ARCHITECTURE DESIGN

นอกจากความสวยงาม มีเรื่องอะไรอีกที่ต้องคิดถึงเมื่อต้องเลือกประตู-หน้าต่าง

ประตูหน้าต่าง นอกจากจะมีหน้าที่ในการเป็นทางเข้า-ออก ของบ้านหรืออาคารแล้ว ประตูหน้าต่างที่ดี ควรมีหน้าที่อะไรอีกบ้าง? สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม รวมถึงไม่คิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ประตูหน้าต่างควรจะมี โดยความสามารถต่างๆเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าจะคิดขึ้นเองได้ แต่หากต้องผ่านการออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญ และทดสอบคุณภาพต่างๆมากมายตามแต่ละมาตรฐานที่นำไปวัด ซึ่งหนึ่งในมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับคือมาตรฐาน JIS จากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้มงวดในการทดสอบทำให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพสินค้าได้หากว่าสินค้าตัวใดได้ผ่านการทดสอบจาก JIS แล้ว ซึ่งจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น วันนี้เรารวบรวมมาให้แล้วครับ

1. Wind loading resistance

(การต้านทานแรงลม)

ค่าความสามารถในการทนต่อแรงดันดันที่เกิดจากลม มีหน่วยวัดเป็นปาสคาล (Pa) สามารถตรวจสอบในรายละเอียดสินค้าได้ ว่าประตูหน้าต่างนั้นสามารถต้านทานแรงลมได้เท่าใด โดยสามารถแบ่งตามเกณฑ์ได้ดังนี้

ประเภท 1 ใช้กับอาคารสูงกว่า 40 เมตร บานประตูหน้าต่างต้านแรงลมไม่น้อยกว่า 1,600 ปาสคาล

ประเภท 2 ใช้กับอาคารสูงระหว่าง 20-40 เมตร บานประตูหน้าต่างต้องต้านแรงลมระหว่าง 1,200–1,600 ปาสคาล

ประเภท 3 ใช้กับอาคารสูงระหว่าง 10-20 เมตร บานประตูหน้าต่างต้องต้านแรงลมระหว่าง 800–1,200 ปาสคาล

ทั้งนี้การเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่มีค่าการต้านทานแรงลมไม่เหมาะสม เช่น อาคารสูง 25 เมตร แต่เลือกใช้บานประตูหน้าต่างที่ต้านแรงลมได้เพียง 900 ปาสคาล เมื่อเกิดพายุแรงบานประตูหน้าต่างอาจเกิดความเสียหาย เช่น กรอบบิดงอจนเปิดปิดล็อคยาก บานหลุดจากวงกบหรือกระจกแตก ซื่งจะเป็นอันตรายต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สินภายในที่พักอาศัยได้นั่นเอง

2.Water tightness (การกันน้ำรั่วซึม)

การป้องกันน้ำรั่ว คือประสิทธิภาพการป้องกันน้ำฝนรั่วผ่านประตูหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง เป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินภายใน โดยมีหน่วยเป็นปาสคาล (Pa) เช่นเดียวกับความดันลม แต่ในขั้นตอนของการทดสอบ จะให้แรงดันลมและมีปริมาณน้ำฝนร่วมด้วย มาตรฐานเรื่องการป้องกันน้ำรั่วซึมนี้ มีค่าระดับมาตรฐาน 100 – 500 ปาสคาล ตามความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในแต่ละภูมิภาคที่มีลักษณะของฝนและลมแรงต่างกัน และความสูงของอาคารที่พักอาศัย ซึ่งประตูหน้าต่าง TOSTEM ผ่านระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น JIS (A4702-2000 & A4706-2000) หากเลือกใช้ประตูหน้าต่างรุ่นที่เหมาะสม ก็สามารถป้องกันน้ำฝนรั่วได้อย่างแน่นอน

3.Air tightness (การป้องกันอากาศรั่วไหล)

การป้องกันอากาศรั่วไหล เป็นประสิทธิภาพในการป้องกันการรั่วไหลของอากาศผ่านช่องว่างเล็กๆระหว่างวงกบและตัวบานของประตูหน้าต่าง ประสิทธิภาพนี้ช่วยเรื่องการควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้องให้อยู่ในระดับที่ต้องการ ช่วยลดการรั่วไหลของความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันสิ่งรบกวนจากภายนอกเข้าภายในห้อง เช่น ฝุ่น กลิ่นรบกวน มลพิษต่างๆ

โดยประตูหน้าต่าง TOSTEM ได้ผ่านระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น JIS (A4702-2000 & A4706-2000) จึงมั่นใจได้ว่าสามารถป้องกันอากาศรั่วไหลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

4.Noise insulation (การป้องกันเสียง)

หลายคนสงสัยว่าบางครั้งที่ประตูหน้าต่างนั้นดูแข็งแรงดี แต่ทำไมจึงกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ไม่ดีนัก นั่นเพราะประตูหน้าต่างมีส่วนที่เป็นรอยต่อและมีช่องว่างระหว่างวงกบและตัวบานอยู่ หากไม่ได้มีการออกแบบโครงสร้างมาให้ปิดล็อคได้สนิท เสียงรบกวนจะสามารถเล็ดลอดผ่านช่องว่างนั้นเข้ามาได้ การออกแบบประตูหน้าต่างโดยคำนึงถึงทั้งรูปร่างอะลูมิเนียมโปรไฟล์และอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบกัน จะช่วยให้บานถูกปิดได้สนิทยิ่งขึ้น

ประตูหน้าต่าง TOSTEM ถูกออกแบบมาให้ปิดล็อคได้สนิทแน่นและเสริมซีลยางป้องกันน้ำ ซึ่งมีส่วนในการช่วยป้องกันเสียงรบกวนด้วย และหากเลือกใช้กระจกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงร่วมกันแล้ว ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันขึ้นไปอีก

*ระดับประสิทธิภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น JIS (A4706 และ A4702) ภายใต้การทดสอบในห้องจําลองผนังคอนกรีตตามที่บริษัทฯ กําหนด

ทั้งนี้ประสิทธิภาพการป้องกันเสียงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหรือองค์ประกอบต่างๆ ในห้องที่แตกต่างกัน สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผูู้เชี่ยวชาญด้านเสียง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก TOSTEM

0 comments on “นอกจากความสวยงาม มีเรื่องอะไรอีกที่ต้องคิดถึงเมื่อต้องเลือกประตู-หน้าต่าง

Leave a Reply

%d bloggers like this: