การออกแบบต่อเติมหลังคาบ้าน มีกี่รูปแบบ

การออกแบบต่อเติมหลังคาบ้าน มีกี่รูปแบบ

การต่อเติมหลังคาบ้าน มีความสำคัญในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เสริมความแข็งแรง เป็นการขยับขยายและปรับใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้ การต่อเติมหลังคาที่ดีควรให้ความสำคัญกับการสำรวจโครงสร้างว่ารับน้ำหนักได้แค่ไหน และควรใช้วัสดุประเภทใด เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งการต่อเติมหลังคาที่พบเห็นได้บ่อยมีด้วยกัน 3 รูปแบบ จะมีแบบใดที่น่าสนใจบ้าง ติดตามบทความนี้ได้เลยครับ…

แบบหลังคาบ้าน จากโพลีคาร์บอเนต

หลังคาโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Roof) เป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี อีกทั้งมีน้ำหนักเบา สามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้ เป็นหลังคาที่ค่อนข้างโปร่ง  มีให้เลือกแบบโปร่งแสง โปร่งใส และทึบแสง เนื้อวัสดุมีความเหนียว ต้านการขีดข่วนได้ดี

หลังคาเมทัลชีท

สำหรับหลังคาแบบเททัลชีท (Metal Sheet Roof) เป็นหลังคาแบบทึบแสงชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งอาจจะเรียกว่า หลังคาเหล็กรีดลอน โดยตัวหลังคาได้รับการพัฒนามาจากสังกะสี ความหนาประมาณ 0.28 – 0.5 mm โดยประมาณ นิยมใช้ต่อเติมหลังคาซักล้าง หลังคาครัวไทย หลังคาโรงจอดรถ เป็นส่วนที่ไม่มีผลกระทบกับการอยู่อาศัยภายในบ้านมากนัก

หลังคาแบบไวนิล

สำหรับหลังคาไวนิล (Poly Vinyl Chloride) ถูกเรียกสั้น ๆ อีกอย่างหนึ่งว่า หลังคา PVC ซึ่งเป็นหลังคาที่ทำจากวัสดุพลาสติกประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างเบา ทนทาน มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน และยังช่วยดูดซับรังสี UV สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้ มีเนื้อวัสดุที่เหนียว แข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน

1. ต่อเติมหลังคาบ้านตรงโรงจอดรถ

  • ต่อเติมแบบยื่นออกมาจากตัวบ้าน

การต่อเติมด้วยลักษณะนี้ จะเป็นการต่อเติมแบบเสริมออกมาจากตัวบ้านเลย ไม่มีเสารองรับ ซึ่งวิธีนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณและประเมินดูแล้วว่าคานบ้านและเสาบ้านหลักแข็งแรงพอที่จะยึดหลังคากับตัวบ้านได้ อีกทั้งยังควรเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นภาระโครงสร้างจนเกินไป เช่น หลังคาเมทัลชีท หลังคาไวนิล หลังคายูวีพีซี เป็นต้น

  • ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถแบบมีเสา

การต่อเติมหลังคาในลักษณะนี้ เป็นการต่อเติมหลังคายื่นออกมาเกิน 2 เมตร มักจะใช้เสาอย่างน้อย 4 ต้นเพื่อใช้รองรับหลังคาโดยเฉพาะ โดยหลังคาโรงจอดรถแบบนี้จะแยกออกมาจากตัวบ้าน

2. ต่อเติมหลังคาบ้านบริเวณประตูหรือหน้าต่าง

การต่อเติมหลังคาในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะทำเพื่อประโยชน์ใช้สอยหรือเพิ่มพื้นที่การใช้งาน เช่น ต่อเติมบริเวณประตูหรือหน้าต่างเพื่อกันร้อนหรือกันฝนสาด ไปจนถึงต่อเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานบริเวณนั้น เช่น จัดวางโต๊ะหรือเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น ทำเป็นชานพักสำหรับวางของ โดยการต่อเติมหลังคาตรงส่วนนี้อาจจะลองพิจารณาจากทิศทางของบ้านกับสภาพอากาศ หากพื้นที่ส่วนนั้นตรงกับด้านที่แสงแดดและความร้อนเข้า ควรเลือกวัสดุต่อเติมหลังคนที่สามารถกันแสงได้ดี

3. การต่อเติมหลังคาบ้านบริเวณห้องครัว

การต่อเติมหลังคาส่วนนี้ มักจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสำหรับห้องครัวโดยเฉพาะ ซึ่งหลายๆ บ้านอาจจะมีพื้นที่ห้องครัวภายในบ้านอยู่แล้ว แต่การต่อเติมหลังคาสำหรับห้องครัวภายนอก มีไว้เพื่อให้สามารถทำอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือคราบสกปรก โดยการต่อเติมหลังคาครัว สามารถเลือกใช้วัสดุสำหรับต่อเติมหลังคาได้ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่ควรเป็นวัสดุที่ทนทานและไม่รั่วซึมได้ง่ายในกรณีที่ฝนตก

ชมเนื้อหาด้านวัสดุศาสตร์ และหลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ จาก Wazzadu Encyclopedia เพิ่มเติมได้ที่ https://www.wazzadu.com/page/wazzadu-encyclopedia/article

Writer
Watsapon Vijitsarn

Watsapon Vijitsarn

หลักการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน

หลักการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน

การออกแบบภายในที่อยู่อาศัยนั้นส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์รับรู้ความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ การนำองค์ประกอบ เช่น เส้น แสง สี สไตล์ มาใช้ในการตกแต่ง ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น ดังนั้น การออกแบบแปลนห้องที่ดีและเหมาะกับผู้อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมไอเดียการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่าน ติดตามในบทความนี้ได้เลยครับ

การวางแปลนห้องรับแขก

ห้องรับแขก จัดเป็นห้องที่อยู่ในหมวดหมู่โซนสาธารณะ โดยส่วนมากบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก-กลาง มักจะทำห้องนั่งเล่นติดกับประตูเข้าออก ซึ่งเมื่อมีการเปิดประตูเข้าออกก็จะต้องเดินผ่านห้องรับแขก ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ผู้ใช้งานมักจะเดินผ่านทางนี้บ่อยๆ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ จึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างประตูเข้าออก เพื่อให้บริเวณทางเดินมีพื้นที่ในการเดินเข้าออกที่สะดวกและไม่รบกวนผู้อยู่อาศัยที่กำลังใช้งานในโซนนั่งดูโทรทัศน์

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์

  • ควรหลีกเลี่ยงโซนทางเดิน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบตัว L หรือ U เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานโซนนี้ได้อย่างสะดวก และเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
  • วางโต๊ะกลางห่างจากโซฟาอย่างน้อย 40 เซนติเมตร ให้เดินผ่านได้สะดวก
  • ผนังด้านที่วางทีวีและผนังฝั่งตรงข้ามควรเป็นผนังทึบเพื่อไม่ให้มีแสงแยงตาและแสงสะท้อน
  • สำหรับผู้อยู่อาศัยจำนวน 2- 4 คน ควรมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นอย่างน้อย 9-16 ตรม. จะสามารถใช้งานพื้นที่ได้สะดวกสบาย

ขนาดความห่างของการจัดวางโทรทัศน์ให้พอดีกับสรีระ

  • ขนาดหน้าจอ 26 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.25 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.60 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 50 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.90 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 52 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 60 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2.20 เมตร

ขนาดหน้าจอ 70 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2.63 เมตร

การวางแปลนห้องนอน

ผังห้องแบบหน้ากว้าง” เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า “ผังห้องแบบหน้าแคบ”

การเลือกผังห้องก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความอึดอัดของผู้อยู่อาศัย ถึงแม้ในกรณีที่ห้องจะมีขนาดพื้นที่เท่ากัน เช่น ขนาดพื้นที่ 21 ตรม. กลับพบว่าผังห้องที่มีรูปแบบหน้ากว้าง ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยอึดอัดน้อยกว่าผังห้องที่มีรูปแบบหน้าแคบ การจัดห้องของผังห้องรูปแบบนี้สามารถทำได้หลากหลาย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดที่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเล็กใหญ่คละกัน เพื่อลดทอนความเป็นกล่องของผังห้องแบบหน้ากว้างหรือสีเหลี่ยม และไม่ควรกั้นห้องแบบก่อกำแพงปิดกั้น เพราะจะทำพื้นที่ซึ่งน้อยอยู่แล้วยิ่งคับแคบมากกว่าเดิม

1.ห้องนอนทั่วไปที่อยู่สบายควรใช้พื้นที่ประมาณ 18-24 ตารางเมตร ขึ้นอยู่ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง

2.ควรเว้นทางเดินข้างเตียงควรกว้างอย่างน้อย 60 เซนติเมตร เพื่อสะดวกต่อผู้ใช้งานหากต้องการลุกไปเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน

3.หัวเตียงควรเป็นผนังทึบเพื่อความรู้สึกปลอดภัยในการพักผ่อน

การวางแปลนห้องครัว

การออกแบบแปลนห้องครัวให้สะดวกต่อผู้ใช้งาน อย่างแรกคือการเลือกรูปแบบเคาน์เตอร์ครัวให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น

