ARCHITECTURE DESIGN DVIEW INTERIOR

The Rectangle Coffee x Tower กับการ “หวนคุณค่า” ของงานสถาปัตยกรรมให้กลับมามีตัวตนที่หอมกรุ่น

หนึ่งในการออกแบบสถาปัตยกรรมรีโนเวทที่ดี แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง “งานออกแบบที่เห็นถึงคุณค่าของโครงสร้างเดิมและต่อยอดเรื่องราวหรือสร้างเรื่องราวใหม่ๆให้กับอาคาร” อย่างโปรเจ็กต์ The Rectangle Coffee x Tower แห่งนี้  ที่เห็นคุณค่าของโครงสร้างอาคารเก่า และนำมาต่อยอดเรื่องราวได้อย่างหอมฉุย ในสไตล์ Loft ที่เป็น Loft อย่างแท้จริง โดยไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งหรือเลียนแบบวัสดุใดๆ เพราะเดิมเป็นอาคารพานิชย์เก่าแก่ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จและถูกปล่อยร้างกว่า 30 ปี ซึ่งแน่นอนว่าความดิบและเก่าของวัสดุที่ผ่านกาลเวลามายาวนานขนาดนี้ จึงช่วยให้โปรเจ็กต์ The Rectangle Coffee x Tower ออกมาเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ Loft ที่กลมกล่อมเช่นเดียวกับรสของกาแฟอย่างปฏิเสธไม่ได้

The Rectangle Coffee x Tower
ผมไม่ใช่สถาปนิกนะ” คำพูดสั้นๆ ของบทสนทนาเรื่องการออกแบบร้านกาแฟสุดชิค
ที่มีจุดเริ่มต้น
มาจากโครงสร้างตึกร้าง ซึ่งเจ้าของร้านพบเห็นอย่างสะดุดตาในทุกวันระหว่างทางผ่านไปโรงเรียนของลูก

จุดเล็กๆ ที่แสนเรียบง่ายของ The Rectangle Coffee x Tower ได้เริ่มจากการไปสะดุดตาเข้ากับโครงสร้างอาคารพานิชย์ 6 ชั้น ที่ยังสร้างไม่เสร็จและตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ระหว่างทางไปโรงเรียนของลูก ซึ่งแน่นอนว่าทางเจ้าของร้านคงไม่ใช่เพียงแค่สะดุดตาแต่ถึงกับเคมีตรงกันกับโครงสร้างอาคารแห่งนี้เลยก็ว่าได้ อาจด้วยรสนิยมและเป็นคนชิลๆ ง่ายๆ เช่นเดียวกับรูปแบบของอาคารในสไตล์ Loft ที่มีความเรียบง่าย เปลือยผิวของวัสดุอย่างตรงไปตรงมาและไม่ปรุงแต่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกระตุ้นชีพจรของตึกร้างแห่งนี้ให้กลับมาน่าสนใจและตื่นเต้นได้อีกครั้ง รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยในระแวกนั้นก็พลอยตื่นเต้นๆ ตามไปด้วย

ตึกร้างแห่งนี้อยู่มาตั้งแต่จำความได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะสามารถนำมาสร้างสรรค์ให้กลับมาคึกคักได้ขนาดนี้” คำกล่าวของคนที่พักอาศัยระแวกนั้น

 “ผมไม่ใช่สถาปนิก และก็ไม่ได้ออกแบบอะไรมากเพราะตัวอาคารเขาเท่ห์ในตัวของเขาอยู่แล้ว สิ่งที่เสริมเข้ามาคงเป็นส่วนของบันไดด้านหน้าอาคารรวมถึงกระจกกั้นในส่วนของชั้นที่ติดแอร์ และด้วยที่ผมเป็นช่างภาพจึงไปใส่รายละเอียดในเรื่องของแสงและเงาที่ตกกระทบมายังมุมต่างๆ ภายในอาคารมากกว่า เพื่อให้ลูกค้าที่มาเยี่ยมเยือนได้ภาพสวยๆ กลับไปพร้อมกับกาแฟแสนอร่อย

