บ้านที่เปิดมุมมองอิสระและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวคุณที่ VENUE ID RAMA5

บ้านที่เปิดมุมมองอิสระและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวคุณที่
VENUE ID RAMA5

‘รักอิสระ และมีตัวตน’ คือนิยามของคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคนี้ นั่นก็เพราะพลังและความมั่นใจในตัวที่พร้อมจะแสดงออกในสิ่งที่ตัวเองรัก คำตอบจึงเป็นเรื่องของชีวิตประจำวันที่มีความเฉพาะตัวสูง มีงานอดิเรกหรือความสนใจที่แตกต่างกันไปตามตัวบุคคล

นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ ‘บ้าน’ สำหรับคนรุ่นใหม่ จะต้องตอบไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะตัวของแต่ละคนได้อย่างครอบคลุม เพื่อให้บ้านเป็นมากกว่าพื้นที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่สร้างความสบายใจที่พร้อมจะให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นหาและบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้ VENUE ID RAMA5 โดย SC ASSET ออกแบบทั้งส่วนสถาปัตยกรรม พร้อมกับจัดสรรพื้นที่ภายในชนิดที่เปิดอิสระให้กับการใช้ชีวิตกับสิ่งที่รักในทุกรูปแบบได้อย่างใจคนอยู่

บ้านขนาดพอดี ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบไม่ไกลเมือง

จุดเริ่มต้นของงานออกแบบมาจากการวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มคนออฟฟิศรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นมีครอบครัว และกำลังขยับขยายจากการอยู่แบบคอนโดมิเนียมหรือออกจากบ้านหลังเดิม มาสู่บ้านหลังใหม่ที่มีบริเวณกว้างขวางมากขึ้นสำหรับกิจกรรมประจำวันและความสนใจในชีวิต

ทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่เรื่องราวของทำเล ย่าน ‘พระราม 5’ เป็นชานเมืองที่ตอบคุณภาพชีวิตรอบด้าน ด้วยบรรยากาศของการเป็นที่อยู่อาศัยที่เชื่อมต่อกับชีวิต และเอื้อต่อการทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ประจำวัน แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อกับเมืองได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อบาลานซ์การใช้ชีวิตระหว่างชานเมืองและในเมืองได้อย่างสมดุล

ชีวิตนอกบ้านของผู้คนในย่านพระราม 5 ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเติมเต็มความเป็นอิสระของการอยู่อาศัยสำหรับทุกชีวิต เพราะทำเลพระราม 5 แห่งนี้เป็นพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชานเมืองที่ยังมีไลฟ์สไตล์นอกบ้าน ใกล้กับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหลากหลายรูปแบบ ทั้งห้างสรรพสินค้าอย่าง The Crystal และ The Walk ราชพฤกษ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกโซนจตุจักร ลาดพร้าว อย่าง Central ลาดพร้าว เดินสวนจตุจักร หรือจ๊อกกิ้งสวนรถไฟ ก็เชื่อมต่อเข้าถึงในเวลาอันรวดเร็ว

พระราม 5 เรียกว่าตอบโจทย์ทุกข้อที่คนรุ่นใหม่ต้องการ เพราะสามารถเดินทางไปสู่ย่านออฟฟิศอย่างจตุจักร-บางซื่อ จะด้วยทางด่วนหรือรถไฟฟ้าก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย โจทย์ข้อแรกในเรื่องทำเลจึงครบครันทั้งกับการวางแผนใช้ชีวิตในปัจจุบัน และยาวต่อเนื่องไปถึงอนาคต

(เส้นสายฟรีฟอร์มจากนอกบ้านสามารถดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบภายใน เพื่อสร้างความสดใหม่ในงานออกแบบ)

นิยามความอิสระ สู่เส้นสายของสถาปัตยกรรม

‘ฟรีฟอร์ม ลื่นไหล ไร้ขีดจำกัด’ เป็นคำสำคัญที่ใช้ได้ดีกับทั้งการวิเคราะห์ผู้อยู่อาศัย และการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่หยิบเอาความอิสระของเส้นและรูปทรงมาใช้งาน พร้อมกับเป็นคอนเซ็ปต์ให้กับบ้านทั้ง 3 รูปแบบ โดยเฉพาะกับการออกแบบบ้านแฝดรูปแบบใหม่ที่เน้นความเป็นอิสระ ออกจากกรอบของบ้านแฝดแบบเดิมๆ

จากคำถามเริ่มต้นที่ว่า จะทำอย่างไรให้บ้านแฝดมีความเป็นอยู่ในบ้านได้แบบบ้านเดี่ยว ที่สามารถเดินรอบบ้านได้เหมือนกับบ้านทั้งหลังเป็นของเราเอง จึงนำมาสู่บ้านแฝดรูปแบบใหม่ของ VENUE ที่คิดเผื่อสำหรับการใช้งานของการเป็นบ้านเดี่ยว และยังคงความส่วนตัวแม้จะได้ชื่อว่าเป็นบ้านแฝดก็ตาม

ENJOY บ้านแฝดขนาดเล็กของโครงการบนพื้นที่ใช้สอย 158 ตารางเมตร ภายใต้แนวความคิดของการเป็นบ้านเดี่ยวที่มักต่อเติมครัวไทยหรือพื้นที่ซักล้างเอาไว้นอกบ้าน งานออกแบบจึงเลือกใช้งาน Double Kitchen / Laundry ที่มีการใช้งานฟังก์ชันเฉพาะมาเป็นพื้นที่ Transition หรือพื้นที่เปลี่ยนผ่านจากส่วนที่ติดกันกับบ้านอีกหลัง ก่อนที่จะเข้าสู่ความเป็นส่วนตัวของพื้นที่อยู่อาศัย

(Double Kitchen / Laundry เป็นพื้นที่เชื่อมต่อบ้านแฝดสองหลังเข้าด้วยกัน เพราะเป็นพื้นที่ใช้งานบางเวลา จึงไม่รบกวนกันแม้ขณะใช้งาน และยังคงความเป็นส่วนตัวเหมือนบ้านเดี่ยวได้อย่างดี)

ในส่วนพื้นที่อยู่อาศัย สร้างสรรค์ให้เข้าใจคนรุ่นใหม่ที่มีงานอดิเรกที่รักชอบแตกต่างกันไป ชั้นล่างแบบโอเพ่นแปลนจัดสรรเป็นสัดส่วน จะกั้นเป็นพื้นที่ทำงานคราฟต์หรือโชว์ของสะสมก็สามารถจัดการพื้นที่ได้ตามความต้องการ โดยทุกส่วนยังคงเชื่อมต่อกับบรรยากาศธรรมชาติของสวนสีเขียวนอกบ้าน ผ่านช่องเปิดที่ถูกจัดสรรไว้โดยรอบบ้าน

และด้วยการออกแบบที่ใช้ส่วนครัวไทยเป็นส่วนเชื่อมต่อบ้านแฝดสองหลัง การเปิดช่องของตัวบ้านจึงทำได้โดยรอบ แสงสว่างจึงยังคงส่องถึงทุกส่วนภายในบ้านเอง และภายในพื้นที่ครัวใช้งานด้วย ทั้งหมดนี้ตอบกับโจทย์ของการสร้างพื้นที่ไลฟ์สไตล์คุณภาพที่เป็นตัวตนของตัวเอง

เพราะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ชีวิตกับธรรมชาติที่อยู่รายรอบจากจุดเด่นของโครงการที่ยังคงความเป็นส่วนตัวและเปิดพื้นที่สีเขียวโดยรอบ กิมมิกน่ารักๆ จึงแฝงอยู่กับห้องนอนแต่ละห้องผ่านระเบียงหรือมุมนั่งริมหน้าต่าง เพิ่มจุดผ่อนคลายแบบไพรเวทด้วยการใช้งานดีไซน์มาเติมฟังก์ชันทั้งทางการใช้งานและพื้นที่สำหรับหัวใจแบบกว้างขวางไม่มีจำกัด

PASSION บ้านแฝดขนาดกลางที่เป็นแบบบ้านใหม่ ครั้งแรกที่ VENUE ID RAMA5 ใช้ดีไซน์ของ Double Kitchen / Laundry มาสร้างสรรค์บ้านแฝดที่ให้ความรู้สึกของการอยู่อาศัยเหมือนกับบ้านเดี่ยว บนพื้นที่ใช้สอย 185 ตารางเมตร บรรจุพื้นที่แห่งความสนุกให้สามารถครีเอทพื้นที่การใช้งานได้แบบที่ต้องการ  

(บ้านแฝดที่ใช้งานช่องเปิดบานหน้าต่างได้อย่างเต็มศักยภาพ ความรู้สึกในการใช้งานจึงไม่ต่างจากการอยู่บ้านเดี่ยวเลย)

ความโปร่งสบายคือความรู้สึกที่สัมผัสได้ทุกส่วนของบ้านหลังนี้ เริ่มต้นตั้งแต่พื้นที่ชั้นล่างแบบโอเพ่นแปลน จากบันได จนขึ้นไปถึงชั้นสอง ทุกพื้นที่รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง บรรยากาศของความอบอุ่นและความสุขจึงอวบอวลทั่วทั้งตัวบ้าน ตอบโจทย์ของการจัดการพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตได้ครบทุกข้อ เหมือนกับอยู่ในบ้านเดี่ยวดีๆ หลังหนึ่ง

ความโดดเด่นอีกประการของบ้านรูปแบบนี้คือ การเปิดพื้นที่ระเบียง และช่องเปิดรอบบ้าน เพื่อดึงบรรยากาศความเป็นธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวในทำเลให้เข้ามาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้มากที่สุด แม้พื้นที่ภายในบ้านจะกว้างขวาง แต่ด้วยช่องเปิดที่เลือกเปิดให้ตอบกับรูปแบบการใช้งานแต่ละห้อง ก็ช่วยให้ชีวิตภายในบ้านกว้างขวางเปิดโล่ง ไม่มีส่วนไหนที่ทึบตัน หรือไร้ชีวิตชีวา

ความสนุกอีกอย่างของบ้านรูปแบบนี้คือ การวางผังพื้นห้องที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ ออกจากกรอบจำกัดของการแบ่งกั้นห้องแบบเดิมๆ มาสู่การครีเอทรูปแบบการใช้งานห้องใหม่ อาจจะกั้นด้วยกระจกเพื่อให้ทุกส่วนของบ้านเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด หรือเว้นช่องเปิดไว้แบบบ้านสตูดิโอก็ได้เช่นกัน

ROVER บ้านเดี่ยวแบบเดียวในโครงการที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอย 225 ตารางเมตร และรวมเอาดีไซน์ของ Double Kitchen / Laundry ที่เป็นข้อดีของการใช้งานบ้านแบบไทยมาไว้ในพื้นที่บ้านหลังนี้เช่นกัน บ้านแบบนี้เน้นการใช้งานที่ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ขึ้น หรือครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ชั้นล่างจึงสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ หรือจะเป็นห้องสำหรับเลี้ยงเด็ก เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง

พื้นที่ภายในถูกจัดสรรให้ยืดหยุ่นมากขึ้นอีก สามารถปรับให้เป็นได้ทั้งการกั้นห้องแบบถาวร หรือจะเปิดโล่งให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันก็ทำได้ อย่างตัวอย่างชั้นล่างส่วนนั่งเล่นสามารถปรับเป็นมุมงานอดิเรกที่เชื่อมต่อกับบรรยากาศสวนข้างบ้าน จึงสามารถเอนจอยวันว่างได้อย่างเป็นส่วนตัวไปพร้อมกับความสุขจากสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน และการจัดงานตกแต่งภายในบ้านได้ตามสไตล์ที่ต้องการ

สามารถต่อเติมองค์ประกอบของงานตกแต่งได้มากขึ้นกว่าที่เคย หรือจากที่เคยเป็นเพียงมุมวางของก็สามารถดัดแปลงเป็นสเปซเล็กๆ สำหรับงานอดิเรกก็ทำได้ ด้วยความได้เปรียบของพื้นที่ที่มากกว่า พร้อมกับหน้าต่างบานเปิดแบบเต็มบาน ก็ช่วยขยายจินตนาการของการใช้งานพื้นที่ออกไปได้อีก

(พื้นที่ทั้งชั้นบนและชั้นล่างสามารถจัดสรรพื้นที่ของการใช้ชีวิตแบบติดธรรมชาติได้รอบด้านครบทุกห้อง)

หรือจะเป็นชั้นบนที่แบ่งห้องนอนอย่างเป็นสัดส่วน ด้วยความที่ครอบครัวใหญ่ขึ้น ความต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่แตกต่างกัน ห้องนอนจึงกว้างเพียงพอให้สามารถบรรจุไลฟ์สไตล์ที่เป็นของตัวเองได้ในทุกมุม ขยายขอบเขตสู่งานตกแต่งและสร้างสรรค์พื้นที่ภายในที่บอกคาแรกเตอร์ได้ตามหัวใจต้องการ

ส่งต่อความสุขสู่พื้นที่ส่วนกลาง

ต่อเนื่องเรื่องราวเส้นสายอิสระมาสู่พื้นที่ส่วนกลางและคลับเฮาส์สไตล์ Modern Arch ที่ดึงเอาความลื่นไหล และฟอร์มที่เป็นออร์แกนิกมาเป็นพื้นที่หลักที่บอกบุคลิกของโครงการ พื้นที่แห่งนี้รองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างครบครัน ทั้งการเปลี่ยนบรรยากาศทำงานมาที่ Co-Working Space กิจกรรมแอคทีฟอย่างฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ รวมทั้งพื้นที่สำหรับเด็ก ที่เสริมพัฒนาการและความสุขจากสิ่งแวดล้อมที่รายรอบ

(คงคาแรกเตอร์ของเส้นสายทรงโค้งอิสระสอดคล้องไปกับการใช้ชีวิต สะท้อนเข้ามาถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายในที่เติมให้ชีวิตแอคทีฟในทุกวัน)

เส้นสายสะท้อนต่อเนื่องจากตัวอาคารไปยังการจัดพื้นที่เอาท์ดอร์อย่างสวนส่วนกลาง ที่ใช้เส้นโค้งมาครีเอททางเดินหรือจ๊อกกิ้งเบาๆ เติมความสนุกของชีวิตนอกบ้านที่ออกจากกรอบสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ ในสภาพแวดล้อมที่สงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว จากการที่ภายในโครงการมีบ้านเพียง 66 หลัง จึงอบอุ่นในแบบกำลังพอดี

อีกส่วนที่สำคัญสำหรับการอยู่อาศัยคือระบบรักษาความปลอดภัย ด้วย รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง การเข้าออกโครงการผ่าน Easy Pass ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วทั้งโครงการ พร้อมกับสัญญาณกันขโมยภายในตัวบ้าน จึงอุ่นใจในการอยู่อาศัยด้วยระบบที่ออกแบบเพื่อครอบคลุมสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคน

VENUE ID RAMA 5 โครงการบ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว และบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ส่วนตัว โครงการใหม่ล่าสุด 2021 จาก SC ASSET กับบ้านที่พร้อมให้คุณได้แชร์สิ่งที่รักในแบบที่คุณเป็น บนทำเลที่สะดวกทุกการเดินทาง ราคาเริ่มต้นที่ 7-10 ล้านบาท ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการ ช่วงเดือนตุลาคม 64 นี้ รับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาทได้ที่ https://m.scasset.com/5WbC

Writer
Nathanich Chaidee

Nathanich Chaidee

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

ÖKO Automobile ยานพาหนะรักษ์โลกแห่งอนาคต

ÖKO Automobile
ยานพาหนะรักษ์โลกแห่งอนาคต

การเปลี่ยนผ่านของแต่ละศตวรรษนั้นมักแสดงถึงความสำคัญถึงเหตุการณ์ของโลกในยุคๆ นั้น เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่กระแสการรักษ์โลกกลายเป็นเรื่องที่ในทุกแวดวงธุรกิจให้ความสำคัญ โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างธุรกิจยานยนต์ที่การออกแบบและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ได้หลอมรวมไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกับการรักษ์โลกได้อย่างน่าสนใจในหลายๆ มิติ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัท เออร์โก้ ออโตโมบิล (ÖKO Automobile) ที่เชื่อมั่นในธุรกิจที่ไม่สร้างมลภาวะแก่โลก ได้นำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) รถไฟฟ้าไซส์เล็กที่สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายในประเทศไทย อีกทั้งยังผลิตภายใต้เครือบริษัท SAIC ตัวรถจึงถูกประกอบและนำเข้ามาจากประเทศจีน 100% จึงการันตีได้ถึงคุณภาพและบริการหลังการขายให้ลูกค้าได้มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

เมื่อไลฟ์สไตล์และการรักษ์โลกเป็นเรื่องเดียวกัน

Wuling Hongguang Mini EV คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบและพัฒนาอย่างตั้งใจเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง (Urban Lifestyle) อย่างแท้จริง ตัวรถภายนอกผ่านการดีไซน์ด้วยเส้นสายตรงไปตรงมาดูโมเดิร์น และส่งต่อไปยังห้องโดยสารที่เรียบง่ายเป็นกันเอง ภายในติดตั้งด้วยเบาะผ้าแบบสี่ที่นั่ง โดยเบาะหลังจะมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX เตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ส่วนพื้นที่ขับขี่นั้นมาพร้อมกับพวงมาลัยซ้ายและชุดอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งแอร์ วิทยุ ช่องเสียบยูเอสบี กระจกไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่งที่นั่ง และเกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้วิธีแบบหมุนในการเปลี่ยนคำสั่งใช้งาน ส่วนตัวรถนั้นมีความกว้าง 1.493 ม. ยาว 2.917 ม. สูง 1.621 ม. และล้อมาตรฐานขนาด 12 นิ้ว โดยมีน้ำหนักเพียง 705 กก. เท่านั้นจึงทำให้มีความคล่องตัวสูงมากซึ่งขนาดที่เล็กนี้เองทำให้หาที่จอดรถในเมืองใหญ่ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

ความกะทัดรัดกับสมรรถนะที่เกินคาด 

ไม่เพียงแต่ Wuling Hongguang Mini EV จะครบจบในด้านการใช้งานเท่านั้น ด้านความปลอดภัยก็หมดกังวลได้เลยเพราะตัวรถนั้นมาพร้อมกับระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เป็นมาตรฐานและเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลังติดตั้ง พร้อมด้วยระบบปลดล็อคอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน นอกจากนั้นรถรุ่นนี้ยังคำนึงถึงการใช้พลังงานสะอาด ด้วยการติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมด้วยแบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์ขนาด 13.9 kWh ทำให้สามารถขับได้ถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งซึ่งใช้เวลา 9 ชั่วโมง สามารถชาร์จจากปลั๊กไฟที่มีสายดินได้เลยทุกที่ ผ่านหัวชาร์จที่มากับรถขนาด 10 A โดยทุกกระบวนดังกล่าวทั้งหมดนั้นจะไม่มีการส่งมลพิษทางอากาศออกมา เพื่อช่วยคงความยั่งยืนของธรรมชาติและโลกของเราได้อีกทางหนึ่งไปพร้อมกับการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

ขับสนุกฉีกทุกข้อจำกัด

แม้ Wuling Hongguang Mini EV จะเป็นรถไฟฟ้าไซส์เล็กแต่ก็มีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดถึง 27 แรงม้าที่จะส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง และด้วยขนาดความจุของแบตเตอรี่ 13.9k Wh และมอเตอร์ขนาด 20kWh ทำให้มีแรงบิดสูงสุดถึง 85 นิวตันเมตร เสริมกับโครงสร้างของรถที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงทำให้มีอัตราเร่งจาก 0-50km/h ภายใน 2.5 วินาทีเท่านั้น นั่นจึงทำให้รถรุ่นนี้ขับสนุก เสียงเบาแถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปในเวลาเดียวกัน

ดีไซน์สะท้อนตัวตน รักษ์โลกอย่างมีสไตล์

สานต่อจากความสนุกในการขับขี่สู่ความสนุกด้านการออกแบบที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่หลังพวงมาลัยเท่านั้น เพราะ Wuling Hongguang Mini EV มาพร้อมกับการดีไซน์อย่างพิถีพิถันรอบคัน ทุกเส้นสายร้อยเรียงต่อกันออกมาดูเรียบหรูสบายตาที่เข้ากันดีกับรูปทรงสี่เหลี่ยมของรถ มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ Icy Blue, Solid White, Champagne Gold และ Cherry Pink นอกจากนั้นทาง ÖKO Automobile ยังต่อยอดงานดีไซน์ด้วยการได้ลิขสิทธิ์ในการออกแบบ “ÖKO Automobile Special Edition | Croatia GT ” ของทีมแข่ง Gulf Croatia Racing Team ผ่านทางหอการค้าโครเอเซีย-เอเซียแปซิฟิกมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนารูปลักษณ์ของ Wuling miniEV เพื่อทำให้สัมผัสถึงจิตวิญญาณของนักแข่งผ่านสีสันและเส้นสายได้อย่างมีอัตลักษณ์

ขับเคลื่อนธุรกิจขนาดเล็กด้วยรถพลังงานสะอาด

 เมื่อสมรรถนะที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยขนาด ทำให้ Wuling Hongguang Mini EV เป็นรถไฟฟ้าที่คิดต่อยอดถึงการทำธุรกิจขนาดเล็กด้วยรถควบคู่กับการใช้ในชีวิตประจำวันไปพร้อมกัน ด้วยการออกแบบพื้นที่สัมภาระโดยการสามารถพับเบาะหลังให้แบนราบลงได้ 180 องศา ซึ่งเมื่อพับแล้วจะมีปริมาตรมากความจุถึง 741 ลิตร สามารถวางเข็นเด็กหรือสินค้าสำหรับจำหน่ายได้อย่างพอเพียง  

ความคุ้มค่าที่มาพร้อมความใส่ใจ

แน่นอนว่าการใช้รถไฟฟ้านอกจากเป็นรักษ์โลกแล้วยังได้ประโยชน์ด้านความคุ้มค่าเรื่องค่าใช้จ่าย โดย Wuling Hongguang Mini EV นั้นมีค่าไฟฟ้าเพียง 0.40 บาท ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ไม่เท่านั้นทาง ÖKO Automobile พร้อมรับซื้อรถคืนภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนของผู้ซื้อโดยไม่ต้องกังวลว่าจะไปจำหน่ายต่อที่ไหน โดย Wuling Hongguang Mini EV สนนราคาเริ่มต้นที่ 369,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% และยังไม่รวมค่าจดทะเบียน 3,000 – 5,000 บาท) ตัวรถมีประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กม. และมีประกันแบตเตอรี่แยกต่างหากยาวนาน 8 ปี หรือ 1.2 แสนกิโลเมตร อีกทั้งยังมีบริการ Onsite-Service ซ่อมให้ถึงที่สำหรับในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนต่างจังหวัดลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ที่ B-Quik ทุกสาขาพร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่10% ตลอดการใช้งาน เมื่อเข้าใช้บริการในศูนย์เครือข่าย โดยทางลูกค้าไม่ต้องรออะไหล่นำเข้า เนื่องจากทางบริษัทมีการเตรียมอะไหล่เอาไว้ที่ประเทศไทยพร้อมกับบริการ Call Center ที่พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชม.
* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)

เมื่อโลกทั้งใบกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน Wuling Hongguang Mini EV คืออีกหนึ่งในสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเข้าสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ และทาง ÖKO Automobile ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นผู้บุกเบิกของการเปลี่ยนแปลงนี้ (EV Conversion) เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมไร้มลภาวะ ผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชั่นการสัญจรสีเขียวและเทคโนโลยีอัจฉริยะ กับการคงไว้เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและประกอบธุรกิจขนาดเล็กต่อไป

สอบถามเพิ่มเติมหรือติดต่อเพื่อทดลองขับได้ที่ facebook @öko automobile
โทร 083-635-9593 และ 087-008-6678

Writer
Ektida Nakkavech

Ektida Nakkavech

อดีตสถาปนิก ที่ตอนนี้มี Part time เป็นนักอ่าน, นักเขียน, นักท่องเที่ยว, นัก(ฝึก)ถ่ายรูป, (ว่าง)นัก(ก็)นอน และยังเป็นนักติ่งแบบ Full time