การจัดวางผังครัวแบบ I หรือ I-Shaped Kitchen
เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก  3-5 ตร.ม. ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นห้องในอาคารชุด เช่น อพาร์เม้นท์ คอนโดมิเนียม หรือ ทาวน์เฮ้าส์ 

การจัดวางผังครัวแบบ L หรือ L-Shaped Kitchen
เหมาะกับพื้นที่ตั้งแต่  6 ตร.ม. ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมที่มีขนาดใหญ่ หรือ บ้านพักอาศัยทั่วไป แต่การจัดผังครัวในลักษณะนี้มักไม่มีรูปแบบการวางฟังก์ชั่นที่ตายตัว 100% ดังนั้นการจะจัดวางตำแหน่งฟังก์ชั่นใดๆ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากตำแหน่งพื้นที่ตั้ง จำนวนช่องเปิด และบริบทสภาพแวดล้อมเป็นหลัก

การจัดวางผังครัวแบบ U หรือ U-Shaped Kitchen 
เป็นการจัดวางผังครัวที่เหมาะกับพื้นที่ขนาด  9 ตร.ม. ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย หรือ อาคารสาธารณะ เช่น ครัวโรงแรม หรือ ครัวในร้านอาหาร 

ทริคการออกแบบเคาน์เตอร์ครัวให้พอดีกับสัดส่วนของสรีระ
ใช้วิธีการคำนวนโดยนำส่วนสูงของผู้ใช้งานมาเป็นหลักในการหาขนาดความสูงของเคาน์เตอร์ครัวที่พอดีกับสรีระ โดยสูตรการคำนวนคือ ส่วนสูงหาญด้วย 2 และบวก 5 เซนติเมตร เช่น 160÷2+5 = 85 ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนสูง 160 เซนติเมตร เหมาะกับการเลือกใช้เคาน์เตอร์ที่มีความสูงประมาณ 85 เซนติเมตร จะเป็นความสูงที่พอดีในการใช้งาน ทำให้ไม่ต้องโค้งตัวจนเกินไป หรือสูงจนทำครัวไม่ถนัด

ลักษณะพื้นที่ใช้สอยแบบต่างๆ ของห้องครัว (Function Zoning) สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
Zone 1 : พื้นที่จัดเตรียมวัตถุดิบ
Zone 2 : พื้นที่ประกอบอาหาร
Zone 3 : พื้นที่เก็บของหรือเก็บล้าง
Zone 4 : โซนโต๊ะรับประทานอาหาร

การวางแปลนห้องน้ำ

  • ควรมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ เพื่อบรรยากาศที่สว่างปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด 
  • ควรออกแบบช่องระบายอากาศให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสม อย่างน้อย 1 จุด เพื่อเพิ่มอากาศดีไล่อากาศเสีย ซึ่งจะช่วยลดความอับชื้น และการสะสมของเชื้อโรคภายในห้องน้ำได้
  • ฟังก์ชันทั่วไปของห้องน้ำจะเหมือนกันทุกบ้าน จะแตกต่างกันเมื่อมีการเพิ่มฟังก์ชันพิเศษ เช่น อ่างอาบน้ำ อ่างน้ำวน หรือเป็นห้องน้ำผู้สูงอายุ 
  • ประตูห้องน้ำทั่วไปควรเปิดเข้า เพื่อไม่ให้น้ำหยดออกมานอกห้อง แต่ถ้าเป็นห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ควรใช้ประตูแบบเปิดออกหรือบานเลื่อน 
  • ควรแยกพื้นที่ส่วนแห้ง คือ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ เพื่อให้ทำความสะอาดง่าย และลดอันตรายจากพื้นที่เปียกน้ำ
  • พื้นที่ส่วนเปียกสำหรับยืนอาบน้ำควรกว้างอย่างน้อย 80 เซนติเมตร และลดระดับพื้นลง 10 เซนติเมตร อาจแบ่งสัดส่วนด้วยผนังกระจก ม่าน หรือตู้อาบน้ำ
  • บริเวณผนังด้านที่ติดตั้งสุขภัณฑ์ ควรให้ทำเป็นผนัง 2 ชั้น เพื่อฝังท่อน้ำ และลดเสียงรบกวนไปยังห้องข้างเคียง 

ชมเนื้อหาด้านวัสดุศาสตร์ และหลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ จาก Wazzadu Encyclopedia เพิ่มเติมได้ที่ https://www.wazzadu.com/page/wazzadu-encyclopedia/article

Writer
Watsapon Vijitsarn

Watsapon Vijitsarn