การออกแบบต่อเติมหลังคาบ้าน มีกี่รูปแบบ

การออกแบบต่อเติมหลังคาบ้าน มีกี่รูปแบบ

การต่อเติมหลังคาบ้าน มีความสำคัญในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย เสริมความแข็งแรง เป็นการขยับขยายและปรับใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้ การต่อเติมหลังคาที่ดีควรให้ความสำคัญกับการสำรวจโครงสร้างว่ารับน้ำหนักได้แค่ไหน และควรใช้วัสดุประเภทใด เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งการต่อเติมหลังคาที่พบเห็นได้บ่อยมีด้วยกัน 3 รูปแบบ จะมีแบบใดที่น่าสนใจบ้าง ติดตามบทความนี้ได้เลยครับ…

แบบหลังคาบ้าน จากโพลีคาร์บอเนต

หลังคาโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Roof) เป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี อีกทั้งมีน้ำหนักเบา สามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้ เป็นหลังคาที่ค่อนข้างโปร่ง  มีให้เลือกแบบโปร่งแสง โปร่งใส และทึบแสง เนื้อวัสดุมีความเหนียว ต้านการขีดข่วนได้ดี

หลังคาเมทัลชีท

สำหรับหลังคาแบบเททัลชีท (Metal Sheet Roof) เป็นหลังคาแบบทึบแสงชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งอาจจะเรียกว่า หลังคาเหล็กรีดลอน โดยตัวหลังคาได้รับการพัฒนามาจากสังกะสี ความหนาประมาณ 0.28 – 0.5 mm โดยประมาณ นิยมใช้ต่อเติมหลังคาซักล้าง หลังคาครัวไทย หลังคาโรงจอดรถ เป็นส่วนที่ไม่มีผลกระทบกับการอยู่อาศัยภายในบ้านมากนัก

หลังคาแบบไวนิล

สำหรับหลังคาไวนิล (Poly Vinyl Chloride) ถูกเรียกสั้น ๆ อีกอย่างหนึ่งว่า หลังคา PVC ซึ่งเป็นหลังคาที่ทำจากวัสดุพลาสติกประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างเบา ทนทาน มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน และยังช่วยดูดซับรังสี UV สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้ มีเนื้อวัสดุที่เหนียว แข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน

1. ต่อเติมหลังคาบ้านตรงโรงจอดรถ

  • ต่อเติมแบบยื่นออกมาจากตัวบ้าน

การต่อเติมด้วยลักษณะนี้ จะเป็นการต่อเติมแบบเสริมออกมาจากตัวบ้านเลย ไม่มีเสารองรับ ซึ่งวิธีนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณและประเมินดูแล้วว่าคานบ้านและเสาบ้านหลักแข็งแรงพอที่จะยึดหลังคากับตัวบ้านได้ อีกทั้งยังควรเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นภาระโครงสร้างจนเกินไป เช่น หลังคาเมทัลชีท หลังคาไวนิล หลังคายูวีพีซี เป็นต้น

  • ต่อเติมหลังคาโรงจอดรถแบบมีเสา

การต่อเติมหลังคาในลักษณะนี้ เป็นการต่อเติมหลังคายื่นออกมาเกิน 2 เมตร มักจะใช้เสาอย่างน้อย 4 ต้นเพื่อใช้รองรับหลังคาโดยเฉพาะ โดยหลังคาโรงจอดรถแบบนี้จะแยกออกมาจากตัวบ้าน

2. ต่อเติมหลังคาบ้านบริเวณประตูหรือหน้าต่าง

การต่อเติมหลังคาในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะทำเพื่อประโยชน์ใช้สอยหรือเพิ่มพื้นที่การใช้งาน เช่น ต่อเติมบริเวณประตูหรือหน้าต่างเพื่อกันร้อนหรือกันฝนสาด ไปจนถึงต่อเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานบริเวณนั้น เช่น จัดวางโต๊ะหรือเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น ทำเป็นชานพักสำหรับวางของ โดยการต่อเติมหลังคาตรงส่วนนี้อาจจะลองพิจารณาจากทิศทางของบ้านกับสภาพอากาศ หากพื้นที่ส่วนนั้นตรงกับด้านที่แสงแดดและความร้อนเข้า ควรเลือกวัสดุต่อเติมหลังคนที่สามารถกันแสงได้ดี

3. การต่อเติมหลังคาบ้านบริเวณห้องครัว

การต่อเติมหลังคาส่วนนี้ มักจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยสำหรับห้องครัวโดยเฉพาะ ซึ่งหลายๆ บ้านอาจจะมีพื้นที่ห้องครัวภายในบ้านอยู่แล้ว แต่การต่อเติมหลังคาสำหรับห้องครัวภายนอก มีไว้เพื่อให้สามารถทำอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือคราบสกปรก โดยการต่อเติมหลังคาครัว สามารถเลือกใช้วัสดุสำหรับต่อเติมหลังคาได้ทั้งแบบโปร่งแสงและทึบแสง ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่ควรเป็นวัสดุที่ทนทานและไม่รั่วซึมได้ง่ายในกรณีที่ฝนตก

ชมเนื้อหาด้านวัสดุศาสตร์ และหลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ จาก Wazzadu Encyclopedia เพิ่มเติมได้ที่ https://www.wazzadu.com/page/wazzadu-encyclopedia/article

Writer
Watsapon Vijitsarn

Watsapon Vijitsarn

หลักการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน

หลักการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน

การออกแบบภายในที่อยู่อาศัยนั้นส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์รับรู้ความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ การนำองค์ประกอบ เช่น เส้น แสง สี สไตล์ มาใช้ในการตกแต่ง ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น ดังนั้น การออกแบบแปลนห้องที่ดีและเหมาะกับผู้อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมไอเดียการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่าน ติดตามในบทความนี้ได้เลยครับ

การวางแปลนห้องรับแขก

ห้องรับแขก จัดเป็นห้องที่อยู่ในหมวดหมู่โซนสาธารณะ โดยส่วนมากบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก-กลาง มักจะทำห้องนั่งเล่นติดกับประตูเข้าออก ซึ่งเมื่อมีการเปิดประตูเข้าออกก็จะต้องเดินผ่านห้องรับแขก ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ผู้ใช้งานมักจะเดินผ่านทางนี้บ่อยๆ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ จึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างประตูเข้าออก เพื่อให้บริเวณทางเดินมีพื้นที่ในการเดินเข้าออกที่สะดวกและไม่รบกวนผู้อยู่อาศัยที่กำลังใช้งานในโซนนั่งดูโทรทัศน์

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์

  • ควรหลีกเลี่ยงโซนทางเดิน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบตัว L หรือ U เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานโซนนี้ได้อย่างสะดวก และเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
  • วางโต๊ะกลางห่างจากโซฟาอย่างน้อย 40 เซนติเมตร ให้เดินผ่านได้สะดวก
  • ผนังด้านที่วางทีวีและผนังฝั่งตรงข้ามควรเป็นผนังทึบเพื่อไม่ให้มีแสงแยงตาและแสงสะท้อน
  • สำหรับผู้อยู่อาศัยจำนวน 2- 4 คน ควรมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นอย่างน้อย 9-16 ตรม. จะสามารถใช้งานพื้นที่ได้สะดวกสบาย

ขนาดความห่างของการจัดวางโทรทัศน์ให้พอดีกับสรีระ

  • ขนาดหน้าจอ 26 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 32 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.25 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 42 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.60 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 50 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 1.90 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 52 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2 เมตร
  • ขนาดหน้าจอ 60 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2.20 เมตร

ขนาดหน้าจอ 70 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ 2.63 เมตร

การวางแปลนห้องนอน

ผังห้องแบบหน้ากว้าง” เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า “ผังห้องแบบหน้าแคบ”

การเลือกผังห้องก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความอึดอัดของผู้อยู่อาศัย ถึงแม้ในกรณีที่ห้องจะมีขนาดพื้นที่เท่ากัน เช่น ขนาดพื้นที่ 21 ตรม. กลับพบว่าผังห้องที่มีรูปแบบหน้ากว้าง ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยอึดอัดน้อยกว่าผังห้องที่มีรูปแบบหน้าแคบ การจัดห้องของผังห้องรูปแบบนี้สามารถทำได้หลากหลาย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดที่ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเล็กใหญ่คละกัน เพื่อลดทอนความเป็นกล่องของผังห้องแบบหน้ากว้างหรือสีเหลี่ยม และไม่ควรกั้นห้องแบบก่อกำแพงปิดกั้น เพราะจะทำพื้นที่ซึ่งน้อยอยู่แล้วยิ่งคับแคบมากกว่าเดิม

1.ห้องนอนทั่วไปที่อยู่สบายควรใช้พื้นที่ประมาณ 18-24 ตารางเมตร ขึ้นอยู่ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง

2.ควรเว้นทางเดินข้างเตียงควรกว้างอย่างน้อย 60 เซนติเมตร เพื่อสะดวกต่อผู้ใช้งานหากต้องการลุกไปเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน

3.หัวเตียงควรเป็นผนังทึบเพื่อความรู้สึกปลอดภัยในการพักผ่อน

การวางแปลนห้องครัว

การออกแบบแปลนห้องครัวให้สะดวกต่อผู้ใช้งาน อย่างแรกคือการเลือกรูปแบบเคาน์เตอร์ครัวให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น

การจัดวางผังครัวแบบ I หรือ I-Shaped Kitchen
เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก  3-5 ตร.ม. ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นห้องในอาคารชุด เช่น อพาร์เม้นท์ คอนโดมิเนียม หรือ ทาวน์เฮ้าส์ 

การจัดวางผังครัวแบบ L หรือ L-Shaped Kitchen
เหมาะกับพื้นที่ตั้งแต่  6 ตร.ม. ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมที่มีขนาดใหญ่ หรือ บ้านพักอาศัยทั่วไป แต่การจัดผังครัวในลักษณะนี้มักไม่มีรูปแบบการวางฟังก์ชั่นที่ตายตัว 100% ดังนั้นการจะจัดวางตำแหน่งฟังก์ชั่นใดๆ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากตำแหน่งพื้นที่ตั้ง จำนวนช่องเปิด และบริบทสภาพแวดล้อมเป็นหลัก

การจัดวางผังครัวแบบ U หรือ U-Shaped Kitchen 
เป็นการจัดวางผังครัวที่เหมาะกับพื้นที่ขนาด  9 ตร.ม. ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย หรือ อาคารสาธารณะ เช่น ครัวโรงแรม หรือ ครัวในร้านอาหาร 

ทริคการออกแบบเคาน์เตอร์ครัวให้พอดีกับสัดส่วนของสรีระ
ใช้วิธีการคำนวนโดยนำส่วนสูงของผู้ใช้งานมาเป็นหลักในการหาขนาดความสูงของเคาน์เตอร์ครัวที่พอดีกับสรีระ โดยสูตรการคำนวนคือ ส่วนสูงหาญด้วย 2 และบวก 5 เซนติเมตร เช่น 160÷2+5 = 85 ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนสูง 160 เซนติเมตร เหมาะกับการเลือกใช้เคาน์เตอร์ที่มีความสูงประมาณ 85 เซนติเมตร จะเป็นความสูงที่พอดีในการใช้งาน ทำให้ไม่ต้องโค้งตัวจนเกินไป หรือสูงจนทำครัวไม่ถนัด

ลักษณะพื้นที่ใช้สอยแบบต่างๆ ของห้องครัว (Function Zoning) สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
Zone 1 : พื้นที่จัดเตรียมวัตถุดิบ
Zone 2 : พื้นที่ประกอบอาหาร
Zone 3 : พื้นที่เก็บของหรือเก็บล้าง
Zone 4 : โซนโต๊ะรับประทานอาหาร

การวางแปลนห้องน้ำ

  • ควรมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ เพื่อบรรยากาศที่สว่างปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด 
  • ควรออกแบบช่องระบายอากาศให้สามารถถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสม อย่างน้อย 1 จุด เพื่อเพิ่มอากาศดีไล่อากาศเสีย ซึ่งจะช่วยลดความอับชื้น และการสะสมของเชื้อโรคภายในห้องน้ำได้
  • ฟังก์ชันทั่วไปของห้องน้ำจะเหมือนกันทุกบ้าน จะแตกต่างกันเมื่อมีการเพิ่มฟังก์ชันพิเศษ เช่น อ่างอาบน้ำ อ่างน้ำวน หรือเป็นห้องน้ำผู้สูงอายุ 
  • ประตูห้องน้ำทั่วไปควรเปิดเข้า เพื่อไม่ให้น้ำหยดออกมานอกห้อง แต่ถ้าเป็นห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ควรใช้ประตูแบบเปิดออกหรือบานเลื่อน 
  • ควรแยกพื้นที่ส่วนแห้ง คือ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ เพื่อให้ทำความสะอาดง่าย และลดอันตรายจากพื้นที่เปียกน้ำ
  • พื้นที่ส่วนเปียกสำหรับยืนอาบน้ำควรกว้างอย่างน้อย 80 เซนติเมตร และลดระดับพื้นลง 10 เซนติเมตร อาจแบ่งสัดส่วนด้วยผนังกระจก ม่าน หรือตู้อาบน้ำ
  • บริเวณผนังด้านที่ติดตั้งสุขภัณฑ์ ควรให้ทำเป็นผนัง 2 ชั้น เพื่อฝังท่อน้ำ และลดเสียงรบกวนไปยังห้องข้างเคียง 

ชมเนื้อหาด้านวัสดุศาสตร์ และหลักการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ จาก Wazzadu Encyclopedia เพิ่มเติมได้ที่ https://www.wazzadu.com/page/wazzadu-encyclopedia/article

Writer
Watsapon Vijitsarn

Watsapon Vijitsarn

Nirvana BEYOND Bangna-Att U Park บ้านเดี่ยวที่เลือกได้เอง กับไลฟ์สไตล์ครบครันเพียงไม่กี่ก้าวจากบ้านคุณ

Nirvana BEYOND Bangna-Att U Park
บ้านเดี่ยวที่เลือกได้เอง กับไลฟ์สไตล์ครบครันเพียงไม่กี่ก้าวจากบ้านคุณ

ชีวิตประจำวันในบ้านเป็นอะไรได้บ้าง? เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกวัน เป็นพื้นที่ส่วนตัวในสไตล์ที่เป็นตัวเอง เป็นพื้นที่ส่วนรวมสำหรับครอบครัว เป็นพื้นที่ส่วนกลางเชื่อมกับคอมมูนิตี้มอลล์เติมความสะดวกให้กับชีวิต

ที่ Nirvana BEYOND Bangna-Att u park โครงการล่าสุดติดถนนบางนา-ตราดของ Nirvana BEYOND คือคำตอบของทุกอย่างที่เล่ามา เริ่มตั้งแต่ทางเข้าที่อยู่ต่อเนื่องจาก Att u park คอมมูนิตี้มอลล์ที่เพียบพร้อมด้วยซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้ารองรับความต้องการในชีวิต ก่อนส่งตรงเข้าสู่สถาปัตยกรรมภายในโครงการที่พร้อมตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของคนหลายวัย ให้ใช้ชีวิตอยู่บ้านได้แบบง่าย สะดวก และสบาย

สถาปัตยกรรมของ NIRVANA กับสไตล์ของชีวิตที่เป็นตัวเอง

จากประสบการณ์ในวงการที่อยู่อาศัยของ Nirvana ถ่ายทอดเป็นงานสถาปัตยกรรมของการอยู่อาศัยที่ตอบความต้องการตั้งแต่เรื่องรูปลักษณ์ทางความงาม ฟังก์ชันการใช้งาน ส่งต่อถึงสไตล์​ที่เป็นตัวตนผ่านทางงานตกแต่งภายใน

สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเดี่ยวในแบบ Nirvana คือการออกแบบโดยคิดถึงหลักองค์ประกอบของมวลและพื้นที่ว่าง (Mass & Void) เชื่อมโยงสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพรอบตัวเข้าสู่ไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัย ดีไซน์ที่เรียบง่ายของมวลสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์ รับกับช่องเปิดแนวราบขับเน้นเอกลักษณ์ของงานออกแบบ และช่องเปิดระเบียงที่เน้นการใช้งานกึ่งเอาท์ดอร์ เติมความรู้สึกสดใหม่ให้กับชีวิตในบ้าน

ซึ่งดีไซน์ทั้งหมดสานต่อมาจากการวางผังพื้นและทางสัญจรภายในบ้าน ที่เน้นให้เกิดสุขลักษณะของการอยู่อาศัยที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ร่วมกันกับการเลือกใช้วัสดุภายใน ที่เป็น บ้านสั่งสร้างเจ้าของบ้านจึงสามารถเลือกสรรวัสดุและจัดสรรฟังก์ชันที่ตอบกับความต้องการใช้งานของตัวเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่ 

รายละเอียดของส่วนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ได้แก่ ฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้าน (ที่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของบ้าน) วัสดุพื้น ผนัง สี ฝ้า ปลั๊กไฟ ไฟ วัสดุประตูและวัสดุหน้าต่าง รวมทั้งสุขภัณฑ์ เพื่อให้ตอบไลฟ์สไตล์การใช้งานที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใหญ่ คู่รักนักกิจกรรม หรือบ้านรักสัตว์เลี้ยง พร้อมกับบ่งบอกคาแร็กเตอร์ของงานออกแบบได้อย่างไร้ขีดจำกัดของจินตนาการ

มุมมองของความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและสิ่งแวดล้อม

เราชวนคุณมาลงลึกที่บ้านไทป์ MIND บ้านขนาดกลาง กับจุดเด่นทางด้านงานสถาปัตยกรรมที่เน้นเชื่อมโยงความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในทุกมุมมองกับธรรมชาติที่อยู่รายรอบ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยที่ดีตลอดวัน

ทุกมุมมองจากภายในบ้านสามารถทอดสายตาออกไปมองเห็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบได้ เช่นเดียวกันกับการเว้นช่องเปิดเพื่อต้อนรับแสงธรรมชาติเข้ามาสร้างบรรยากาศดีภายในบ้าน แถบหน้าต่างที่คุ้นตาถูกออกแบบมาเพื่อให้ห้องนอนมาสเตอร์ชั้นสองกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถเชื่อมต่อความโปร่งสบายตาได้แบบพานอรามา พร้อมกับดีไซน์เรียบ คลีน ในแบบ Natural Modern

ความสัมพันธ์ของชีวิตยังถูกเล่าถึงผ่านการจัดการสเปซภายในอย่างสะพานภายในห้องนอนมาสเตอร์ที่เชื่อมระหว่างส่วนนั่งเล่นกับห้องนอน สะพานนี้เองที่ส่วนหนึ่งทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ภายในบ้าน โดยยังคงเคารพความเป็นส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนเอาไว้ และเมื่อมองจากมุมตรงกันข้าม สะพานนี้ก็เป็นเหมือนกับการเปิดพื้นที่คอร์ทกลางที่โปร่งโล่งของบ้าน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตชีวาไม่ว่าจะอยู่ในมุมใดของบ้านก็ตาม