“สถาปัตยกรรมดิบ ที่กินได้”

หากขยายความกันอีกนิดถึงเรื่องของสไตล์ Loft ก็คงนึกถึงภาพของโครงสร้างอาคารที่โชว์แนวอิฐไม่ทำสีหรือฝ้าเพดานเปลือยโชว์ท่อ รวมถึงการกะเทาะปูนออกให้เห็นโครงสร้างเพื่อเลียนแบบอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จดี และเลียนแบบวัสดุให้ดูเก่าคล้ายกับผ่านกาลเวลามา ซึ่งเป็นการออกแบบที่ดูดิบเท่ห์ กินง่ายเข้าใจไม่ยาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในปัจจุบันสไตล์นี้จะเป็นที่นิยมกันอย่างมากและนำมาปรับใช้ร่วมกับความทันสมัยสู่สไตล์ Modern Loft

“แสงและเงา ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ”

ด้วยความตั้งใจของเจ้าของร้านที่เป็นช่างภาพ และให้ความสนใจกับเรื่องของแสงและมุมถ่ายรูปสวยๆ จึงต้องการปรับมุมต่างๆ ให้เข้ากับแสงและเงาที่ยิงกระทบเข้ามายังตัวอาคารโดยที่ไม่ได้ต่อเติมโครงสร้างแต่เป็นการเลือกสังเกตทิศทางของแสงที่ตกกระทบลงมายังตัวอาคารและปรับแต่งมุมกระทบนั้นให้น่าสนใจยิ่งขึ้นเสียมากกว่า เพราะไม่ต้องการไปเปลี่ยนความเป็นตัวของตัวเองของ The Rectangle Tower โครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ในตัวของเขาอยู่แล้ว

กินลม ชมงาน Loft

สำหรับส่วนของสเปซทั้ง 3 ชั้น ของทางร้านประกอบไปด้วย ชั้นที่ 1 ที่เป็นพื้นที่ดับเบิ้ลสเปซ ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 เป็นโซน open air เปิดโล่งให้แสงและลมผ่านเข้ามาได้อย่างปรุโปร่ง นอกจากจะนั่งสบายมีมุมที่นั่งต่างๆ ให้ซ่อนตัวแล้ว ทางร้านยังเสริมด้วยเคาน์เตอร์บาร์คอนกรีตรอบตัวอาคารให้ลูกค้าได้นั่งหันหน้าออกอาคารอย่างอภิรมย์อีกด้วย

เติมความหวานให้สถาปัตยกรรมดิบๆ ด้วยเมนูแนะนำจาก The Rectangle Coffee x Tower อย่างเมนู The Dust ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง Espresso/Cold milk/Milo และเมนู Twilight หรือกาแฟส้ม ที่ผสมกันแบบ Half-Half ระหว่าง Espresso/Orange juice สำหรับเมนูขนมหวานก็ Half ไม่แพ้กันกับขนมปังปิ้ง นูเทลล่า x เนยถั่ว หวานเยิ้มกลบความดิบกันไปเลย

สิ่งที่น่าสนใจของโปรเจ็กต์นี้คือการคืนชีพให้กับสถาปัตยกรรมระหว่างทางที่ถูกทอดทิ้งให้ร้างหลายสิบปีได้กลับมามีตัวตนอีกครั้งซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเพราะนอกจากจะเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่แล้ว ยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้นอีกด้วย หากเปรียบเป็นสิ่งของก็อาจเรียกได้ว่าเป็นการ Reuse ที่สร้างสรรค์อย่างมากเลยทีเดียว

0 comments on “The Rectangle Coffee x Tower กับการ “หวนคุณค่า” ของงานสถาปัตยกรรมให้กลับมามีตัวตนที่หอมกรุ่น

Leave a Reply

%d bloggers like this: