Slabtitude คาเฟ่ขนาดกระทัดรัดที่ใช้เสน่ห์ของไฟเบอร์ซีเมนต์ในการออกแบบ

Slabtitude
คาเฟ่ขนาดกระทัดรัดที่ใช้เสน่ห์ของไฟเบอร์ซีเมนต์ในการออกแบบ

Slabtitude คาเฟ่ขนาดกระทัดรัดที่มีการออกแบบให้มีความโดดเด่นในเรื่องของงานคอนกรีต หรือ Loft Design เป็นผลงานการออกแบบของคุณแนท- วสุ วิรัชศิลป์ จาก VaSLab Architecture ในการออกแบบทางทีมสถาปนิกตั้งใจจะใช้พื้นที่คาเฟ่แห่งนี้เป็นเหมือน Community ขนาดย่อม ๆ สามารถมาใช้เป็น co working space หรือเป็นพื้นที่ที่ให้คนมา Socialize กันได้

โดยคาเฟ่แห่งนี้เป็นการรีโนเวทจากห้องเก็บของเก่าในสตูดิโอออกแบบ ในการออกแบบคาเฟ่แห่งนี้ได้มีการนำวัสดุตกแต่งมา ทดลองปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจึงทำให้เกิดมิติใหม่ในการตกแต่ง ซึ่งวัสดุตกแต่งที่ทางสถาปนิกเลือกใช้จะเป็นวัสดุตกแต่ง เอสซีจี – ซี-ชาแนล/ซี-ชาแนล พลัส (SCG C-CHANNEL/C-CHANNEL PLUS) และผนังตกแต่ง เอสซีจี – โมดิน่า/โมดิน่า ไลท์ (SCG MODEENA/MODEENA LITE) ที่ผลิตจากไฟเบอร์ซีเมนต์ วัสดุตกแต่งจากเดการ์ บาย เอสซีจี (DECAAR by SCG) ผู้ให้บริการด้านการตกแต่งภายนอกครบวงจรทั้งงานโซลูชั่นฟาซาด (Façade Solution) และงานโซลูชั่นตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอก (Outdoor Living Solution) สร้างสรรค์งานออกแบบที่โดดเด่น เปิดโลกงานดีไซน์ไร้ขีดจำกัด เปลี่ยนทุกความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง

สร้างคาแร็กเตอร์ในลุคคอนกรีตให้ฟาซาดใหม่ด้วย
ผนังตกแต่ง เอสซีจี – โมดิน่า/โมดิน่า ไลท์ (SCG MODEENA /MODEENA LITE)

เพื่อให้ฟาซาดใหม่ของร้านกาแฟมีคาแร็กเตอร์ในลุคคอนกรีต แต่ต้องติดตั้งง่ายและมีน้ำหนักเบาเหมาะกับการทำฟาซาด สถาปนิกจึงเลือกใช้ผนังตกแต่ง เอสซีจี – โมดิน่า/โมดิน่า ไลท์ (SCG MODEENA/MODEENA LITE)  ซึ่งมีข้อดีตรงที่มีมิติตื้นลึกที่เด่นชัดสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานภายนอกภายใน และยังเลือกใช้พื้นผิวเปลือยในลักษณะนี้ได้เลย หรือสามารถทาสีเพื่อให้ Finishing ในแบบที่ต้องการ

ดีเทลความเรียบที่ช่วยโยงสายตาจากภายในสู่ภายนอก

ทางสถาปนิกเลือกใช้โปรไฟล์ของไฟเบอร์ซีเมนต์ผนังตกแต่ง เอสซีจี – โมดิน่า/โมดิน่า ไลท์ (SCG MODEENA/MODEENA LITE)  สองโปรไฟล์ที่ไม่เหมือนกันมาต่อกันบริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่ายมากกว่าส่วนอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแฝงไปด้วยลวดลายของดีเทลต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญในการเชื่อมโยงทางสายตาไปสู่กรอบฟาซาดบริเวณด้านหน้าอาคารได้อย่างลงตัว

ส่วนบริเวณฝ้าเพดาน ทางสถาปนิกได้วัสดุตัวเดียวกันกับที่ทำผนังมากลับด้านออกแบบผสมผสานกับชั้นวางไม้บริเวณด้านหลังและให้เส้นสายไหลต่อเนื่องขึ้นไปบรรจบที่เพดาน โดยทางสถาปนิกได้กล่าวไว้ว่า “นี่คืออีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ฝ้าเพดานสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับผู้มาเยือนได้ด้วยการใช้เส้นสายที่ดูน่าสนใจ”


สร้างผนังแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยวัสดุตกแต่ง
เอสซีจี – ซี-ชาแนล/ซี-ชาแนล พลัส (SCG C-CHANNEL/C-CHANNEL PLUS)

ผนังอีกหนึ่งมุมของทางร้านที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยทางสถาปนิกตั้งใจออกแบบผนังคราฟท์และเลือกใช้วัสดุตกแต่ง เอสซีจี – ซี-ชาแนล/ซี-ชาแนล พลัส (SCG C-CHANNEL/C-CHANNEL PLUS) วัสดุตกแต่งจากแบรนด์เดการ์ บาย เอสซีจี (DECAAR by SCG) ซึ่งมีน้ำเบา ไม่เป็นสนิม สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายและยังติดตั้งง่ายเพียงยึดด้วยสกรูเข้ากับโครงสร้าง

โดยทางสถาปนิกได้นำวัสดุตกแต่ง เอสซีจี – ซี-ชาแนล/ซี-ชาแนล พลัส (SCG C-CHANNEL/C-CHANNEL PLUS) มาตัดด้าน Section และเรียงกันตามแนว Horizontal และ Vertical โดยสร้างเป็น Panel ขึ้นมาก่อนจะนำเข้าไปติดที่ผนังจริง เพื่อป้องกันการเหลื่อมของลายที่ทำให้ไม่สวยงาม ซึ่งแม้แต่ขั้นตอนการติดตั้งก็ยังต้องทดลองร่วมไปกับทีมช่างด้วยเช่นกัน

วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ค่อนข้างมีเสน่ห์ในตัว ตอนที่ยังไม่ได้ทำโค้ดสีจะมีลุคที่เป็นคอนกรีต และไปได้กับ Loft Design หรือ Industrial Design อีกทั้งยังมีข้อดีอีกอันหนึ่ง คือ ผนังมีความเบา สามารถนำไปใช้ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ง่าย อย่างการตัด และยังติดตั้งง่าย นอกจากนั้นในส่วนของทีมช่าง ทางแบรนด์ยังมีผู้เชี่ยวชาญทางการติดตั้งโปรดักต์ ที่มาช่วยประสานงาน ให้คำปรึกษา ณ พื้นที่จริง ทำให้ผลลัพธ์ปลายทางของทุกฝ่ายเป็นไปในแบบที่ลงตัวและตรงความต้องการมากที่สุด

บริการติดตั้ง และให้คำปรึกษาจาก
ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากเดการ์ บาย เอสซีจี (DECAAR by SCG)

สำหรับผู้ที่สนใจบริการจากเดการ์ บาย เอสซีจี (DECAAR by SCG) ก็สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ ด้วยบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท นอกเหนือจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ยังมีวัสดุทดแทนอื่น ๆ อาทิเช่น อลูมิเนียม พลาสวูด WPC ซึ่งสามารถเลือกเหมาะสมกับงานออกแบบที่มีหลายรูปแบบ ช่วยตอบโจทย์งานออกแบบได้ตามจินตนาการของเจ้าของบ้าน และสถาปนิก  จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแล และรับประกันหลังการติดตั้ง ให้งานตกแต่ง เป็นเรื่องง่าย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลบริการจากเดการ์ บาย เอสซีจี (DECAAR by SCG) ผู้ให้บริการด้านการตกแต่งภายนอกครบวงจรทั้งงานโซลูชั่นฟาซาด (Façade Solution) และงานโซลูชั่นตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอก (Outdoor living Solution) สร้างสรรค์งานออกแบบที่โดดเด่น เปิดโลกงานดีไซน์ไร้ขีดจำกัด เปลี่ยนทุกความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://bit.ly/3v1zR8y 
สอบถามเพิ่มเติม : https://bit.ly/3Jlgcpe

Writer
WIMONSIRI M.

WIMONSIRI M.

นักเดินทาง(สมัครเล่น) ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน(ฝึกหัด) สนุกกับการค้นหางานดีไซน์พอๆกับการจัดทริป และฝันว่าอยากใช้ชีวิตอย่าง simple life ในฟาร์มสเตย์ของตัวเอง

The Cellar House เปลี่ยนโกดังร้างให้กลายเป็นที่พักในเรือนเพาะชำ

The Cellar House
เปลี่ยนโกดังร้างให้กลายเป็นที่พักในเรือนเพาะชำ

โรงแรมงบน้อยน่าพักที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกแห่งนี้ไม่ได้โด่งดังขึ้นมาเพราะสร้างสถาปัตยกรรมได้สวยงามอลังการ หรือตกแต่งภายในได้เก๋มีสไตล์จนต้องหันมอง แต่ที่พักแห่งนี้แฝงไว้ด้วยเสน่ห์เล็ก ๆ ที่น่าหลงใหลมากมายโดยเฉพาะหัวใจสำคัญของสร้างสรรค์โปรเจกต์นี้อยู่ที่การนำเอาหลักการอัพไซเคิลมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม (Upcycling in Architecture) เพื่อฟื้นคืนชีพอาคารร้างให้กลับมามีประโยชน์ใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ในแวดวงสถาปัตยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงตอบโจทย์วิถียั่งยืนตลอดจนช่วยลดปริมาณขยะให้กับโลกใบนี้ไปได้พร้อมกัน

The Cellar House เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเมืองเมริด้า (Merida) ในประเทศแม็กซิโก ที่พักแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกท้องถิ่นอย่าง Misael Marin โดยเขาได้นำเอาโกดังเก่ารกร้างมาปัดฝุ่นใหม่ให้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมูลค่าตามการพัฒนาที่ดินในย่านนี้ที่กำลังบูมขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยงบประมาณที่จำกัดทางสถาปนิกจึงเลือกรีโนเวทอาคารดั้งเดิมแทนการรื้อทิ้งเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมขึ้นมาใหม่

(ภาพโกดังเก่า)

เดิมทีอาคารแห่งนี้เป็นโกดังขนาดเล็กชั้นเดียวที่มีโถงเพดานสูงโปร่ง และก่อสร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ ภายในพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น สถาปนิกเลือกที่จะคงโครงสร้างเดิมไว้เกือบทั้งหมดโดยทุบผนังปูนทิ้งบางส่วนเพื่อแทรกแถบผนังกระจกลงไปแทนที่ แผงกระจกนั้นช่วยให้แสงธรรมชาติส่องสว่างสู่ภายในอาคารเพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยให้ภายในอาคารดูโปร่งกว้างสบาย และทำให้ฟาซาดของตัวอาคารมีเสน่ห์น่าสนใจไปพร้อมกัน นอกจากนี้บริเวณผนังกระจกด้านล่างยังมีฟังก์ชันเป็นประตูและหน้าต่างในคราวเดียวกัน โดยสามารถเปิดให้ลมไหวเวียนเข้าสู่ภายในอาคารได้สะดวกเพื่อทำให้ภายในเย็นสบายยิ่งขึ้น และช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารได้อีกด้วย

ภายในอาคารในส่วนของโครงสร้างดั้งเดิมตลอดจนโครงหลังคาเหล็กยังคงรูปแบบเดิมไว้ทุกประการ รวมถึงการมุงหลังคาด้วยเมทัลชีทแผ่นทึบสลับกับแนวแผ่นโปร่งแสงเพื่อเพิ่มช่องให้แสงธรรมชาติส่องลงมายังภายในอาคารได้สะดวก ช่วยทำให้อาคารสว่างและลดการใช้หลอดไฟในตอนกลางวันได้ด้วย นอกจากเหตุผลในเรื่องงบประมาณแล้วสถาปนิกเลือกคงโครงสร้างดั้งเดิมไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เดิมทีเคยเป็นโกดังมาก่อนด้วยเช่นกัน

การจัดสรรพื้นที่ภายในนั้นเป็นอีกลักษณะเด่นที่ทำให้ที่พักแห่งนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เดิมทีโกดังเป็นอาคารเปล่าโล่งกว้างซึ่งสถาปนิกยังคงรูปแบบเดิมไว้ ลดการก่อกำแพงเพื่อแบ่งสัดส่วนห้องต่าง ๆ ที่จะทำให้อาคารนี้ดูอึดอัดและคับแคบลงทันที จะมีการสร้างกำแพงขึ้นใหม่เฉพาะบริเวณส่วนของห้องนอนที่อยู่ติดกับผนังอาคารแต่ละด้านเท่านั้น และเว้นพื้นที่ตรงกลางที่เป็นโถงโล่งเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวไว้ และแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ในแต่ละส่วนแตกต่างกันไป ตั้งแต่ ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องครัว เป็นต้น การออกแบบเช่นนี้ก็เพื่อให้อากาศไหลเวียนถ่ายเทได้สะดวก และลดความอึดอัดไปในตัว

อีกไฮไลท์เด่น ก็คือการออกแบบภูมิสถาปัตย์แทรกลงไปทั้งในส่วนภายนอกและภายในอาคาร ด้านในมีการเสริมต้นไม้ใบหญ้าเข้าไปในกลิ่นอายเหมือนโรงเพาะเลี้ยงพืชพรรณผสมผสานการจัดสวนให้ใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ ด้านในมีปลูกทั้งต้นไม้ทรงสูง ต้นไม้ในกระถาง ตลอดจนต้นไม้ทรงเตี้ยเพื่อเพิ่มความเขียวขจี มีบ่อน้ำและเกาะสี่เหลี่ยมที่ปลูกต้นไม้ตรงกลาง ในส่วนของต้นไม้นั้นนอกจากจะเป็นการตกแต่งภายในในรูปแบบสวนกึ่งเรือนเพาะชำที่ช่วยทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นสบายตาน่าพักผ่อนยิ่งขึ้นแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในไม่ให้ร้อนจนเกินไปด้วย ตลอดจนหมุนเวียนอากาศให้สูดความสดชื่นได้เต็มปอด และบางจุดยังกลายเป็นกำแพงธรรมชาติแทนการก่อกำแพงคอนกรีตไปในตัว

ต้นไม้ที่ตกแต่งให้ดูมีเสน่ห์ตามธรรมชาติผสานกับพื้นปูนขัดและผนังปูนดิบเพื่อให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมสไตล์ Modern Industrial Architecture และทำให้นึกถึงโกดังเก่าแห่งนี้ไปพร้อมกัน นอกจากนี้อีกหัวใจสำคัญของการอัพไซเคิลที่เกิดขึ้นในโปรเจกต์นี้ก็คือการประยุกต์นำเอาเศษวัสดุเก่าเหลือทิ้งจากการรีโนเวทครั้งนี้กลับมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ใหม่ อย่างประตูโรงงานเดิมที่เป็นประตูไม้ก็นำเอามาใช้เป็นประตูห้องนอนภายในแทน เศษท่อเหล็กถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นของใช้ตกแต่งส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เป็นต้น รวมถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาใช้ในโรงแรมแห่งนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าที่นำมาปัดฝุ่นใช้ประโยชน์ใหม่จนทำให้ที่พักแห่งนี้มีกลิ่นอายวิเทจที่น่าหลงใหลไปพร้อมกัน

Information & Photo Credit : arch daily 

Writer
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit

นักเขียนที่หลงรักการถ่ายภาพ หลงเสน่ห์การเดินทาง หลงใหลงานดีไซน์ไปจนถึงสถาปัตยกรรมทุกยุค ตลอดจนสนใจเรื่องราวของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตยั่งยืน