ดีไซน์เพื่อความโปร่งโล่ง และการใช้ชีวิตทุกวันอย่างเป็นสุข

การจัดการผังพื้นก็เป็นหนึ่งในการจัดวางพื้นที่ที่เป็นลายเซ็นของ Nirvana BEYOND ที่เน้นความรู้สึกอิสระ โล่งสบาย แต่ยังคงเป็นตัวของตัวเอง เริ่มจากการจัดสรรผังพื้นตั้งแต่ทางเข้าที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยความโอ่โถงและโปร่งโล่งด้วยส่วนรับแขกดับเบิลวอลุ่มที่เปิดมุมมองออกต่อสิ่งแวดล้อมแบบเต็มตาผ่านกระจกบานสูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเพดาน ยิ่งขับเน้นให้พื้นที่ส่วนนี้ดูสูงโปร่งมากขึ้น

อีกส่วนของชั้น 1 ที่สำคัญคือห้องเก็บรองเท้าที่ต้อนรับตั้งแต่หน้าบ้าน รวมทั้งส่วนห้องชั้นล่างกว้างขวาง ที่สามารถเลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับฟังก์ชันการใช้งานห้องได้ อาจจะเป็นห้องนอนสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ้าน ก็สามารถเปลี่ยนวัสดุให้เป็นพื้นซับแรงกระแทกหรือติดตั้งราวเสริม หรืออาจจะทำเป็นห้องสำหรับงานอดิเรก ก็ยังสามารถเชื่อมต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติได้อย่างเป็นส่วนตัว

ถัดขึ้นมาบนชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นห้องนอนมาสเตอร์ จัดสรรพื้นที่ให้เป็นเหมือนกับห้องเพนท์เฮาส์ขนาดใหญ่ ที่บรรจุพื้นที่อย่างครบครันตั้งแต่ส่วนห้องนอน ห้องนั่งเล่นส่วนตัว และวอล์กอินโคลเซ็ต โดยมีสะพานภายใน (Inner Bridge) เป็นผู้สร้างความโล่งสบายไปพร้อมกับเชื่อมพื้นที่ไปพร้อมกัน โดยทุกด้านของห้องนอนจัดสรรช่องเปิดให้ตอบรูปแบบการใช้งานภายใน สะท้อนต่อไปยังสถาปัตยกรรม สร้างมิติของการใช้ชีวิตแม้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุดของบ้าน

ส่วนชั้น 3 จัดสรรเป็นห้องนอนอีกสองห้องเหมือนกับห้องสตูดิโอ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ขนาดกว้างขวางที่จัดสรรการใช้งานเป็นพื้นที่กิจกรรมได้อย่างลงตัวในแบบที่สามารถอยู่ได้ตั้งแต่ยังเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สเปซที่กว้างขวางและเชื่อมต่อกับระเบียงและมุมรับแสงธรรมชาติจึงทำให้สามารถใช้พื้นที่แห่งนี้อย่างเป็นส่วนตัวได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่รู้สึกถูกตัดขาดจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบแต่อย่างใด

พื้นที่ส่วนกลาง สู่ไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคนในครอบครัว

ไลฟ์สไตล์ส่วนกลางของโครงการเป็นอีกส่วนที่ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกทุกคนในโครงการ พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ครบครัน ทั้งฟิตเนส เซ็นเตอร์, สวนพักผ่อนเอาท์ดอร์สำหรับสมาชิกทุกวัยในครอบครัว, สระว่ายน้ำ รวมทั้งคลับเฮาส์ พร้อมห้องรับรอง  สำหรับไลฟ์สไตล์นอกบ้านที่เป็นสุข

นอกจากความสุขจากกิจกรรมภายในโครงการแล้ว ความปลอดภัยยังเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกโครงการของ Nirvana ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สำหรับในโครงการนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ประตูรั้วหน้าสุดแบบเปิด-ปิด พร้อมระบบ Bluetooth และทางเข้าโครงการสองทาง ระบบกล้อง CCTV ติดตั้งทั่วทั้งโครงการ พร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งระบบไฟฟ้าใต้ดิน เปิดทัศนียภาพของโครงการสวยงาม น่าอยู่ และปลอดภัยสำหรับทุกคน

พื้นที่ส่วนกลาง จึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยเติมคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวแบบรอบด้าน ทั้งในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีจากการใช้ชีวิตแอคทีฟนอกบ้านและกิจกรรมนันทนาการที่หลากหลาย การมีพื้นที่สีเขียวเติมอากาศบริสุทธิ์ให้กับการอยู่อาศัยในทุกวัน พร้อมกับความปลอดภัยอุ่นใจตลอดเวลาในรั้วบ้านแห่งนี้ อำนวยความสะดวกให้สามารถใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองและเป็นส่วนตัวได้แบบสบายใจ

โลเคชั่นติดถนนใหญ่ พร้อมคอมมูนิตี้มอลล์ ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ใกล้เพียงหน้าบ้าน

ข้อได้เปรียบของ Nirvana BEYOND Bangna-Att U Park ที่สำคัญเป็นเรื่องของทำเลที่อยู่ติดกับ Att U Park คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ติดกับถนนบางนา-ตราด ที่พร้อมทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต Foodland และร้านอาหารถูกและดีที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ร้านอาหาร คาเฟ่ชั้นนำ และร้านค้าที่ตอบไลฟ์สไตล์ ซึ่งตั้งใจพัฒนาเพื่อให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่สะดวกสบายเพียงเดินก้าวออกจากบ้าน ซึ่งน้อยมากที่จะหาโครงการบ้านเดี่ยวที่อยู่ติดกับคอมมูนิตี้มอลล์ที่ครบครันเช่นนี้

นอกจากนั้นทำเลติดถนนใหญ่แห่งนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยสะพานกลับรถหน้าโครงการโดยไม่ต้องไปกลับรถไกล หรือจะเดินทางท่องเที่ยวออกสู่ต่างจังหวัดเส้นภาคตะวันออกก็มุ่งตรงได้ง่ายผ่านถนนบางนา-ตราด ออกสู่ทางพิเศษบูรพาวิถี

ทั้งหมดที่เล่ามานี้คือความพิเศษของ Nirvana BEYOND Bangna-Att U Park ที่รอให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเอง ตั้งแต่ผ่านเข้าทางเข้าของ Att U Park นำมาสู่ทางเข้าของโครงการ ลัดเลาะผ่านพื้นที่ส่วนกลาง ธรรมชาติร่มรื่น และทัศนียภาพโครงการที่สวยงามสะอาดตา ก่อนเข้าไปทดลองสัมผัสความรู้สึกของการใช้งานพื้นที่ผ่านประสบการณ์ของตัวเอง ต่อยอดเป็นไอเดียที่จะคัสตอมบ้านหลังนี้ให้ตอบกับความต้องการ ตอบกับใจ และตอบกับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวคุณอย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถนัดเยี่ยมชมบ้านแบบ Exclusive Private Viewing แบบส่วนตัวกับ Personal Assistant ได้ที่ Line Official : https://lin.ee/uQMfLJa หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน call center โทร 1787
#NirvanaDaii #NirvanaHome

Writer
Nathanich Chaidee

Nathanich Chaidee

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Architect’s House เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง

Architect’s House
เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง

เคยคิดเล่น ๆ ไหมว่า บ้านของสถาปนิก ผู้ทำหน้าที่ออกแบบบ้านพักอาศัยให้ครอบครัวมากมายจำนวนหลายหลัง บ้านของพวกเขาเหล่านั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? หลายคนคิดว่าบ้านจะต้องโดดเด่น สุดเท่ในแบบไม่ธรรมดา หรือบ้างก็คิดว่าบ้านของสถาปนิกจะต้องซุกซ่อนรายละเอียดของการออกแบบมากมายไว้อย่างเนียบเนียน

หลังจากที่หลาย ๆ ครั้ง เรานำเสนอ ‘สถาปนิก’ ในบทบาทของผู้ออกแบบเพียงเท่านั้น คอลัมน์ Dwell ครั้งนี้ Dsign Something จึงชวนทุกคนมามองสถาปนิกในบทบาทของทั้งผู้ออกแบบและผู้อยู่อาศัย ว่าแล้วลองไปเคาะประตูบ้านของ 7 สถาปนิกไทยกันดีกว่า แต่ละหลังมีเรื่องราวการออกแบบอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่

01 V House
บ้านรักสงบของคุณวรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกแห่ง VVA ที่หวนกลับสู่ความเรียบง่ายในแบบสามัญ

“ผมชอบบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกสงบ ไม่ต้องตื่นเต้น หรือไม่จำเป็นต้องว้าว นี่เป็นความรู้สึกแรกที่มีเลย” คุณวิน-วรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกจาก Vin Varavarn Architects (VVA) กล่าว  คุณวินเริ่มต้นเล่าว่า เดิมทีครอบครัวอาศัยอยู่ภายในบ้านทาวน์เฮาส์ที่ชั้นล่างเปิดเป็นออฟฟิศเล็กๆ เมื่อลูก ๆ เริ่มโต ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น ก็ถึงเวลาของการทำบ้านหลังใหม่ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เพียงพอต่อภรรยาและลูกๆ

“น่าจะเป็นกับทุกคนที่เป็นดีไซน์เนอร์ เวลาเราทำงานให้คนอื่น เราจะคิดวิเคราะห์จากความเป็นตัวตนของเขา แต่พอเราทำงานของตัวเอง มันเป็นอะไรที่ยากขึ้น เพราะเราก็ไม่เคยมองว่าตัวตนข้างในเราจริงๆ เป็นยังไง ซึ่งงานนี้ก็เหมือนเป็นกระจกสะท้อนให้เรามาย้อนดูตัวเองสักระยะหนึ่งเหมือนกัน ว่าตัวเราเอง ภรรยา หรือลูกๆ อยากได้บ้านแบบไหน และอะไรจะเป็นจุดกึ่งกลางที่ทุกคนโอเค”

ด้วยความที่ไม่ต้องการบ้านที่เนี้ยบกริบ และชื่นชอบวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเพอร์เฟ็กแต่มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ในนั้น ‘ไม้ คอนกรีต เหล็ก’ จึงเป็นตัวแทนสามวัสดุหลักที่คุณวินเลือกมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งแต่ละวัสดุยังมีเรื่องราวและวิธีการที่บ่งบอกความเป็นคุณวินซ่อนอยู่ อย่างการทดลองใช้ไม้เก่าด้วงแทะที่มีอยู่เดิม การใช้เหล็กที่ทดลองทำพื้นผิวให้เป็นสนิมเพื่อลดการดูแลในระยะยาว หรือผนังคอนกรีตที่มีการทดลองใช้กรวดผสมที่มีขนาดแตกต่าง ก่อนจะนำมาเทเป็นชั้น ๆ ทำให้แต่ละชั้นได้พื้นผิวที่แตกต่าง และดูเป็นธรรมชาติ

การออกแบบสเปซ เน้นการอยู่อาศัยและการมองเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ที่ครอบครัวต้องการ ประกอบกับการที่เรียนจบด้านอินทีเรียดีไซน์เนอร์มาก่อนจะไปศึกษาต่อด้านสถาปัตยกรรมหลัก ส่งผลต่อการออกแบบพื้นที่ภายใน “เวลาเรามองบ้านของเรา เราจะมองจากภายในออกไป ว่าสเปซที่เราอยากมีมันเป็นยังไง?” พื้นที่ภายในของบ้านจึงเปิดสู่สนามหญ้าสีเขียวผืนใหญ่ ผสานไปกับความสดใสของต้นเหลืองอินเดียซึ่งเป็นต้นไม้เก่าในพื้นที่ที่ตั้งใจเก็บไว้ มีระเบียงที่สามารถหย่อนขา นั่งพักสบาย ๆ หากนึกสนุก ลูก ๆ ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็สามารถวิ่งลงสนามไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

Owner & Designer : วิน-วรุตม์ วรวรรณ Vin Varavarn Architects (VVA)
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/2TaqMek

02 #11 II /Number Eleven the Second/
ความทรงจำเก่าที่ถูกบรรจุไว้ภายในบ้านลูกผสมไทย-โมเดิร์น

อาคารลูกครึ่งไทย-โมเดิร์นที่เราเห็น เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการออกแบบ และการจัดวางสเปซตามความต้องการใช้งานฟังก์ชัน และหยิบยกหลายองค์ประกอบจากความชอบและความคุ้นเคยส่วนตัวของเจ้าของบ้านและสถาปนิกอย่างคุณบี วิทยถาวรวงศ์จาก Beautbureau Co., Ltd. “เราจับนู่นนิดนี่หน่อยมาผสมกัน ด้วยวิธีการที่เราต้องออกแบบให้เข้ากับไซต์ที่มี ด้วยโปรแกรมที่มีทั้งออฟฟิศและส่วนที่เป็นบ้าน พอเราทำบ้านหลังนี้เสร็จ ลองใช้งานสเปซจริง ๆ เราถึงมาคิดได้ว่า การออกแบบในลักษณะนี้ เราคงมีติดตัวอยู่แล้ว มีต้นแบบที่เราคุ้นเคยให้หยิบจับมาใช้ และมันก็ปรากฏออกมาในงาน โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกว่า..ฉันจะต้องทำบ้านไทยประยุกต์”

การออกแบบเริ่มต้นขึ้นจากขนาดที่ดิน 120 ตารางวา กับการใช้งานฟังก์ชันที่ต้องมีทั้งบ้านและออฟฟิส สิ่งแรกที่คิดจึงเป็นการขยายผังขอบเขตของอาคารให้สุดขอบที่ดินมากที่สุดเท่าที่กฏหมายจะอนุญาตเพื่อให้ใช้งานคุ้มค่ามากที่สุด ต่อมาคือ ความต้องการในเชิงฟังก์ชัน ความเป็นส่วนตัวระหว่างการใช้งานของบ้านและออฟฟิศ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเกิดเป็นแมสอาคารที่แยกตัว มีช่องว่างระหว่างกันเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวทางสายตาและทางเสียง พื้นที่อยู่อาศัยจึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน พื้นที่ส่วนกลาง ชานและระเบียง สลับกันจัดวางอยู่บนเส้นกริด (#) 9 ช่อง ที่เราต่างก็คุ้นเคยดีในสมัยที่เป็นนักเรียนสถาปัตย์

ส่วนอาคารที่แยกออกจากกัน คุณบีร้อยเรียงเรื่องราวของบ้านให้ลื่นไหลและเชื่อมต่อ ผ่านเฉลียงและที่ว่าง ทำให้แต่ละห้องสามารถมีหน้าต่างเปิดรับลมทิศเหนือ-ใต้ให้ไหลผ่านได้ตลอดเวลา ชวนนึกถึงความเย็นสบายของใต้ถุนเรือนไทยพื้นถิ่น นอกจากสเปซของบ้านจะคล้ายคลึงกับชานเรือนไทย รูปลักษณ์และวัสดุของฟาซาดที่บ่งบอกความร่วมสมัยก็ยังส่งกลิ่นอายของความไทย ๆ ด้วยการเลือกใช้ไม้สังเคราะห์สีเข้ม จัดวางในลักษณะคล้าย Panel ทำเป็นแผงด้วยระบบ Prefabricated โดยคุณบีดีไซน์แต่ละชิ้นของ Panel เหล่านี้ให้มาบรรจบกัน ในสัดส่วนที่ล้อไปโครงสร้างส่วนอื่นของบ้านได้อย่างลงตัว เกิดเป็นลวดลายและวิธีการประกอบที่คล้ายคลึงกับการประกอบฝาบ้านแบบไทย ๆ ด้วยเช่นกัน

Owner & Designer : บี วิทยถาวรวงศ์จาก Beautbureau Co., Ltd.
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/2SxGhws

03 บ้าน ภ (ดิบ) พอดี
ที่บรรจุความทรงจำและความหมายที่มีคุณค่าของครอบครัว

จากผืนที่ดินร้อยกว่าตารางวา บริเวณปลายซอยเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในย่านพระเก้า สู่การเป็นที่อยู่อาศัยครอบครัวใหญ่ของ เหลียง-ศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ ผู้เป็นทั้งเจ้าของบ้านและสถาปนิกจาก Atelier of Architects โดยบ้านหลังนี้มีทั้งหมด 6 ห้อง ประกอบด้วยห้องนอนของคุณเหลียงและภรรยา ห้องนอนของคุณตาคุณยาย ห้องนอนของคุณย่า และห้องนอนของลูก ๆ อีกสามคน ด้วยความที่พื้นที่มีขนาดจำกัด เมื่อเทียบกับความต้องการ โจทย์ของการออกแบบจึงเป็นการใช้พื้นที่ดินให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อให้ครอบครัวยังได้เห็นได้เจอกัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นส่วนตัว

แผนผังบ้านออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปตัว “C” เพื่อให้สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวสามารถมองเห็นกันได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ปิดล้อมบ้านไว้อย่างเป็นส่วนตัว เพื่อปกป้องจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอย่างคอนโดหรืออาคารสร้างใหม่ ซึ่งผังรูปตัว C ยังก่อให้เกิดพื้นที่สวนกลางบ้านที่ครอบครัวสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน และเติมบรรยากาศอันอบอุ่นร่มเย็นไว้ได้อย่างลงตัว

ส่วนด้านในของบ้าน ถูกจัดวางให้เป็นพื้นที่โถงบันไดเวียนทรงกลม มีสัดส่วนชานพักและขั้นบันไดที่เดินสบายพอสมควร และใช้พื้นที่รอบรูปทรงกลมเป็นชั้นหนังสือสูงใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องเดินผ่านทุกวัน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีช่องแสงเป็นวงแหวนล้อมรอบ นำแสงธรรมชาติ ไล้ผิวผนัง ทำให้สามารถใช้พื้นที่นี้ตอนกลางวันได้ด้วยแสงธรรมชาติได้

แต่ละห้องยังจัดวางพื้นที่และออกแบบให้เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ รวมถึงกันฝนกันแดดได้ดี โดยเลือกใช้วัสดุที่ทนกับดินฟ้าอากาศอย่างอิฐโบราณกับบริเวณที่ใกล้มือไกลตาของบ้าน เช่น รั้ว โรงรถ และลานกลางบ้าน ที่มีลักษณะการเรียงตัวแตกต่างกันไปตั้งแต่ผนังทึบ หรือการสร้างพื้นผิวและมิติที่สวยงามบนผนังอิฐด้วยการเรียงตัวให้มีช่องลมระบายอากาศได้จนถึงเรียงตัวกันเป็นสัญลักษณ์ตัวอักษร ภ แทนสัญลักษณ์ และเป็นคุณค่าที่มีความหมายกับบ้านไปตลอด

Owner & Designer : เหลียง-ศัลยเวทย์ ประเสริฐวิทยาการ Atelier of Architects
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/3oTTb6a

04 Basic House
จากภาพวาด ‘บ้าน’ ในวัยเด็ก สู่บทสรุปพื้นฐานของบ้านเรียบง่าย

นิยามของคำว่าบ้านของหลาย ๆ คนคงจะแตกต่างกันออกไป  แต่สำหรับ คุณกร ทองทั่ว เจ้าของบ้านและสถาปนิกจาก BHBK มองว่า “บ้านที่ดี คือบ้านที่เหมาะสมกับเจ้าของ บ้านที่เป็นตัวเจ้าของเองจริง ๆ”  Basic House บ้านหลังใหม่ของครอบครัว จึงเน้นมินิมอลสไตล์และความเรียบง่ายตามความชอบส่วนตัวของภรรยา บวกกับฟังก์ชันที่ตอบรับกับครอบครัว “Basic house มันขึ้นมาในสมองตั้งแต่วันแรกที่สเก็ตแบบ คำว่า ธรรมดา คืออะไรที่ธรรมดา เรียบง่ายแต่เราสามารถหยิบขึ้นมาแล้วทำให้มันเกิดความงามได้ ในเวลาเดียวกัน เราเอาความงามที่ว่ามารวมเป็นฟังก์ชัน ”

ด้วยข้อจำกัดของขนาดที่ดิน ซึ่งมีหน้ากว้าง 9 เมตร แต่ลึกถึง 30 เมตร คุณกรจึงออกแบบพื้นที่ทางเดินภายในบ้านที่กว้างเพียง 90 เซนติเมตร และเซตให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่งของตัวบ้าน และเป็นทางเดินที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่พื้นที่หลักส่วนอื่น ๆ ของบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องเล่นของลูก และห้องนอน อีกทั้งเลือกใช้วัสดุเป็นผนังกระจก เพื่อทำให้รู้สึกว่าบ้านกว้างขึ้น และยังเพิ่มฟังก์ชันของพื้นที่ทำงานเข้าไปด้วย ในเวลาเดียวกันก็ยังสามารถมองเห็นพื้นที่ต่าง ๆ ที่แบ่งสัดส่วนไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่โรงรถซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของคุณกร และยังสามารถมองเห็นคอร์ดกลางบ้าน และพื้นที่เล่นของลูก ๆ

ด้วยบริบทของที่ดินย่านลาดพร้าวเป็นย่านเมืองที่มีความวุ่นวาย จึงเป็นความตั้งใจของคุณกรที่จะทำการออกแบบบ้านในดีไซน์ปิด เนื่องจากไม่ต้องการมองเห็นสิ่งอื่น ๆ ภายนอกบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดมุมมองเพื่อให้เห็นคอร์ดบริเวณกลางบ้าน ซึ่งมีการปลูกต้นไม้ เติมบรรยากาศ และเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนของครอบครัว มีกิมมิคเป็นบ่อทรายเล็ก ๆ สำหรับให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกระหว่างวัน

บริเวณห้องนอน ออกแบบโดยใช้ประตูบานเลื่อนกระจก เปิดรับกับคอร์ดกลางบ้านซึ่งพาธรรมชาติเข้าสู่ห้องนอน ในขณะที่มองเห็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านซึ่งมีกิจกรรมหลากหลายของครอบครัวเป็นแบคกราวน์

Owner & Designer : กร ทองทั่ว BHBK
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/2YCoXJK

05 House 41
จากวัตถุดิบในบ้านหลังเก่า สู่ส่วนผสมในบ้านหลังใหม่ที่กลมกล่อม และสุขกำลังดี

เมื่อบ้านไม้หลังเดิมที่อยู่อาศัยมานานเริ่มผุพัง ทำให้ ‘ครอบครัวคุปตะวาทิน’ มองหาพื้นที่แห่งใหม่เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์และสามารถรองรับสมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 คนได้อย่างเหมาะสม สองลูกชายผู้ทำงานอยู่ในวงการสถาปนิกอย่าง คุณวัฒน์ และคุณคณิต คุปตะวาทิน จึงรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบบ้านหลังนี้ โดยหยิบองค์ประกอบ วัสดุ เฟอร์นิเจอร์จากบ้านหลังเดิมมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงแต่งบ้านหลังใหม่ให้มีกลิ่นอายทรอปิคัลสุดคลาสสิค

“พื้นที่ดินมีหน้ากว้าง 10 และยาว 20 เมตร” คำถามคือ จะออกแบบอย่างไรให้ตอบสนองการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด? ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นบ้าน 3 ชั้น ที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ภายในให้สามารถใช้งานได้เต็มขีดจำกัดตามข้อกฏหมาย ตัวบ้านทั้งสามชั้นถูกล่นระยะเข้าไปเพียง 1 เมตรในส่วนที่เป็นผนังทึบ และ 2 เมตรในส่วนที่มีช่องเปิด โดยสถาปนิกกำหนดตำแหน่งช่องเปิดขนาดใหญ่ให้อยู่กึ่งกลางของตัวบ้านเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองด้านของห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่สมาชิกทุกคนใช้เวลาร่วมกัน

สถาปนิกเลือกจัดวางห้องนอนทั้ง 4 ห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวไว้ในชั้น 2 และชั้น 3 โดยแต่ละห้องจะมีห้องน้ำส่วนตัวและพื้นที่ระเบียงเล็ก ๆ เป็นช่องว่างระหว่างหน้าต่างด้านใน และ Façade ด้านนอกซึ่งเป็นเหล็กแผ่นซ้อนทับกันไปมา หรือที่เราเรียกว่า Double skin Facade เป็นม่านกรองแสงที่สร้างความเป็นส่วนตัวในขณะที่ยังให้ความรู้สึกโปร่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้

ด้านการตกแต่งเน้นโทนสีเทาเข้มและสีน้ำตาลจากไม้ โดยนำไม้เก่าจากบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัยมาสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ย้ายมาจากบ้านหลังเดิม และมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่บางชิ้นที่คุณพ่อเจ้าของบ้านนำไม้เก่ามาดัดแปลง ทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างของเก่าและของใหม่ที่จัดวางไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Owner & Designer : คุณวัฒน์และคุณคณิต คุปตะวาทิน
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/2LngGjj

06 บ้าน Modern Tropical
เปิดเผยตัวตนผ่านกรอบอาคารที่แข็งแกร่งนอกแต่อ่อนโยนที่ภายใน

ด้วยความที่บ้านในกรุงเทพฯ มักแฝงตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย ลัดเลาะตามเส้นถนนที่ไม่ได้มาพร้อมผังเมืองที่เป็นระเบียบมากนัก แปลงที่ดินจึงมีลักษณะพื้นที่ที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยตามที่ต้องการ เช่นเดียวกับ บ้านวชิรธรรม ซึ่งมีขนาดที่ดินลึก 24 เมตร กว้างเพียง 8 เมตร ขนาบข้างด้วยเพื่อนบ้านที่อยู่อาศัยกันอย่างแนบชิด รวมถึงที่ดินยังหันหน้าเข้าสู่ทิศใต้ซึ่งโดนแดดโดยตรงในช่วงกลางวัน คุณก็อบ-วัชรพันธ์ นราพงษ์พันธ์ เจ้าของบ้านและสถาปนิกจาก AplusCon Architects จึงต้องลงมือเปลี่ยนข้อจำกัด เพิ่มศักยภาพให้กับพื้นที่ ด้วยความตั้งใจที่ว่า “จะทำอย่างไรให้บ้านมีพื้นที่เพียงพอ ไม่อึดอัด อยู่สบาย และได้สเปซที่มีคุณภาพมากที่สุด?”

บ้านหลังนี้ตั้งใจออกแบบให้เป็นสไตล์โมเดิร์นในแบบที่คุณก็อบถนัดและชื่นชอบ แต่หยิบเอาความเป็น Tropical เข้ามาผสมผสาน ‘Machine for living in the garden’ จึงเป็นนิยามที่คุณก็อบใช้ในการออกแบบบ้านหลังนี้ เล่นคำตามประโยคสุดฮิตอย่าง ‘A house is a machine for living in’ ของสถาปนิกต้นแบบยุคโมเดิร์นอย่าง Le Corbusier รูปลักษณ์ของบ้านออกแบบเรียบง่ายด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบริสุทธิ์ สอดแทรกการออกแบบพื้นที่สวนเขตร้อนเป็นคอร์ดบริเวณใจกลางบ้าน สร้าง Focal Point พร้อมเปิดให้แสงธรรมชาติจากด้านบนสามารถส่องถึงพื้น ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของบ้าน ก็ยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวนี้ได้

“การออกแบบบ้านตัวเอง เราใช้สัญชาติญาณของตัวเองในการที่จะวางแปลนตามบริบท หรือลักษณะนิสัยส่วนตัว  มันท้าทายตรงที่เราได้รวบรวมประสบการณ์ต่างๆ จากสิ่งที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรม วัสดุ หรือแม้แต่พื้นที่สีเขียว นำมาแปลให้มันเป็นสิ่งที่จับต้องได้” ความเป็น Tropical ยังถูกนำเสนอผ่านฟาซาดวัสดุท้องถิ่นไทยที่เราคุ้นเคยอย่างกระจกบานเกล็ดและอิฐบล็อกระบายอากาศที่คุณก็อบชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ซึ่งอิฐบล็อกที่ว่านี้ยังออกแบบด้วยแพทเทิร์นที่ไล่ความโปร่งน้อยไปมากจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน เมื่อแสงแดดตกกระทบจากทิศตะวันตก จึงเกิดมิติของแสงและเงา สร้างความแตกต่างของลวดลายไปตามช่วงเวลาที่ธรรมชาติยอมให้เป็น

Owner & Designer : ก็อบ-วัชรพันธ์ นราพงษ์พันธ์ AplusCon Architects
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/3DzNrTr

07 From A Green Roof To The Green Community
เริ่มต้นจากบ้าน สู่การสร้างผืนป่าในเมือง

บ้านหลังสุดท้าย เราพามาเคาะประตูบ้านของภูมิสถาปนิกแห่งบริษัท ฉมา อย่าง คุณใหม่ – ประพันธ์ นภาวงศ์ดี ที่นำความปรารถนาดีที่อยากทำบ้านส่วนตัวให้ส่งผลต่อส่วนรวม มาแปลเป็นงานออกแบบบ้านที่เป็นเหมือนป่าธรรมชาติกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ

เดิมที บ้านหลังนี้เป็นที่ดินเก่าแก่ของครอบครัวที่อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก กาลเวลาขยับขยายจากครอบครัวเล็กเติบโตเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีคนสามรุ่นอยู่ร่วมกัน ข้อจำกัดของการเริ่มต้นบ้านหลังใหม่อยู่ที่ขนาดของที่ดินในเมืองที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่ก็อยากได้บ้านเพียงสองชั้น การจัดวางผังพื้นบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อรวบรวมความต้องการทั้งหมดเข้าด้วยกัน ด้วยการใช้วิธีคิดแบบคอนโดมิเนียม โดยให้ห้องส่วนตัวทุกห้องมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วยนอกเหนือจากการเป็นห้องนอน และใช้ชั้นดาดฟ้าเป็นสวนขนาดใหญ่ของบ้าน

ไฮไลต์ของบ้านหลังนี้ คือ ไม้ยืนต้นที่ตั้งตระหง่านในทุกระดับชั้นของบ้าน เริ่มจากส่วนหน้าบ้านที่เลือกต้นไม้ต้นเตี้ยหน่อยเพื่อรักษาทั้งความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยไปพร้อมกับเป็นวิวสีเขียวให้กับถนนหน้าบ้าน ไล่ระดับจนถึงชั้นดาดฟ้าที่เป็นสวนป่าพื้นที่เท่ากับอีกชั้นหนึ่งของบ้าน ต้นไม้น้อยใหญ่และสวนผักกินได้จึงทำหน้าที่กรองความร้อนจากแสงแดดบนชั้นหลังคาได้ พื้นที่อยู่อาศัยชั้นล่าง ๆ ก็ได้อากาศเย็นสบายไม่อบอ้าวไปในตัว

เพื่อความยั่งยืนในอนาคต คุณใหม่เลือกเปลือยหน้าดินให้เหมือนป่าธรรมชาติ โดยไม่ได้ปลูกไม้พุ่มคลุมดินเหมือนกับสวนหน้าบ้านโดยทั่วไป เมื่อใบไม้ร่วงหล่นมาทับถมกัน ก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยและดินในอนาคต นอกจากบรรยากาศที่เหมือนป่าจริง ๆ แล้ว วัฏจักรที่ต้นไม้ดูแลกันเองตามธรรมชาติยังเกื้อกูลให้เติบใหญ่ได้อย่างยั่งยืนตามความตั้งใจ

Owner & Designer : ใหม่ – ประพันธ์ นภาวงศ์ดี Shma Company Limited
อ่านบทความเต็มๆ ได้ที่ : https://bit.ly/2YEw4Sd

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

“ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” ปรัชญาที่ค้นหาได้ในทุกๆ รายละเอียดของบ้าน Sense Bangna – Suvarnabhumi

Sense Bangna – Suvarnabhumi
“ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” ปรัชญาที่ค้นหาได้ในทุกๆ รายละเอียด

แม้โซนสมุทรปราการจะเป็นย่านปริมณฑลที่เมื่อเทียบระยะทางด้วยเวลา 40 นาทีจากตัวเมืองกรุงเทพฯ และเวลาเพียง 20 นาทีจากรถไฟฟ้าสถานีบางนา ก็รู้สึกใกล้ขึ้นมาหากจำนวนเวลานั้นแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งกว่า เพราะย่านนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งศูนย์รวมของย่านที่พักอาศัยที่เพรียกพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญมากมาย ขณะเดียวกับก็ยังมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบไม่แออัดจนรู้สึกไร้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งเหมาะแก่การเริ่มต้นใช้ชีวิตกับสมาชิกภายในครอบครัวอย่างปฏิเสธไม่ได้

Sense Bangna – Suvarnabhumi  จึงเป็นโครงการหมู่บ้านขนาดพอดี ที่ไม่เพียงแต่ออกแบบคำว่า ‘บ้าน’ ให้เป็นพื้นที่ที่พอดิบพอดีต่อการใช้งานจริงในทุกๆ วัน ภายใต้การหยิบแรงบันดาลใจจากปรัชญา “Not too little, Not too much” หรือ “ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” เข้ามาใช้ร่วมกับการออกแบบ แต่ยังเป็นหมู่บ้านที่พิถีพิถันในการจัดวางฟังก์ชันร่วมกับ 5 แกนหลัก NEVERLAND ตั้งแต่ Ever Active, Ever Smile, Ever Green, Ever Love, และ Ever Care จาก REAL ASSET ที่เชื่อใน Believing A Better You Is Possible หรือการสร้างจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยในตั้งแต่ก้าวแรกได้อย่างยั่งยืน เพื่อมอบช่วงเวลาตลอดการดำเนินชีวิตอยู่ภายในบ้านได้อย่างเรียบง่ายและสมบูรณ์แบบ

(หน้าโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi)
(หน้าโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi)

ยิ้มแรกพบสู่ดินแดนแห่งความสุข

              จากหน้าโครงการที่ติดกับถนนหลักเข้ามาภายในโครงการ คือระยะ Cool Down ที่พอเหมาะต่อการปลอบประโลมจิตใจ รอยยิ้มแรกพบและการต้อนรับอย่างเป็นมิตรจากทีมงานรักษาความปลอดภัยช่วยตอกย้ำความอุ่นใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้เดินทางกลับมาพักอาศัยภายในบ้านที่แสนอบอุ่นกับคนในครอบครัว พร้อมกับการบริการดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ CCTV ตลอด 24 ชม. นั้นมีความสุขมากน้อยแค่ไหน

ทั้งบรรยากาศโดยรอบเขตผืนที่ดิน 23-0-8 ไร่ ภายในโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi ที่แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวและความเงียบสงบของทำเลที่ตั้ง ยังช่วยเสริมให้องค์ประกอบพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบและลงตัวกับทุกบริบทของการดำเนินชีวิต

(พื้นที่ส่วนกลาง Sense Bangna – Suvarnabhumi)

Wellness Lifestyle เพื่อสุขภาพทางกายและใจที่ดี

พื้นที่ส่วนกลางขนาดกระทัดรัดบริเวณโซนด้านหน้าของโครงการ ถูกออกแบบด้วยเส้นสายที่อบอุ่นเหมาะแก่การทำกิจกรรมเบาๆ และนั่งเล่นพักผ่อนกับครอบครัวในยามว่าง คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายและฟิตเนส เพรียกพร้อมไปอุปกรณ์ทันสมัย ที่ถูกคัดสารรมาเป็นอย่างดี ภายใต้การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ครอบคลุมด้วยแนวคิด Wellness Lifestyle หรือแนวคิดที่มุ่งเห็นผู้อยู่อาศัยทุกครอบครัวมีสุขภาพทางกายและใจดีที่ดีตลอดช่วงเวลาของการพักผ่อน

(แบบบ้านแฝด พื้นที่ใช้สอย 151.0 ตร.ม. บนเนื้อที่ดิน 39.0 ตร.ว.)
(แบบบ้านทาวน์โฮม พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. บนเนื้อที่ดิน 28 – 35 ตร.ว.)

 “ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” คือหัวใจของความพอดี

              หน้าบ้าน หลังบ้าน และการออกแบบภายในบ้านทุกๆ มุม ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากปรัชญาสวีดิช “Not too little, Not too much” หรือ “ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป” ซึ่งเป็นความหมายของการออกแบบบ้านขนาดพอดีในแบบของ REAL ASSET เพราะบ้านที่ดีอาจไม่ใช่เพียงแค่บ้านที่มีดีไซน์สวย แต่ต้องเป็นบ้านที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้จริง

การจัดวางฟังก์ชันภายในบ้านรวมถึงสไตล์ในการออกแบบตกแต่งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยต่อโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi สู่บ้านแฝดและบ้านทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์นสแกนดิเนเวียนที่โดดเด่นด้วยรูปทรงเป็นเอกลักษณ์และภาพจำที่ดู Homey ชวนสัมผัสถึงความอบอุ่นตั้งแต่แรกพบ

(การจัดวางทิศทางหน้าต่างในห้องนอนเล็กบริเวณชั้น 2)

จากที่บ้านทั้งสองรูปแบบได้ถูกนำด้วยดีไซน์ของสไตล์สแกนดิเนเวียน หรือสไตล์ที่คุ้นชินกันดีในแง่ของการสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ดูเรียบง่าย และผ่อนคลายเป็นกันเอง ด้วยการเลือกใช้วัสดุหรือสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติ ไปจนถึงการจัดวางทิศทางของบานประตูหน้าต่างให้สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในตัวบ้านได้อย่างไม่มากไม่น้อยจนเกินไป จึงเกิดเป็นบ้านที่ดูโปร่งโล่งน่าอยู่ และพักอาศัยได้ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด

(ส่วนรับแขกบริเวณชั้น 1 ของบ้านเดี่ยว)

ไลฟ์สไตล์ที่สมดุลเริ่มจากฟังก์ชันที่เรียบง่าย

              นอกจากการจัดวางทิศทางของบานประตูหน้าต่างที่ดีเพื่อให้สอดคล้องไปกับการเข้าถึงของแสงธรรมชาติแล้ว การจัดวางเลย์เอาท์แปลนและฟังก์ชันของตัวบ้านทั้งสองรูปแบบ ที่ถูกตั้งชื่ออย่างไพเราะว่าบ้านแฝด AMANDA และทาวน์โอม IDAS ก็ยังได้รับการออกแบบอย่างเข้าอกเข้าใจ เพื่อให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเป็นไปตามความต้องการการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว

โดยบ้านแฝด (AMANDA) ได้รับการออกแบบให้ตัวบ้านมีลักษณะคล้ายกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ประกอบไปด้วยถึง 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอย 151.0 ตารางเมตร และ เนื้อที่ดิน 39.0 ตารางวา

(แปลนบ้านแฝด AMANDA)
(แปลนทาวน์โฮม IDAS)

ส่วนทาวน์โฮม (IDAS) ได้รับการออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอย 136 ตารางเมตร และเนื้อที่ดิน 28 – 35 ตารางวา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากบ้านทั้งสองรูปแบบจะมีฟังก์ชันที่พอเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางแล้ว ก็ยังอัดแน่นไปด้วยพื้นที่ที่ครบครันต่อรูปแบบของการดำเนินชีวิตได้อย่างตอบโจทย์ทีเดียว

(ส่วนโถงชั้น 2)
(ห้องนอนเล็กบริเวณชั้น 2)

สำคัญคือทุกๆ พื้นที่และทุกๆ เลย์เอาท์ภายในบ้านแฝด AMANDA และทาวน์โฮม IDAS คือความพอดีที่ถูกคิดมาอย่างพิถีพิถันแล้วว่า แต่ละมุมภายในบ้านจะต้องสามารถรองรับการจัดวางให้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมส่วนตัวและกิจกรรมส่วนรวมของสมาชิกทุกคนภายในครอบครัวได้อย่างลงตัวในคราวเดียวกัน

ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และการเปลี่ยนมุมมองของคำว่า ‘บ้าน’ ให้เป็นมากกว่าพื้นที่พักอาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างความสมดุลให้กับทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายและอบอุ่นอีกด้วย

(ห้องนอนเล็กบริเวณชั้น 2)
(ห้องนอนเล็กชั้น 2 ที่ได้รับการตกแต่งบิวท์อินในสไตล์ Lagom)

ออกแบบความสุขที่ลงตัวด้วยสไตล์ LAGOM จาก IKEA

              นอกจากแนวคิด ความพิถีพิถันในการออกแบบ และความใส่ใจต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการแล้ว REAL ASSET ยังได้จับมือกับ IKEA แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำระดับโลก เพื่อรังสรรค์ให้โครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi เต็มไปด้วยพื้นที่ที่พอเหมาะพอดีต่อการใช้ชีวิต ผ่านการตกแต่งในสไตล์ LAGOM  หรือสไตล์ที่สอดคล้องไปกับแนวคิด “Not too little, Not too much” เพื่อเป็นวิถีชีวิตที่ล้นๆ ในฉบับคนเมืองให้กลมกล่อมและผ่อนเบายิ่งขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้

(ห้องนอนใหญ่ชั้น 2 ที่ได้รับการตกแต่งบิวท์อินในสไตล์ Lagom)
(ส่วนรับแขกบริเวณชั้น 1 ของบ้านแฝด)

คุณภาพชีวิตที่เลือกได้ผ่านเรื่องราวดีๆ จาก Sense Bangna – Suvarnabhumi

              สร้างจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับครอบครัวได้ง่ายๆ ด้วยบ้านแนวคิดใหม่จากโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi ที่ออกแบบอย่างใส่ใจ ผสานกับดีไซน์ที่เรียบง่ายเพื่อฟังก์ชันที่ตอบโจทย์และการใช้สอยอย่างคุ้มค่าในทุกๆ ตารางเมตร

(แผนที่การเดินทางไปยังโครงการ Sense Bangna – Suvarnabhumi)

พร้อมทำเลที่ตั้งติดถนนหลักกิ่งแก้ว ซ.29 ให้คุณสามารถเดินทางเข้าเมืองและออกเมืองได้อย่างอิสระ ด้วยการเดินทางใกล้เคียงวงแหวนกาญจนาภิเษก, มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี, 8 นาที ถ.บางนา-ตราด, 15 นาที Airport Rail Link – ลาดกระบัง, 15 นาที สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และ 24 นาที สู่ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ Maga Bangna ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งกว่าในราคาเริ่มต้นเพียง 4.29 ลบ.* หรือสอบถามโปรโมชั่นสุดพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1232 และเว็บไซต์ https://www.realasset.co.th/semidetached/sensebangnasuvarnabhumi

จากแรงบันดาลใจของหมู่บ้านแห่งสายน้ำสู่ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao สถาปัตยกรรมน่าอยู่ที่ลงตัวกับทุกบริบทของชีวิต

Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
จากแรงบันดาลใจของหมู่บ้านแห่งสายน้ำสู่ สถาปัตยกรรมน่าอยู่ที่ลงตัวกับทุกบริบทของชีวิต

เมื่อกล่าวถึงวิถีการเลือกซื้อบ้านในฉบับคนเมืองกรุง หากไม่กล่าวถึงพื้นที่ที่ไร้ซึ่งความแอดอัด หรือหมู่บ้านที่เงียบสงบด้วยบริบทที่ตั้งเห็นจะไม่ได้ เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกและภายในที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อว่าผู้อยู่อาศัยหลายๆ คนยังคงมองหาอยู่เสมอนั่นคือ ‘สถาปัตยกรรมที่น่าอยู่’

              Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao คือหมู่บ้านขนาดพอดีที่มี Modern Luxury Home เพียง 59 หลัง บนพื้นที่กว่า 30-3-84 ไร่ ในย่านบางแค – เพชรเกษม หรือแถบปริมณฑลที่โปร่งเบาด้วยจำนวนผู้อยู่อาศัย มีความแออัดหนาแน่นน้อย และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตอันเงียบสงบ ภายใต้แนวคิดที่ SC ASSET ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริบทของหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเรียบง่ายและมีวิถีการดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับสายน้ำ อย่างหมู่บ้าน GIETHOORN ประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการออกแบบผังหมู่บ้านตลอดทั้งโครงการ เพื่อให้บ้านทุกหลังเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าอยู่และลงตัวกับทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

บ้านในฝันท่ามกลางบรรยากาศดั่งภาพวาด

              จากแนวคิดที่ต้องการให้บ้านทุกหลังและบริบทภายในโครงการเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวต่อการพักอาศัย และเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน หมู่บ้านเล็กๆ ที่ได้ถูกขนานนามว่าเป็นเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ อย่างหมู่บ้าน GIETHOORN จึงได้ถูกหยิบนำเอกลักษณ์ที่งดงามของบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาตินานาพันธุ์ และความรื่นรมย์ของคูคลองเล็กๆ รอบหมู่บ้านเข้ามาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและผังโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ที่ยังชวนให้หวนจินตนาการถึงภาพวาดติดฝาผนังในบ้านยุคก่อนๆ ซึ่งเชื่อว่าคงเป็นรูปแบบของบ้านในฝันที่ใครหลายคนปรารถนาเป็นแน่

สระว่ายน้ำระบบเกลือบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

แมกไม้หลากพันธุ์ สีสันแห่งแรงบันดาลใจจากเมืองตะวันตก

              นอกจากแนวคิดในแง่ของการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบภายในโครงการแล้ว รูปทรงของสถาปัตยกรรมหลังคาจั่วสไตล์ตะวันตกและการตกแต่งทิวทัศน์ด้วยพันธุ์ไม้ประดับหลากสีชวนผ่อนคลายสายตาในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้าน GIETHOORN เพื่อให้ผู้อาศัยภายในโครงการได้เพลิดเพลินไปกับบริบทที่งดงามคล้ายกับกำลังได้พักผ่อนท่องเที่ยวในทวีปยุโรป และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่น่าหลงใหลจนลืมความวุ่นวายของการใช้ชีวิตกลางเมือง

สระว่ายน้ำระบบเกลือบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

ดื่มด่ำไปกับบริบทที่ถูกคิดมาเพื่อวีถีของการพักผ่อน

              ด้วยที่ SC ASSET ได้ตั้งใจรังสรรค์ให้โครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao แห่งนี้เป็นดั่งพื้นที่ที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตอันสงบเงียบและช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างลงตัว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจึงเพรียกพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ตั้งแต่ Clubhouse, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย และสวนสาธารณะบรรยากาศร่มรื่น พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบ  Triple Security และบริการพิเศษจาก RueJai Club มาตรฐานจาก SC ASSET ที่ช่วยให้ผู้อาศัยภายในโครงการสามารถดื่มด่ำไปกับบริบทที่ถูกคิดมาเพื่อวิถีของการพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันอย่าง Exclusive

ห้องฟิตเนสบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

อีกทั้งอาคารพื้นที่ส่วนกลางยังได้รับการออกแบบภายในให้มีความโมเดิร์นหรูหราและสร้างความรู้สึกที่โปร่งโล่งด้วยการยกเพดานสูงให้ล้อเอียงไปตามองศาของโครงสร้างหลังคาที่เป็นอาคารทรงจั่วสไตล์ตะวันตก เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานในพื้นที่ส่วนนี้ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ผ่อนคลายและไม่อึดอัดจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังสามารถกวาดสายตาออกไปชื่นชมทิวทัศน์ภายนอกอาคารได้อย่างเปิดกว้าง ด้วยมุมมองจากบานหน้าต่างที่ถูกออกแบบตำแหน่งทิศทางให้เหมาะสมกับบริบทไว้อย่างลงตัว

สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
แบบบ้าน GIETHOORN ขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 120 – 162 ตารางวา

ความหรูหราสไตล์โมเดิร์นที่แฝงไปด้วยวิถีชีวิตสุด Exclusive

              หลายครั้งที่ความหรูหรามักถูกตีความขึ้นเพียงแค่ภาพลักษณ์ของสไตล์การออกแบบและวัสดุสิ่งของตกแต่งเท่านั้น ทว่า SC ASSET กลับตีความคำว่าหรูหรา หรือ Luxury ในรูปแบบของวิถีชีวิตที่ Exclusive ผ่านการสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ให้กับบริบทภายในโครงการ และมอบบริการที่เหนือกว่าให้กับผู้อยู่อาศัยทุกครอบครัว ไปพร้อมๆ กับฟังก์ชันภายในตัวบ้านที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับคุณภาพชีวิตที่ดีและตอบโจทย์ทุกกิจวัตรประจำวันได้อย่าง Premium ที่สุด

ด้วยแบบบ้านที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบบ้าน WIEDEN 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living Room Family, 1 ห้องแม่บ้าน,  4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 351 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 100  – 132 ตารางวา

 แบบบ้าน MOLENGANT 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living  Room Family,  1 ห้องแม่บ้าน, 4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอย 442 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 104 – 133 ตารางวา

และแบบบ้าน GIETHOORN หรือแบบบ้านไซส์ใหญ่สุดของโครงการ ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living  Room Family,  1 ห้องพระ, 1 ห้องแม่บ้าน และ 4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 521 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 120 – 162 ตารางวา

แปลนบ้าน GIETHOORN ชั้น 1
แปลนบ้าน GIETHOORN ชั้น 2

อีกทั้งนอกจากบ้านแต่ละหลังจะถูกวางให้มีขนาดที่ดินอย่างต่ำอยู่ที่ 100 ตารางวาแล้ว การออกแบบผังของโครงการให้บ้านทุกหลังอยู่ในตำแหน่งของแปลงหัวมุมเสมอ เพื่อให้รอบตัวบ้านสามารถมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางได้มากกว่าและให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นด้วยในคราวเดียวกัน

ส่งตรงคุณภาพชีวิตที่ลงตัว ผ่านการออกแบบเส้นสายที่พิถีพิถัน

ไม่ว่าวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัวจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไร Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ก็สามารถตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ผ่านการออกแบบเส้นสายที่พิถีพิถันถึง 3 รูปแบบบ้าน ซึ่งรูปแบบของบ้าน GIETHOORN นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจ ด้วยฟังก์ชันและเลย์เอาท์ภายในบ้านที่พร้อมรองรับกับสมาชิกภายในครอบครัวได้หลากหลายขนาด อีกทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกทุกคนได้อย่างครบครัน

ตั้งแต่การจัดวางพื้นที่ในส่วนของชั้น 1 ให้เหมาะกับการเป็นห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น, ปรับเปลี่ยนพื้นที่บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารให้เป็นโซนแพนทรี่สำหรับตระเตรียมอาหารง่ายๆ แยกขยายออกมาจากส่วนครัวหลัก ไปจนถึงการจัดวางพื้นที่ห้องนั่งเล่นรอง ห้องพระ และส่วนออกกำลังกายบริเวณหัวมุมบันไดชั้น 2 ก็สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างตอบโจทย์

ห้องรับประทานอาหาร และโซนแพนทรี่

อีกทั้งพื้นที่ชั้น 1 ยังได้ถูกจัดวางให้มีห้องนอนสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุเสริมเข้ามาอีก 1 ห้อง ด้วยการดีไซน์ฟังก์ชันที่ถูกคิดมาในรูปแบบของ Universal Design โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือช่วยพยุง อย่าง ไม้เท้า รถเข็น รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านการปรับระดับพื้นให้ไร้รอยต่อ ติดตั้งราวจับช่วยพยุงเสริมในห้องน้ำ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุปูพื้นแบบ Soft Floor เพื่อลดแรงกระแทกและลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิด

Master Bedroom เพดานสูง 7 เมตร
พื้นที่นั่งเล่นและ Walk-in Closet ของ Master Bedroom

สำหรับอีก 3 ห้องนอนในส่วนของพื้นที่ชั้น 2 แต่ละสัดส่วนได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อการจัดวางให้แต่ละห้องสามารถมี Walk-in Closet เป็นของตนเองได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันดีไซน์ของฝ้าเพดานสูง 7 เมตร ที่ล้อไปกับองศาของหลังคาภายในห้อง Master Bedroom ก็ยังช่วยสร้างมุมมองที่โดดเด่นและมีบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายจนสามารถปรับเปลี่ยนให้พื้นที่ภายในห้องนอนกลายเป็นอีกหนึ่งห้องนั่งเล่นระหว่างวันไปในตัวเลยก็ว่าได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคุณภาพชีวิตที่ลื่นไหลในอีกมิติ ภายใต้ชายคาของแบบบ้าน GIETHOORN หลังนี้

คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อศักยภาพการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

              นอกจากในส่วนของดีไซน์เลย์เอาท์ตัวบ้านที่ตอบโจทย์กับทุกกิจกรรมการอยู่อาศัยแล้ว บ้านทุกหลังภายในโครงการยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมและคัดสรรวัสดุต่างๆ มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความรู้สึกถึงสถาปัตยกรรมที่น่าอยู่และคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าให้กับผู้อยู่ศัยได้วางใจในทุกๆ ช่วงเวลาของการพักผ่อน

สวนหย่อมนั่งเล่นบริเวณหน้าบ้าน

ไม่ว่าจะเป็น ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic sensor & Shock Sensor, ระบบไฟฉุกเฉิน, ระบบควบคุมอัจฉริยะ Home Automation, ฉนวนกันความร้อน Stay Cool ใต้หลังคา, กระจกป้องกันรังสี UV, ประตูบานไม้สัก, บานหน้าต่างอะลูมิเนียมจากแบรนด์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น, สุขภัณจากแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม, และอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างง่ายดายและสมบูรณ์แบบ

แผนที่การเดินทางไปยังโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

พร้อมด้วยการคัดสรรทำเลศักยภาพติดถนนกาญจนาภิเษก ให้ผู้อยู่อาศัยภายในโครงการสามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองกรุงเทพได้โดยสะดวกสบาย และเข้าถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ไปจนถึงแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ได้ในเพียงในไม่กี่กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเกษมราฎร์บางแค 3.3 กม., ห้าง The Mall บางแค 2.9 กม. และห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำอื่นๆ อีกมากมาย, โรงเรียนเด่นหล้า 5 กม., หรือแม้แต่การคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีหลักสองและรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีบางหว้าที่ห่างจากตัวโครงการเพียง 3- 8 กม.

ตอบโจทย์การเดินทางสัญจรจาก Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ไปยังจุดแลนด์มาร์คต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันก็ยังคงมีพื้นที่ที่สามารถกลับมาดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างสงบเงียบภายในโครงที่ถูกรังสรรค์มาเพื่อความลงตัวกับทุกบริบทของชีวิตโดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นที่ 20 – 30 ล้านบาท โดยสามารถเข้าชมและสอบถามสิทธิพิเศษได้ที่โครงการระหว่างวันที่ 6 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษที่ www.scasset.com

Writer
Pichapohn Singnimittrakul

Pichapohn Singnimittrakul

Copy writer ผู้มีความสนใจในงานจิตอาสา และ Eco-Living ที่เชื่อว่างานออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้นได้

7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร ห่างไกลเชื้อโรค

จากสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงนี้ ฟังดูอาจจะไม่ค่อยรื่นรมย์เท่าไรนักเพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ข่าวไวรัสโคโรน่าที่กำลังแพร่ระบาดหนักจนกลายเป็นวิกฤตไปทั่วโลก และเกรงว่าจะยังคงระบาดเป็นระยะเวลานาน ความสะอาดจึงเป็นเรื่องที่คนหันมาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นวิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุด Dsignsomething จึงมีไอเดียการออกแบบในมุมมองของงานสถาปัตยกรรม

Continue reading “7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร ห่างไกลเชื้อโรค”

ถอดสเปซฉากบ้าน PARASITE ภาพยนตร์ที่พูดถึงการแบ่งชนชั้น โดยมีสถาปัตยกรรมเป็นตัวช่วย

 *** Spoiler Alert
หลังจากที่งานประกาศผลรางวัลออสการ์ประจำปี 2020ผ่านพ้นไป ก่อนอื่นต้องขอขอแสดงความยินดีกับ Parasite (2019) ภาพยนตร์ตัวเต็งอันดับต้นๆ จากเอเชียที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ได้อย่างสมภาคภูมิ

Continue reading “ถอดสเปซฉากบ้าน PARASITE ภาพยนตร์ที่พูดถึงการแบ่งชนชั้น โดยมีสถาปัตยกรรมเป็นตัวช่วย”

CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว เชื่อมต่อสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยพื้นที่แห่งการพักอาศัย

แน่นอนว่าในช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ย่อมมีความคิดหรือความฝันที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหนึ่งหลัง ซึ่งถ้าพูดถึง ‘บ้าน’ แน่นอนว่าเป็นปัจจัยสี่ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพราะบ้านถือเป็นพื้นที่ของความเป็นส่วนตัว

Continue reading “CENTRO บางนา-กิ่งแก้ว เชื่อมต่อสมดุลของการใช้ชีวิต ด้วยพื้นที่แห่งการพักอาศัย”

Maki House บ้านรีโนเวทขนาดพอดี ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด

Location: Chokchai 4, Ladprao Bangkok Thailand
Owner: Prem Chatmanop, Wasinee Chatmanop

Continue reading “Maki House บ้านรีโนเวทขนาดพอดี ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด”