Kyotology
สถาปัตยกรรมเกียวโตศาสตร์

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมทั่วโลกเติบโตเป็นอย่างมาก จากสถิติพบว่าแค่ระยะเวลาเพียง 10 ปีมานี้มีห้องพักใหม่ผุดเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงกว่า 400% แต่ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่เรื่องการให้บริการแบบมาตรฐานสากลในลักษณะเดียวกัน แล้วก็มักจะละลายการผสานประวัติศาสตร์ วิถีท้องถิ่น ตลอดจนวัฒนธรรมดั้งเดิมลงไปในการออกแบบที่พักของตน

ประโยคเกริ่นนำข้างต้นดูเหมือนจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์และวัฒนธรรมจากสื่อธุรกิจที่ไหนสักแห่ง แต่เปล่าเลย เพราะอันที่จริงแล้วข้อมูลนี้ถูกหยิบยกมาจากส่วนหนึ่งของคำอธิบายเหตุผลสำหรับผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นหนึ่งที่ได้รับรางวัล Honorable Mention in Architectural Design ในหมวด Hospitality Architecture จากเวทีใหญ่อย่าง The Architecture MasterPrize ต่างหาก สถาปัตยกรรมที่ว่านี้ก็คือ Hotel Kyotology โรงแรมขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้คว้ารางวัลใหญ่ในปี 2020 ไปครองแต่อย่างใด แต่สถาปัตยกรรมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่นนี้กลับกลายเป็นโปรเจกต์ที่สนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น … นั่นอาจเป็นเพราะความธรรมดานี้ซ่อนไว้ซึ่งความไม่ธรรมดานั่นเอง

ตรอกญี่ปุ่น

路地 (โระจิ) เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “ตรอก” นี่คือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งชุมชนเมืองหลวงในอดีตที่มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่น เอกลักษณ์ของตรอกแบบฉบับญี่ปุ่นโบราณนั้นก็คือแผงไม้ทึบสีเข้มเรียงยาวตลอดแนวที่เป็นทั้งเครื่องกั้นเขตแดนและทำหน้าที่บังตาเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยภายในได้เป็นอย่างดี ตรอกนั้นมีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก เป็นตรอกที่เต็มไปด้วยร้านค้าบ้านเรือนเรียงราย ไปจนถึงตรอกขนาดเล็กที่เป็นทางเข้าสู่ที่พักหรือร้านค้าต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

โดยปกติแล้วโรงแรมยุคใหม่มักจะมีทางเข้าที่ชัดเจน กว้างใหญ่โอ่โถง มองเห็นได้ง่าย พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร แต่สำหรับการออกแบบ Hotel Kyotology กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าโรงแรมแห่งนี้จะไม่ได้มีปัญหากับเรื่องพื้นที่แคบด้านหน้า (แถมยังกว้างพอที่จะโชว์ความเจ๋งในการออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างเต็มที่เสียด้วยซ้ำ) แต่ทางสถาปนิกกลับเลือกที่จะล้อมรั้วไม้หนาทึบปิดทับตลอดแนวอย่างมิดชิด เหลือเพียงแค่ช่องว่างด้านข้างเล็กๆ ที่เป็นตรอกทึบแคบๆ เข้าสู่ตัวอาคาร แต่นั่นล่ะคือการนำเอาอัตลักษณ์ของตรอกโบราณในแบบฉบับเกียวโตมาผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ทีเดียว แล้วยังทำให้ความลึกลับน่ากลัวกลายเป็นความน่าค้นมาขึ้นมาในทันที

อีกหนึ่งเอกลักษณ์แบบฉบับญี่ปุ่นที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นก็คือการแขวนผ้าม่านหน้าร้านสีขาวที่ตัดกับสีเข้มของกำแพงไม้ทึบอย่างโดดเด่น ซึ่งผ้าม่านหน้าร้านแบบญี่ปุ่นที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีนี้เรียกว่า 暖簾 (Noren-โนเร็น) โดยจะเป็นผืนผ้าหลายริ้วที่มักใช้แขวนอยู่ด้านหน้ากิจการร้านค้าต่างๆ บนผืนผ้าจะการเขียนชื่อร้านและ/หรือพิมพ์โลโก้ลงไปให้เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งรูปแบบโบราณที่แสนคลาสสิกนี้ยังคงถูกอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมนี้มาจนถึงปัจจุบัน และยังคงเห็นได้เป็นปกติทั่วเมืองเกียวโตในทุกวันนี้ด้วย

ปิดเพื่อเปิด

Hotel Kyotology เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ผุดขึ้นท่ามกลางชุมชนหนาแน่นในเขตฮิกาชิยามะของเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต แต่ขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นในเรื่องโลเคชั่นเพราะมันตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฮิกาชิยามะ (東山- Higashiyama) ใกล้กับแลนด์มาร์กสำคัญอย่างวัดคิโยมิซุเดระ (清水寺Kiyomizu-dera) และวัดโฮคันจิ (法観寺 – Hokanji) อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะมีวิวเมืองที่สวยสุดยอดอยู่รายรอบ แต่โรงแรมแห่งนี้กลับออกแบบให้ดูเหมือนปิดตัวอย่างเกือบมิดชิด ดูสวนทางกับที่พักแหล่งอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง แต่การดีไซน์ครั้งนี้ก็มีเหตุผลสนับสนุนที่น่าสนใจ ซึ่งมันเป็นการปิดมุมมองภายนอกเพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสกับเสน่ห์ภายในแบบเฉพาะตัวนั่นเอง

ด้วยความที่เกียวโตเป็นเมืองที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมืองที่มั่งคั่งนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่คับคั่งเสมอมา ประกอบกับชัยภูมิเมืองตั้งอยู่บนพื้นที่ราบขนาดไม่ใหญ่นักแล้วรายล้อมด้วยภูเขารอบทิศ เหตุนี้จึงทำให้ชุมชนเมืองค่อนข้างหนาแน่นแทบจะทุกตารางเมตรเลยทีเดียว ข้อจำกัดนี้เองเป็นโจทย์สำคัญตั้งต้นในการออกแบบ Hotel Kyotology ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเริ่มจากการบริหารพื้นที่ที่จำกัดให้มีประโยชน์มากที่สุดและแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ มิติไปพร้อมกัน

ถึงแม้พื้นที่ของโรงแรมจะไม่ได้แคบมากนัก แต่สถาปนิกเลือกสร้างตึกนี้ขึ้นด้วยฟาซาดแบบทึบที่ปิดมุมมองในแต่ละห้องอย่างเกือบมิดชิด โดยเว้นช่องว่างด้านบนระเบียงไว้เพียงเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นการออกแบบเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับตึกสไตล์ Low-Rise ที่ผุดกลางชุมชนแล้วรายล้อมไปด้วยที่พักอาศัยตลอดจนอาคารพาณิชย์ต่างๆ เหตุผลอย่างแรกก็คือการปิดมุมมองที่อาจดูรกตาไปสักนิด แต่เหตุผลอย่างหลังที่ดูจะมีน้ำหนักกว่านั้นก็คือการบีบช่องลมแคบเพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางลมทำให้อากาศไหลเวียนเข้าสู่อาคารได้ดีขึ้น และทำให้อยู่สบายขึ้นด้วย

สวนแทรกเรือน

การปิดด้านหน้าอาคารตลอดจนแต่ละห้องด้วยแผงทึบถึงแม้ว่าจะทำให้อากาศไหลเวียนได้ดีแต่ก็อาจทำให้คนอยู่อาศัยรู้สึกอัดอัดได้ในคราวเดียวกัน นั่นจึงเป็นโจทย์ของการแก้ไขปัญหาในลำดับที่สองด้วยการนำเอาวิถีวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นมาผสานกับการออกแบบให้เกิดเอกลักษณ์ใหม่ในแบบฉบับเฉพาะตัวขึ้น การแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้สถาปนิกได้นำเอาอีกหนึ่งในวิถีมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของเกียวโตมาปรับใช้อย่างลงตัว นั่นคือการแทรกธรรมชาติและศิลปะเข้าไปเพื่อให้ผู้อยู่ภายในได้เสพสิ่งนี้ทดแทน

วิถีเกียวโตที่เป็นหัวใจสำคัญครั้งนี้ก็คือการแทรกสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กภายในบ้านที่เรียกว่า 坪庭 (Tsuboniwa-สึโบนิวะ) เข้าไปแทนในแปลนของทุกห้อง ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมการจัดสวนแทรกภายในบ้านจะเป็นวัฒนธรรมที่ชาวญี่ปุ่นรับอิทธิพลมาจากจีนตั้งแต่ยุคอาซูกะ (飛鳥時代 – Asuka jidai) แต่ชาวญี่ปุ่นก็พัฒนาการจัดสวนรูปแบบนี้เรื่อยมาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเองและเป็นหนึ่งในวิถีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองมากในยุคเฮอัง (平安時代 – Heian Jidai) ซึ่งมีเมืองหลวงเป็นเกียวโตนั่นเอง แล้ววัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ก็ฝังรากลึกและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน  

การแทรกพื้นที่สีเขียวก็ไม่ใช่แค่การนำต้นไม้ไปปลูกแทรกพื้นที่ว่างเพียงเท่านั้น แต่ทุกพื้นที่ต่างมีการออกแบบให้ลงตัวในแต่ละส่วนให้มากที่สุด ในแต่ละห้องพักไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางจะเป็นการจัดสวนในแบบฉบับญี่ปุ่นโบราณอย่างประณีตและมีศิลปะ พื้นที่ของสวนขนาดเล็กนี้จะประกอบไปด้วยลานกรวดผสานกับเนินขนาดเล็กที่เรียกว่า築山 (Tsukiyama-สึกิยามะ) หรือภูเขาจำลองซึ่งปกคลุมด้วยมอสเขียวขจี ที่สำคัญภูเขาจิ๋วแต่ละลูกนี้ยังจำลองมาจากภูเขาแต่ละลูกในเกียวโตด้วยนั่นเอง

แปลนแต่ละห้องต่างก็มีการออกแบบสวนให้แตกต่างกัน จะว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นการแทรกความเขียวขจีลงไปในพื้นที่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเพราะนี่คือการตกแต่งผลงานศิลปะขนาดใหญ่ในแต่ละห้องเสียมากกว่า แล้วหน้าต่างในแต่ละห้องที่เผยให้เห็นสวยศิลป์นั้นทางสถาปนิกก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นกระจกใสบานใหญ่เต็มพื้นที่แทน เพื่อลดความอึดอัดของมุมมองและขยายมุมมองใหม่ในการเสพศิลป์ที่ห้องพักให้เต็มตายิ่งขึ้นด้วย ขณะเดียวกันกระจกบานกว้างนี้ก็เปิดรับแสงส่องมาด้านในอย่างเต็มที่ ทำให้ห้องสว่างและลดความอึดอัดได้ดีทีเดียว และนี่ก็คือเหตุผลของการปิดเพื่อเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้พักที่สถาปนิกมองว่ามันเป็นมุมมองเฉพาะตัวที่คุณจะสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น แล้วก็สามารถสัมผัสจิตวิญญาณของเกียวโตได้อย่างลึกซึ้งถึงแก่นแม้อยู่เพียงแค่ในห้องพักก็ตาม

(ภาพแปลนห้องรูปแบบต่าง ๆ)

Hotel Kyotology เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสานศาสตร์ต่างๆ ในแบบฉบับของเกียวโตเข้าไปอย่างมีเสน่ห์ ผลงานนี้เป็นฝีมือของ GENETO Architects หนึ่งในบริษัทสถาปนิกประจำถิ่นเกียวโตที่มีชื่อเสียงระดับสากล ถึงแม้ว่าภาพรวมของการออกแบบอาจดูเป็นตึกสไตล์โมเดิร์นแสนธรรมดา แต่คุณค่าของการใส่ใจรายละเอียดและการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นลงไปนี้น่ายกย่องทีเดียว นอกจากเวที The Architecture MasterPrize แล้วโรงแรมแห่งนี้ก็ยังไปคว้ารางวัลในหมวด Architecture ของอีกเวทียักษ์ใหญ่อย่าง iF Design Award 2021 มาครองได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าการคว้ารางวัลจากทั้งสองเวทีใหญ่จะไม่ใช่รางวัลสูงสุดก็ตามที แต่ดีกรีของสองเวทีชั้นนำอันดับต้นๆ ของโลกนี้ก็น่าจะช่วยการันตีความยอดเยี่ยมของการถ่ายทอดจิตวิญญาณท้องถิ่นสู่สถาปัตยกรรมยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี จะว่าไปแล้วศาสตร์ที่น่าหลงใหลอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่าแก่เสมอไป แต่อยู่ที่ว่าเราจะประยุกต์ศาสตร์ทรงคุณค่ามาใช้ในรูปแบบไหนให้น่าจดจำ

Information
Hotel Kyotology
Address: 672-6 Honkawara, Higashiyama, Kyoto
Website: https://kyotology.com

Reference
Hotel Kyotology: https://kyotology.com
Geneto: http://geneto.net/ 
The Architecture MasterPrize: https://bit.ly/2V82aEi
iF Design Award: https://bit.ly/2WO3pcK
CNN Travel: https://edition.cnn.com/travel/article/coronavirus-japan-kyoto-empty-tourism-campaign-hnk-intl/index.html

Writer
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit

นักเขียนที่หลงรักการถ่ายภาพ หลงเสน่ห์การเดินทาง หลงใหลงานดีไซน์ไปจนถึงสถาปัตยกรรมทุกยุค ตลอดจนสนใจเรื่องราวของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตยั่งยืน

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!