ARCHITECTURE DESIGN DVIEW

No Place like Nowhere มิติซ้อนทับแห่งสถาปัตยกรรมและอาหาร

“บันได” หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของการออกแบบสถาปัตยกรรม นำผู้ใช้งานไปสู่ระดับพื้นที่แตกต่างกัน และใน Nowhere “บันได” คือการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยนำสายตาไปสู่ Nowhere หรือทุกๆที่ภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ บาร์ ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยแนวคิดของ “บันได” 

Nowhere ตั้งอยู่บน Roof Top ของโรงแรม Tha City Loft Hotel ย่านเอกมัย ร้าน Nowhere มีทั้งพื้นที่ Indoor และ Outdoor ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่บน Roof Top และส่วน Outdoor หันหน้าไปทิศตะวันตก ทำให้คุณสามารถนั่งรับประทานอาหาร ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นย่านเอกมัยพร้อมทั้งดื่มดำกับพระอาทิตย์ตกที่อยู่ตรงหน้า ณ ร้าน Nowhere ได้อีกด้วย

Nowhere เป็นร้านที่น่าสนใจด้วยบรรยากาศ และการมอบความรู้สึกให้กับผู้ใช้งาน ที่แตกต่างกันตามระยะเวลา ในตอนกลางวันบรรยากาศจะมี Mood & Tone จากเรื่อง 500 Days of summer มีความสดใส อบอุ่น จากแสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายังภายในร้าน ส่วนตอนกลางคืนมาจากเรื่อง Lost in Translation ที่มีทั้งความเท่ และดูขรึมภายในเวลาเดียวกัน

Relativity = Nowhere

คุณแพร หุ้นส่วนของร้านเล่าให้เราฟังว่า แนวคิดของการออกแบบร้านในตอนแรก ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปภาพ “Relativity” ของ MC. Escher มีบันได 7 ส่วน ซึ่งมีระนาบที่แตกต่างกัน และนำไปสู่ Nowhere แนวคิดหลักของร้าน เป็นบันไดที่ไม่สามารถบอกถึงจุดหมายปลายทางได้ เป็นแนวคิดของ Realistic และ Surrealism ที่นำผสมผสานกัน จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจของร้านอาหาร Nowhere ที่นำความ Surrealism มาเป็นหลักในการออกแบบ เช่น บันไดที่ลอยอยู่ข้างบน มาตกแต่งภายในร้านอาหาร

บันไดคือองค์ประกอบหลักและเป็นหัวใจสำคัญของการตกแต่งร้านอาหาร เป็นจุดเด่นที่เชื่อมต่อแต่ละส่วนของร้านเข้าไว้ด้วยกัน บันไดร้าน Nowhere ยังเป็นส่วนประกอบของ เคาน์เตอร์ บาร์ โต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้แต่ใช้เป็นที่วางของตกแต่งร้าน เช่น เทียน หนังสือ ต้นไม้ ซึ่งจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันไปตามเทศกาล หรืองานอีเว้นท์ต่างๆที่ทางร้านจัดขึ้น

การเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุดของ Nowhere เริ่มต้นจากบันไดที่คอยต้อนรับลูกค้าอยู่ตรงทางเข้าด้านหน้า และยาวต่อไปเรื่อยๆจนถึงเคาน์เตอร์บาร์ด้านข้าง ในขณะเดียวกันบันไดนี้ก็นำขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น จนถึงเพดานที่มีการเจาะช่องแสงไว้ โดยให้แสงจากธรรมชาติสาดส่องเข้ามาจากข้างบน บันไดจึงเปรียบเสมือนเป็นจุดดึงดูดสายตา สร้างความประทับใจแรกให้ลูกค้าหลังจากที่ได้เดินเข้าไปภายในร้าน

ไดอะแกรมแสดงแนวคิด การใช้บันไดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของร้าน

ตัวหนังสือ Nowhere เสมือนลอยอยู่กลางอากาศ เนื่องจากสถาปนิกตกแต่งร้านด้วยการใช้กระจกรับน้ำหนัก มาพิมพ์ชื่อร้านนั่นเอง

สถาปนิกใช้กระจกตกแต่งในส่วนที่ต่ำกว่าบันได โดยกระจกจะสะท้อนภาพบรรยากาศรอบข้าง เราจึงรู้สึกเหมือนบันไดนั้นลอยอยู่ท่ามกลางอากาศ นอกจากนั้นบันไดที่อยู่ตรงกลางร้าน มีกระจกเชื่อมระหว่างบันไดสองชุดเข้าไว้ด้วยกัน กระจกทั้ง 7 แผ่นนี้ นอกจากเพื่อการประดับตกแต่งแล้ว ยังเป็นกระจกที่ใช้รับน้ำหนักบันไดที่ขึ้นไปสู่ข้างบนอีกด้วย (แทนที่เสารับน้ำหนัก)

ก่อร่าง สร้างฝัน

สถาปนิกได้ออกแบบพื้นที่และสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งระยะเวลาในออกแบบ ก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 1 ปี โดยได้ทำการต่อเติมโครงสร้างเดิมจากบนหลังคาโล่งๆ ของโรงแรม Tha City Loft Hotel ภายในร้านจะมีเสาอยู่แค่บริเวณรอบนอกเท่านั้น ตรงกลางร้านจะไม่มีเสารับน้ำหนักอยู่เลย เพราะใช้หลังคาทรัสต์รับน้ำหนักนั่นเอง

ตกแต่งร้านโดยใช้กระจกบริเวณรอบร้าน ทำให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาภายในร้านได้ตลอดทั้งวัน ร้านจึงดู โปร่ง สบาย และยังสามารถเห็นบรรยากาศอาคารเล็กใหญ่ย่านเอกมัยได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีการออกแบบความสูงภายในร้านอาหารให้สูงถึง 3.3 เมตร ลูกจะค้าเกิดความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ไม่อึดอัด ในการเข้ามารับประทานอาหาร ภายในร้านมีพื้นที่ 250 ตารางเมตร และสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 70 ที่

No place like Nowhere

การออกแบบ การจัดแสง เฟอร์นิเจอร์ และอาหาร ทุกอย่างภายในร้านดูลงตัว เข้ากันหมด โดยมีแนวคิดที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Realistic และ Surrealism ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบร้าน โดยแรกเริ่ม คุณแพร หุ้นส่วนของร้าน เริ่มจากการคิดรายการอาหารก่อน อาหารที่ร้าน Nowhere เป็นอาหารที่มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบจากนานาชาติ เพื่อความลงตัวของรสชาติและเป็นเอกลักษณ์ แล้วจึงใช้แนวคิดนี้มาประยุกต์ในการออกแบบร้าน โดยให้เป็นไปตามแนวคิดที่ได้วางไว้

แสงไฟจะเน้นส่องไปที่บันไดเป็นหลัก ทำให้บันไดเกิดความโดดเด่นขึ้นมาจากส่วนประกอบอย่างอื่นภายในร้าน

จากการเลือกใช้วัสดุที่ทำจากไม้ คอนกรีต ภายในร้านจึงมีบรรยากาศที่ดูอบอุ่น และผ่อนคลาย ลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความสบายใจเมื่อเข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน

นอกจากแนวคิดที่เด่นชัดในเรื่องการใช้ บันได แล้ว อีกหนึ่งแนวคิดที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การนำสีเขียวจากต้นไม้มาสร้างบรรยากาศให้ภายในร้านเกิดความร่มรื่นมากขึ้น เช่นต้นไม้สีสันสดใสที่นำมาประดับตกแต่งบนโต๊ะทานข้าวและบันได หรือการปลูกพืชผักสวนครัว นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ซึ่งอยู่ตรงส่วน Outdoor ของร้านอาหาร

ต้นไม้ในขวดโหล (Terrarium) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภายในร้านเกิดความร่มรื่นมากขึ้น

Shrimp and Chorizo Pasta (ลิงกวินีกุ้งกับไส้กรอกโชริโซ) 360 B.

Watermelon Salad (สลัดแตงโมกับปลาแห้งญี่ปุ่น) 240 B.

Apple Crisp (แอปเปิ้ลคริสป์กับไอศกรีมซอลต์คาราเมล) 229 B.


Nowhere ร้านอาหารแสนอบอุ่น ที่มีบรรยากาศในตอนกลางวันและตอนกลางคืนแตกต่างกัน เป็นร้านที่มอบประสบการณ์ เป็นสถานที่ ที่ได้มาสังสรรค์ พบปะเพื่อนฝูงและครอบครัว ได้อย่างสนุกสนานในแบบที่คุณเป็น พร้อมกับดื่มด่ำกับรสชาติอาหารและการตกแต่งร้าน ในระหว่างที่รับประทานอาหาร และมอบความสุขกลับบ้านให้ลูกค้าหลังจากได้เข้ามาใช้บริการที่ร้าน Nowhere แห่งนี้

ขอบคุณ ร้านอาหาร Nowhere

Stu/D/O Team: Apichart Srirojanapinyo,Chanasit Cholasuek,

Park Lertchanyakul, Thanipath Thanawuttimanas

Lighting Designer: InContrast Design Studio
Structural Engineer: Darat Likitthaveechok

Area: 250 sqm.

 

0 comments on “No Place like Nowhere มิติซ้อนทับแห่งสถาปัตยกรรมและอาหาร

Leave a Reply

%d bloggers like this: