Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลายคนตื่นเต้นกับช่วงเวลาสำคัญของวงการสถาปัตยกรรมกับข่าวประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Pritzker Architecture Prize ไปหมาดๆ ซึ่งในปี 2021 นี้ รางวัลตกเป็นของสองสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Anne Lacaton และ Jean-Philippe Vassal ผู้ก่อตั้งสตูดิโอออกแบบในชื่อ Lacaton & Vassal GreatArchitects ในครั้งนี้ เราจึงได้โอกาสพาไปรู้จักสถาปนิกทั้งสองผู้ฝากผลงานออกแบบอันมีค่าไว้ให้คนทั่วโลกได้ชื่นชม
“สถาปัตยกรรมที่ดีควรจะต้องเปิดกว้างเพื่อเพิ่มอิสระให้กับทุกคน โดยที่ทุกคนสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้ สถาปัตยกรรมไม่ควรแสดงออก หรือโอ่อ่า แต่ต้องเป็นสิ่งที่คนเห็นแล้วคุ้นเคย มีประโยชน์ สวยงาม และสามารถรองรับชีวิตที่จะเกิดขึ้นภายในนั้นได้อย่างเงียบๆ” – Anne Lacaton
ทั้งคู่สร้างชื่อเสียงผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมคิดบวกที่พยายามไม่มองว่าสิ่งที่มีหรือสิ่งที่เป็นจะกลายเป็นปัญหาเสมอไป ผลงานออกแบบของพวกเขาจึงมักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งมักจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ ‘การเสริมสร้างชีวิตมนุษย์’ โดยให้ประโยชน์ต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและสนับสนุนการพัฒนาของเมือง
Anne Lacaton and Jean-Philippe Vassal
Photo Credits: https://www.pritzkerprize.com/laureates/anne-lacaton-and-jean-philippe-vassal
ความงามและความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อทรัพยากร
Anne Lacaton และ Jean-Philippe Vassal พบกันครั้งแรกในระหว่างการฝึกอบรมสถาปัตยกรรมที่เมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้น Lacaton ตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านการวางผังเมืองจากมหาวิทยาลัย Bordeaux Montaigne ในขณะที่ Vassal ย้ายไปศึกษาด้านการวางผังเมืองที่ประเทศไนเจอร์ ในแอฟริกาตะวันตก ซึ่ง Lacaton เองก็มีการไปเยี่ยมเยือน Vassal บ่อยครั้ง
ทั้งคู่มีโอกาสได้ออกแบบและสร้างอาคารร่วมกันเป็นครั้งแรกในเมืองนีอาเม ประเทศไนเจอร์ ซึ่งโปรเจกต์ดังกล่าวเป็นการออกแบบกระท่อมฟางชั่วคราวที่สร้างด้วยกิ่งและพุ่มไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ซึ่งสามารถต้านทานลมได้ถึง 2 ปี นับจากเวลาที่กระท่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์ ด้วยความที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความงดงาม และความอ่อนน้อมถ่อมตนของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดภายในภูมิประเทศทะเลทรายของประเทศไนเจอร์ โปรเจกต์นี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งต่อแนวคิด หลักการที่ทั้งคู่ต่างยึดถือ นั่นคือ “ไม่ทำลายสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ เคารพในความเรียบง่าย และเสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการออกแบบสถาปัตยกรรม”
Photo Credits:
http://arquitecturasinarquitectura.blogspot.com/2013/09/niamey-niger-lacaton-vassal-1984.html
https://www.stirworld.com/see-news-anne-lacaton-jean-philippe-vassal-the-2021-pritzker-laureates-for-whom-demolition-is-an-act-of-violence
ในปี ค.ศ.1987 ทั้งคู่ตัดสินใจลงหลักปักฐานและก่อตั้งบริษัท Lacaton & Vassal ขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผลงานของพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญผ่านการออกแบบอาคารใหม่ๆ และโครงการที่ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง โดยส่วนมากจะเป็นโครงการออกแบบที่อยู่อาศัยส่วนตัว อาคารสงเคราะห์ทางสังคม สถาบันวัฒนธรรมและวิชาการ พื้นที่สาธารณะ และการวางผังเมือง
จุดเด่นที่ทำให้ผลงานของทั้งคู่ควรค่าแก่การน่าจดจำ คือความใจกว้างของสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนในเรื่องความยุติธรรมทางสังคม และความยั่งยืน โดยการจัดลำดับความสำคัญของการใช้งานพื้นที่ อิสระทางการใช้งาน ผ่านวัสดุที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Palais de Tokyo, 2014, Paris
Photo Credits:
https://www.dezeen.com/2021/03/17/key-projects-anne-lacaton-jean-philippe-vassal-pritzker-prize/
https://arquitecturaviva.com/works/palais-de-tokyo-10
‘จากภายในสู่ภายนอก’ แก่นแท้ของสถาปัตยกรรมคือผู้คนที่เข้าไปใช้งาน
กว่าจะออกมาเป็นอาคารสักหนึ่งหลัง ย่อมประกอบไปด้วยมิติที่หลากหลาย ทั้งมิติของการออกแบบสถาปัตยกรรมที่จับต้องได้ หรือมิติที่ต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างการใช้งานของ Users ซึ่งอาคารของ Anne Lacaton และ Jean-Philippe Vassal ต่างมองแก่นแท้ของงานสถาปัตยกรรมผ่านการใช้งานของผู้คน ผลงานของทั้งคู่จึงใส่ใจการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการจินตนาการว่าผู้คนจะเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตอย่างไรภายในที่ว่างเหล่านั้น อาคารต้องตอบสนองต่อการใช้งานและแน่นอนว่าต้องอยู่สบาย ฟาซาดและการใช้วัสดุจึงมักเกิดขึ้นในตอนท้ายของกระบวนการออกแบบ แต่กลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันได้อย่างลงตัว
Tour Bois le Prêtre, 2011, Paris
Photo Credits:
https://modulo.net/it/realizzazioni/riqualificazione-della-torre-bois-le-pretre
ยกตัวอย่างเช่น Latapie House บ้านที่สร้างขึ้นในประเทศฝรั่งเศส โครงการแรกที่พวกเขาได้ออกแบบ หลังจากกลับมาจากประเทศไนเจอร์ สถาปนิกทั้งสองตั้งใจมอบความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางร่างกายและอารมณ์ให้กับผู้อยู่อาศัย โดยนำการใช้เทคโนโลยีเรือนกระจกเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อสร้างสภาวะทางชีวภาพ การใช้แสงอาทิตย์ร่วมกับการระบายอากาศตามธรรมชาติ การออกแบบที่บังแดดและฉนวนกันความร้อน สร้างสภาพอากาศที่อยู่สบายและสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น
“แรกเริ่มเราได้ศึกษาโรงเรือนในสวนพฤกษศาสตร์ ที่มีพืชอันเปราะบาง แสง ความโปร่งใสที่สวยงาม และความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกลางแจ้ง มันเป็นบรรยากาศและความรู้สึกที่น่าสนใจ ซึ่งเราอยากที่จะนำความละเอียดอ่อนเหล่านั้นมาสู่งานสถาปัตยกรรม” Lacaton เล่า
Latapie House, 1993, Floirac
Photo Credits:
https://www.dezeen.com/2021/03/17/key-projects-anne-lacaton-jean-philippe-vassal-pritzker-prize/
https://www.atlasofplaces.com/atlas-of-places-images/ATLAS-OF-PLACES-LACATON-VASSAL-MAISON-LATAPIE-IMG-3.jpg
นอกจากความสำคัญของผู้ใช้งาน ทั้งสองยังเคารพและให้เกียรติบริบทเดิมที่มีอยู่ก่อนในพื้นที่ สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นทีหลังจึงควรแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน แทนที่จะโออ่าและแสดงตัวเหนือบริบทเดิมเสียจนไม่หลงเหลือเสน่ห์ Cap Ferret House ที่พักส่วนตัวในประเทศฝรั่งเศส พิสูจน์แนวคิดดังกล่าว ด้วยการออกแบบที่รบกวนสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติน้อยที่สุด แทนที่จะกำจัดต้นไม้เดิม 46 ต้นบนพื้นที่โครงการ สองสถาปนิกเลือกที่จะได้ดูแลพืชพันธุ์พื้นเมืองเหล่านี้ โดยยกระดับตัวบ้านและสร้างบ้านขึ้นรอบๆ ลำต้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตท่ามกลางความเขียวขจีได้อย่างเต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้ทิ้งแม้แต่ต้นเดียว
Cap Ferret House, 1998, Cap Ferret
Photo Credits:
https://www.dezeen.com/2021/03/17/key-projects-anne-lacaton-jean-philippe-vassal-pritzker-prize/
https://arquitecturaviva.com/assets/uploads/obras/40161/av_imagen.jpeg
แนวทางใหม่ของที่พักอาศัยแบบอาคารสงเคราะห์
Anne Lacaton และ Jean-Philippe Vassal ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้คิดค้นแนวทางใหม่ของอาคารสงเคราะห์เพื่อสังคม (Social Housing) ตลอดเส้นทางการเป็นสถาปนิก พวกเขาได้ปฏิเสธผังเมืองที่เรียกร้องให้มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการออกแบบจากพื้นที่ภายในสู่ภายนอก เพื่อจัดลำดับความสำคัญการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในอาคาร และความต้องการส่วนรวมสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่
Lacaton & Vassal ได้เปลี่ยนอาคารจำนวน 530 ยูนิตภายในอาคาร 3 หลังที่ Grand Parc ในเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาฟังก์ชันทางเทคนิค เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่มีความลึก 3.8 เมตรและระเบียงเปิดโล่งให้กับอพาร์ทเมนต์ในแต่ละห้อง หน้าต่างบานเล็กถูกแทนที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่เปิดออกไปสู่พื้นที่ภายนอกดังกล่าว ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ การออกแบบระบบโมดูลสำเร็จรูป แผ่นพื้นและเสาสำเร็จรูป ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ว่างที่ยืดหยุ่นในแต่ละยูนิตได้โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้อยู่อาศัยในระหว่างการก่อสร้าง โดยอพาร์ทเมนท์แต่ละห้องใช้เวลาปรับปรุงเพียง 12 – 16 วัน นอกจากนั้นยังคงรักษาค่าเช่าที่เป็นธรรมให้กับผู้อยู่อาศัยในราคาเท่าเดิม
นวัตกรรมจากโครงการดังกล่าวได้รับรางวัล 2019 European Union Prize for Contemporary Architecture – Mies van der Rohe Award และได้รับการยกย่องในเรื่องของ ‘การปรับปรุงพื้นที่และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย’ รวมถึงเป็นตัวอย่างของอาคารสงเคราะห์เพื่อสังคมที่ช่วยเพิ่มค่าครองชีพทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
Transformation of 530 Dwellings, 2017, Bordeaux
Photo Credits:
https://www.dezeen.com/2021/03/17/key-projects-anne-lacaton-jean-philippe-vassal-pritzker-prize/
นอกจากบทบาทของนักออกแบบ สองสถาปนิกยังทำงานอยู่ในแวดวงของการศึกษาสถาปัตยกรรม โดย Lacaton เป็นรองศาสตราจารย์ด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบที่ Swiss Federal Institute of Technology ETH Zurich ตั้งแต่ปีค.ศ. 2017 และยังเป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่วน Vassal เป็นรองศาสตราจารย์ที่ Universität der Künste Berlin ตั้งแต่ปีค.ศ. 2012 และเคยสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเยอรมนีและฝรั่งเศสอีกด้วย
Photo Credits:
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/1f/Lacaton_Vassal_Lecture_at_Columbia_GSAPP_cropped.png
École Nationale Supérieure d’Architecture de Nantes, 2009, Nantes
โรงเรียนสถาปัตยกรรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส อาคารหลังนี้สูง 3 ชั้น ประกอบด้วยชั้นกระจกเรียงรายสูงจากระดับพื้นดิน 9 16 และ 22 เมตรเชื่อมโยงถึงกันด้วยทางลาดที่อยู่ภายนอก อาคารใช้โครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักเบา เอื้อต่อการออกแบบภายในที่มีขนาดพอดีตัว และออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยน หรือขยายได้ง่าย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของโรงเรียน
Photo Credits:
https://www.archdaily.com/254193/nantes-school-of-architecture-lacaton-vassal
FRAC Nord-Pas de Calais, 2013, Dunkirk
Lacaton & Vassal แปลงโฉมอู่ต่อเรือที่ถูกทิ้งร้างให้กลายเป็นหอศิลป์ FRAC Nord-Pas de Calais โดยสะท้อนให้เห็นส่วนต่อเติมได้อย่างชัดเจนผ่านการใช้วัสดุโปร่งแสงอย่างโพลีคาร์บอเนต ภายในถูกจัดสเปซไว้อย่างยืดหยุ่นเพื่อรองรับนิทรรศการศิลปะ ความโปร่งใสยังแสดงให้เห็นถึงผลงานศิลปะที่ซ่อนอยู่ภายใน เป็นภาพพื้นหลังให้กับอาคารได้อย่างมีมิติ การออกแบบของพวกเขาได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันประกวดแบบอาคาร ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของคอลเล็กชันงานศิลปะระดับนานาชาติ พื้นที่เก็บผลงานถาวร และห้องโถงนิทรรศการ
Photo Credits:
https://www.dezeen.com/2013/12/11/art-gallery-and-archive-by-lacaton-vassal-mirrors-the-former-shipyard-building-next-to-it/
Ourcq-Juarès Student and Social Housing, 2014, Paris
โครงการที่อยู่อาศัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต 19 ของปารีส ประกอบด้วยหอพักนักศึกษา อาคารสงเคราะห์เพื่อสังคม บ้านพักคนชราและร้านค้าสามแห่ง จุดเด่นของการออกแบบ คือห้องนั่งเล่นและห้องครัวที่ถูกจัดวางในตำแหน่งที่มองเห็นสวน นอกจากนี้ยังเปิดออกสู่สวนเล็กๆ ส่วนตัว และระเบียง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ภายนอกได้ ในขณะเดียวกันก็อยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว
Photo Credits:
https://www.archdaily.com/476650/ourcq-jaures-student-and-social-housing-lacaton-and-vassal
Le Grand Sud Multipurpose Theater, 2013, Lille
โรงละครอเนกประสงค์แห่งนี้ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่น โดยมีซุ้มเคลื่อนที่ได้ ที่นั่งที่เคลื่อนย้ายได้ ระบบม่านขนาดใหญ่ และประตูพับบนราง ทำให้สามารถสร้างขอบเขตของพื้นที่ภายในได้อย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับประเภทของการใช้งานได้ตามที่ต้องการ
Photo Credits:
https://www.archdaily.com/475683/polyvalent-theater-lacaton-and-vassal
หากจะพูดว่าสถาปัตยกรรมของ Anne Lacaton และ Jean-Philippe Vassal เป็นสถาปัตยกรรมคิดบวก ที่ใจกว้างและอ่อนน้อมถ่อมตนก็คงจะไม่มากเกินไปนัก ด้วยความเชื่อที่พยายามจะรักษาทรัพยากรอันมีค่ารวมถึงให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานอาคารเป็นหลัก แต่ละผลงานของพวกเขาจึงเรียบง่าย ไม่โฉ่งฉ่าง แต่ตระหนักถึงความเป็นอยู่ของทั้งมนุษย์ เมือง และธรรมชาติ ฝากผลงานอันน่าจดจำไปทั่วโลก สมกับบทบาทของสองสถาปนิกผู้คว้ารางวัล The Pritzker Architecture Prize ในปี 2021 นี้
ภาพและข้อมูลอ้างอิงจาก :
https://www.archdaily.com/958575/who-are-lacaton-and-vassal-15-things-to-know-about-the-2021-pritzker-architecture-laureates
https://www.archdaily.com/958565/anne-lacaton-and-jean-philippe-vassal-receive-the-2021-pritzker-architecture-prize
https://www.dezeen.com/2013/12/11/art-gallery-and-archive-by-lacaton-vassal-mirrors-the-former-shipyard-building-next-to-it/
Photo Credits (ภาพปก) ;
https://arquitecturaviva.com/assets/uploads/obras/40167/av_imagen.jpeg
https://news.yahoo.com/french-duo-win-architectures-top-140902424.html
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance