูปด้าน มุมมองการใช้งานภาพ perspective ให้น่าประทับใจแล้ว การเลือก font มาใช้ในงานพรีเซนเทชั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กัน ว่าจะเลือกตัวอักษรพิมพ์เล็กหรือพิมพ์ใหญ่ไว้ที่ตรงไหน ตัวเอียงหรือตัวหนา ขีดเส้นใต้หรือขยายขนาดเพื่อเน้นความสำคัญอย่างไร เพื่อให้ตรงกับความหมาย ความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อสาร  ลองนึกภาพแบบแปลนบ้าน modern เรียบง่ายจับคู่กับ font สไตล์ WordArt ย้อนยุค ดูแล้วก็คงไม่น่าปลื้มใจสำหรับใครก็ตามที่มองเห็น

 

เราเลยไปคัดเลือก font ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับนักออกแบบมาให้ถึง 10 แบบ มีทั้งของฟรีและของที่ต้องเสียสตางค์  ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่งานเขียนแบบ รายละเอียดวัสดุ คำบรรยาย ชื่อหัวข้อหลัก  จนถึงแผนผัง diagram ไอเดียการออกแบบ

Futura

– ตัวอักษรแนว Modern Graphic Design ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทคนิคแบบ Bauhaus ออกแบบโดย Paul Renner ในช่วงทศวรรษที่ 1920
– เน้นการใช้เส้นตรงและเส้นโค้งที่เรียบง่าย ทำให้เกิดความสมดุล สมมาตรซ้ายขวา มีเหลี่ยมมุมที่แหลมคม
– ไม่เหมาะกับข้อความขนาดยาว เนื่องจากเป็นตัวอักษรที่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน อาจทำให้คนอ่านรู้สึกสายตาเหนื่อยล้า
– ควรใช้เป็นชื่อหัวข้อ,คำบรรยายสั้นๆ (titles,subtitles) หรือข้อมูลที่ดูเป็นทางการ อย่างข้อมูล resume ส่วนตัว,พรีเซนเทชั่นข้อมูลขององค์กรบริษัท


Bauhaus


– ออกแบบโดยกราฟิกดีไซเนอร์ Herbert Bayer  เค้าเริ่มพัฒนาตัวอักษร Bauhaus ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ในสถาบัน Bauhaus
– เน้นการใช้เส้นหนา ความโค้งมน เว้นที่ว่างเล็กๆไว้ระหว่างเส้นตัวอักษร เพื่อไม่ให้รู้สึกทึบตันจนเกินไป
– เป็น font แบบเรียบง่าย เหนือกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน ที่มักจะนิยมใช้กับชื่อหัวข้อและคำอธิบายเนื้อหา


Neutra

– ตั้งชื่อขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่สถาปนิกยุคใหม่คนสำคัญ Richard Neutra
– นักออกแบบกราฟิก Christian Schwartz จึงได้เริ่มต้นโปรเจกต์ออกแบบตัวอักษรเพื่อให้เหมาะกับกราฟิกงานสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ
– เป็น font ที่ถูกใช้ในงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบกันอย่างแพร่หลาย สูสีกับ font Futura (จุดแตกต่างที่สังเกตได้ชัดคือเส้นขนาดหนากว่าและเหลี่ยมมุมที่ไม่แหลมคมมากจนเกินไป)

Bodoni

– Font เก่าแก่ที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1767 โดย Giambattista Bodoni
– ลักษณะตัวอักษรอ้วนหนา ใช้ส่วนโค้งมนเยอะ แบบมีเส้นรับหัว – ฐาน และใช้ความหนาเส้นบาง – หนาสลับกันไปเพื่อความสวยงาม
– เลือกใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะรูปแบบตัวอักษรที่โดดเด่น  จึงไม่เหมาะกับข้อความขนาดยาว ควรนำไปใช้กับส่วนไฮไลท์ที่ต้องการเน้นความสำคัญ อย่างชื่อเรื่องและรายละเอียดสั้น ๆ

Gotham

– ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวอักษรที่ใช้กันทั่วไปที่ใช้ในป้ายสัญลักษณ์และกราฟิกการออกแบบทางสถาปัตยกรรม
– ออกแบบ Tobias Frere-Jones ช่วงปี ค.ศ. 2000
– นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในงานประชาสัมพันธ์ ป้ายประกาศ นามบัตรและโลโก้ เพราะความหนาของเส้นขนาดพอดี ๆ  เข้ากับองค์ประกอบอื่นได้ไม่ยาก เรียบง่าย น่าเชื่อถือ

Butler

– ถ้าคุณต้องการตัวอักษรสมัยใหม่ที่ดูอ่อนโยนกว่าแบบ Bodoni  ที่เน้นส่วนโค้งเว้า และความหนาบาง เราอยากจะแนะนำให้ใช้  font  Butler ที่ดูคล้ายกับเป็นลูกหลานในตระกูลเดียวกัน
– เหมาะที่จะใช้เป็นชื่อหัวข้อและงานออกแบบโลโก้

Consolas

– ออกแบบโดย Lucas deGroot กราฟิกตัวอักษรที่ดูสะอาดตา สัดส่วนที่กำลังพอเหมาะ ทำให้สามารถอ่านค่าได้นานโดยไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหนื่อย
– ใช้กันอย่างแพร่หลายในหนังสือหรือนิตยสารเฉพาะด้านเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม เป็นตัวอักษรที่เหมาะอย่างยิ่งกับข้อความแบบยาว เนื้อหาที่ต้องบรรยายรายละเอียดเยอะ ๆ
– ในระบบปฎิบัติการของ  Windows จะมีตัวอักษรที่คล้ายกันนี้อีก 5 ตัว (Cambria, Constantia, Corbel, Candara และ Calibri) ล้วนแล้วแต่เป็นรูปแบบที่ใช้กันมากที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่ม

Helvetica

– Font สุดฮิตที่สถาปนิกและนักออกแบบส่วนใหญ่เลือกใช้  เนื่องจากความเรียบง่าย เส้นตรงที่สม่ำเสมอกับส่วนโค้งเว้าที่ไม่มากเกินไป
– สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20  โดย Max Miedinger และ Eduard Hoffmann ที่ต้องการสร้างกราฟิกตัวอักษร modern graphic design ที่ทันสมัย  ดูเป็นกลาง วางสัดส่วนเส้นและขนาดตัวอักษรให้นำไปใช้งานง่าย  ซึ่งความแพร่หลายในวันนี้ก็คงการันตีความสำเร็จของพวกเค้าได้เป็นอย่างดี

Modeka

– ตัวอักษรที่เน้นการใช้เส้นตรงเล็กบางและการดัดงอของเส้นโค้งแบบไม่ทิ้งมุมแหลมไว้ให้ทิ่มแทงสายตา เป็นผลงานการออกแบบของ Gatis vilaks
– สามารถนำไปใช้ได้ทั้งชื่อหัวข้อที่ต้องการความร่วมง่าย ร่วมสมัย หรือจะใช้เป็นคำบรรยายรายละเอียดองค์ประกอบของภาพก็ได้

Poplar

– ออกแบบโดย Barbara Lind  เป็น Font ตัวสุดท้ายที่หลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นตา เพราะเป็นตัวอักษรที่ใช้อยู่ในโปรแกรม   Adobe ที่ต้องการสื่อความรู้สึกหนักแน่น แข็งแรง แต่ยังคงอ่านง่าย มีเอกลักษณ์ ด้วยเส้นตัวหนา ลดเหลี่ยมมุมออก เว้นช่องว่างระหว่างเส้นไว้เพียงเล็กน้อย
– เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย  เช่น บอร์ดแผนผัง  งานพรีเซนเทชั่น  คำบรรยายและรายละเอียดก็ใช้งานได้ดี

และบทความที่คุณกำลังอ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้ ถูกนำเสนอด้วย font ที่มีชื่อว่า Arial ขนาดตัวอักษร 14pt เพื่อความสบายสายตา อ่านง่าย ทั้งในหน้าจอตั้งโต๊ะและขนาดพกพา 

ข้อมูลอ้างอิงจาก archdaily

 

Writer

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!