ARCHITECTURE DESIGN

Billionaire Boy กับของที่เรามองข้ามไป

พบกับ โจ สปัด

ไม่นานมานี้ได้อ่านหนังสือสำหรับเด็กเล่มนึง ชื่อ เด็กชายพันล้าน เขียนโดยนักเขียนหนังสือเด็กชื่อดัง เดวิด วัลเลียมส์ ซึ่งเรื่องราวเริ่มต้นนั้นสนุกสนาน เร้าจินตนาการ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราด้วย และพอคิดไปคิดมา หนังสือเด็กง่ายๆ เล่มนี้ มันทำให้เราได้คิดอะไร และตอบคำถามในใจได้หลายอย่างเลย

เรื่องราวหลักของหนังสือตลกๆ เล่มนี้ เกี่ยวกับชีวิตของเด็กชายคนนึงชื่อ โจ สปัด ที่ไม่ใช่แค่เป็นเศรษฐีเงินล้าน แต่คุณพ่อของโจ คือมิสเตอร์สปัด นั้น มีเงินหลายพัน หลายหมื่นล้านปอนด์เลยทีเดียว มันสนุกตรงนี้ ตรงที่หนังสือเล่าให้ฟังว่าชีวิตของเด็กชายพันล้านนั้น ทำอะไรบ้าง และใช้เงินยังไงบ้าง

เด็กชาย โจ สปัด มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าสามารถจินตนาการไปถึง ไม่ว่าจะ รองเท้ากีฬาไนกี้ 500 คู่ หุ่นยนต์หมาจากญี่ปุ่น ปลาฉลามที่มีชีวิตจริงๆ อยู่ในตู้ปลามหึมาที่บ้าน โรงโบวลิ่งส่วนตัว โค้ชฟุตบอลส่วนตัวจากทีมชาติอังกฤษ หรือแม้กระทั่งโรงหนัง 3D IMAX ในชั้นใต้ดินของบ้าน ทุกอย่างมันดูเหลือเชื่อจนน่าตลก ขณะที่อ่านอยู่ เราก็อดนึกไม่ได้ว่า ถ้าเราต้องออกแบบบ้านให้มิสเตอร์สปัด จะเป็นยังไง มันไม่น่าจะง่ายเลย

แต่! แต่โจ ก็ไม่วายถูกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนล้อเลียน เพราะคุณพ่อของโจนั้นไม่ใช่เศรษฐีเก่า ตระกูลขุนนางเหมือนพ่อแม่ของเด็กคนอื่นในโรงเรียน แต่มิสเตอร์สปัด เป็นคนธรรมดามาก่อน ที่เคยทำงานในโรงงานผลิตกระดาษชำระอย่างสุดจะเบื่อหน่าย จนกระทั่งวันนึง ที่มิสเตอร์สปัด ได้ความคิดสุดล้ำ ที่จะผลิตกระดาษชำระ ที่สองด้านไม่เหมือนกัน ด้านนึงเปียก และด้านนึงแห้ง ซึ่งหลังจากที่ผลิตออกมาแล้ว เพียงชั่วข้ามคืน มันก็กลายเป็นสินค้ายอดฮิตทั่วโลก ทำเงินมหาศาล อย่างที่เราไม่มีวันจะจินตนาการออก

แต่เรื่องของเรื่องก็คือ ใครๆ ก็อิจฉา โจ สปัด ที่อยากจะได้อะไรก็ได้ทันที ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย จนกระทั่งเราอ่านมาถึงกลางๆ เล่มที่เริ่มรู้สึกว่า โจ ไม่ได้รู้สึกรักและภูมิใจในตัวพ่อ ที่ทำธุรกิจร่ำรวยมหาศาล แต่โจกลายเป็นเด็กค่อนข้างเอาแต่ใจคนนึง ที่ยากจะพอใจกับอะไรรอบๆ ตัว ก็มีทุกอย่าง ได้ทุกสิ่งมาอย่างง่ายดาย พ่อซื้อของเล่นให้ได้ทุกแบบในโลก

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือเล่มนี้ เหมือนพยายามจะสอน โจ ไปพร้อมๆ กับที่สอนเรา ว่ามากมายเกินพอดีนั้น บางทีมันก็มากมายเกินไปจริงๆ และสุดท้าย บทเรียนของโจ ก็น่าตกใจมากสำหรับคนอ่านอย่างเรา เพราะโชคชะตาเล่นตลก ทำให้มิสเตอร์สปัด คุณพ่อของโจ ประสบปัญหาทางธุรกิจ กลายเป็นคนล้มละลาย ไม่เหลืออะไรเลย ภายในเวลาแป๊บเดียว โจต้องพบกับภาพที่ มีคนมาขนของมีค่าออกไปจากบ้านจนหมด แทบไม่เหลืออะไรเลย จนกระทั่งโจได้รับอนุญาตให้เลือกของในห้องของเล่น เก็บเอาไว้ได้อย่างนึง ท่ามกลางของเล่นและของอื่นๆ มากมายก่ายกอง ที่พ่อซื้อให้ โจเลือกที่จะเก็บ จรวด ทำจากแกนกระดาษทิชชู่ ที่พ่อทำให้ ซึ่งเป็นของชิ้นเดียวที่พ่อไม่ได้ซื้อมาในราคาแพง

มิสเตอร์สปัดย่อมประหลาดใจ ที่ลูกเลือกแกนกระดาษทิชชู่ แต่โจ ก็ตอบว่า เพราะมันเป็นของที่หาไม่ได้จากที่ไหน และพ่อก็ตั้งใจทำให้ด้วยความรักจริงๆ

แม้เราจะอดเสียดายความร่ำรวยมหาศาลของโจไม่ได้ และคิดในใจว่า ไม่น่าเลย แต่พอหนังสือเล่มนี้เล่าให้เราฟังต่ออีกนิด ถึงชีวิตหลังเหตุการณ์การล้มละลาย เราก็กลับมานึกสนุกอีกครั้ง เพราะคราวนี้ มิสเตอร์สปัด กำลังพยายามคิดประดิษฐ์อะไรขึ้นมาอีกครั้ง และพยายามหาไอเดียบรรเจิด จากของรอบๆ ตัว ที่เค้าคิดว่าคนอื่นลืมนึกถึง เหมือนที่เค้าเคยผลิตกระดาษทิชชู่สองด้านออกมาแล้ว

คราวนี้ ในฐานะคนอ่าน เราก็เลยสนุก พยายามนึกว่าถ้าเป็นเรา เราจะผลิตอะไรดี จากของที่คนอื่นนึกไม่ถึงและไม่เอามาใช้ นึกไปนึกมา ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ที่จริงแล้ว ในชีวิตประจำวัน เราก็มีโอกาสทำแบบนั้นอยู่ทุกวัน แค่มันไม่ใช่กระดาษทิชชู่มหัศจรรย์ แต่มันเป็นตึกรามบ้านช่อง ที่ต้องสร้างด้วยวัสดุอุปกรณ์มากมาย เราจะลือกมันยังไง เราจะมองมันและใช้มันด้วยวิธีไหน ที่เปิดโอกาสให้เราได้มองซ้ำในของที่คนอื่น หรือตัวเราเองมักจะมองข้ามไป และระหว่างที่พยายามนึกวาดภาพว่า ป่านนี้มิสเตอร์สปัดจะคิดค้นอะไรได้รึยัง ก็ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า บางที ข้อจำกัดที่มักทำให้เราบ่นด้วยความเบื่อหน่าย มันอาจจะสนุกและเปิดโอกาสให้เรามากกว่าการคิดอะไรแบบไร้ขอบเขตจำกัดก็ได้

อาจารย์ต้นข้าว ปาณินท์ สถาปนิก ผู้รักการอ่านหนังสือ และการสอนหนังสือ

0 comments on “Billionaire Boy กับของที่เรามองข้ามไป

Leave a Reply

%d bloggers like this: