Rafael Moneo
สถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลา ที่พกพาเรื่องราวของบริบทและประวัติศาสตร์มาบรรจุไว้ด้วยกัน

เมื่อบริบทพื้นที่แฝงเสน่ห์ของวัฒนธรรมหรือเรื่องราวประวัติศาสตร์อันมีคุณค่าและน่าสนใจ สถาปนิกที่ดีย่อมต้องรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ พร้อมกับการออกแบบความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ต้องไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างกลมกลืน แนวคิดใส่ใจบริบทที่เรากล่าวถึงนี้ จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้สถาปัตยกรรมของสถาปนิกชาวสเปนเจ้าของรางวัล Pritzker Architecture Prize ในปีค.ศ.1996 อย่าง Rafael Moneo (ราฟาเอล โมเนโอ) กลายเป็นที่น่าจดจำ เพราะชื่อเสียงและสถาปัตยกรรมของเขาโดดเด่นด้วยการออกแบบที่นำองค์ประกอบร่วมสมัยมาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่นั้นๆ ให้รวมเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“ผมมองว่าการนำสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะนั่นจะทำให้คนสามารถตีความ และเข้าใจได้ง่ายว่า เพราะเหตุใดเราถึงต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เราอยู่” –Rafael Moneo

Rafael Moneo
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/
https://www.archdaily.com/875928/rafael-moneo-soane-annual-lecture/596cafaab22e38cfd4000287-rafael-moneo-soane-annual-lecture-photo

นักออกแบบและนักขับเคลื่อนสถาปัตยกรรมผ่านตัวอักษร

ก่อนจะมาเป็นสถาปนิกที่ฝากชื่อเสียงไว้อย่างในปัจจุบัน วัยเยาว์ของโมเนโอ ยังสนใจด้านปรัชญาและการวาดภาพ มากกว่าสถาปัตยกรรม ก่อนจะได้รับอิทธิพลจากพ่อซึ่งเป็นนักออกแบบเชิงอุตสาหกรรม จนตัดสินใจหันมาเลือกเดินบนเส้นทางสายสถาปัตยกรรมตามรอยพ่อ ถึงแม้ว่าจะคนละสาขากันก็ตาม

โมเนโอจบปริญญาด้านสถาปัตยกรรมจาก Superior Technical School of Architecture of Madrid หรือ ETSAM ในปี ค.ศ.1961 หลังจากนั้น 4 ปี เขาจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทสถาปัตยกรรมในกรุงมาดริด ประเทศสเปนบ้านเกิด และเริ่มอาชีพการสอนที่ ETSAM ในปีถัดมา จนกระทั่งในปี ค.ศ.1980 โมเนโอได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ และได้รับการมอบหมายให้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะโรมันแห่งชาติในเมืองเมรีดา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นโครงการที่พลิกชีวิต กลายเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเขา และทำให้เขาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

Photo Credits: https://www.archdaily.pe/pe/02-258325/feliz-cumpleanos-rafael-moneo

National Museum of Roman Art
Merida, Spain 1986

ในปัจจุบันเรามักจะเห็นโครงสร้างซุ้มประตูโค้งถูกนำมาใช้ดัดแปลงจนเกิดความสวยงามกันอย่างมากหลาย แต่รู้หรือไม่ว่าซุ้มประตูโค้งนี้ยังถูกใช้เพื่อแสดงถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโรมันในครั้งอดีตกาล ซึ่งโมเนโอเองได้สัมผัสโครงสร้างโบราณและความยิ่งใหญ่เหล่านี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะโรมันแห่งชาติ ณ เมืองเมริดา ประเทศสเปน ก่อนจะต้องมารับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบ

Photo Credits:
https://rafaelmoneo.com/en/projects/national-museum-of-roman-art/
https://www.pinterest.com/pin/379287599853036898/

พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงละครโดยมีถนนคั่นกลาง ภายในอาคารสูงตระหง่านเหนือพื้นดินและประกอบเข้าหากันด้วยซุ้มอิฐ ซึ่งบริเวณเหนือซุ้มอิฐโค้ง ถูกออกแบบให้เป็นสกายไลท์ที่นำแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายใน

Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/national-museum-of-roman-art/

พื้นที่จัดนิทรรศการถูกจัดวางให้อยู่บริเวณชั้นบนในขณะที่ภายใต้ระดับพื้นดินจะเปิดให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับอารยธรรมการขุดค้นเมืองอันเก่าแก่ในยุคโรมัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในสุดยอดตัวอย่างของงานออกแบบที่สามารถอนุรักษ์และจัดแสดงโบราณคดีของสถานที่ไปพร้อมๆ กับการออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ได้อย่างมีความหมาย

Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/national-museum-of-roman-art/

นอกจากการจับปากกาวาดเขียนงานออกแบบเป็นอาชีพ เขายังตั้งใจขับเคลื่อนวงการสถาปัตยกรรมด้วยการใช้ตัวอักษร ผ่านความสนใจด้านงานเขียนบทความสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่มีคุณค่า อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิจารณ์ที่เชี่ยวชาญในสาขาสถาปัตยกรรม และยังเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสารสถาปัตยกรรม ‘Arquitectura Bis’ อีกด้วย

นิตยสารสถาปัตยกรรม ‘Arquitectura Bis’
Photo Credits: https://abcblogs.abc.es/fahrenheit-451/arte/revista-arquitecturas-bis-historia-del-diseno.html?ref=https%3A%2F%2Fwww.google.com%2F

โมเนโอเล่าว่า การเขียนงานช่วยให้เขาได้ทบทวนงานออกแบบของตนเอง สร้างบทสนทนาร่วมกับเพื่อนสถาปนิกท่านอื่นๆ ซึ่งนี่เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เขาเข้าใจผลงานและความตั้งใจของสถาปนิกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งในขณะเดียวกัน ผลงานการเขียนเหล่านี้ก็ยังได้เผยแพร่ให้บุคคลอื่นๆ และช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับวงการสถาปัตยกรรมได้ต่อไป

“คุณจำเป็นต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและสะสมความรู้โดยการเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการ อ่านประวัติ วิจารณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือพยายามตั้งคำถามกับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ผมไม่เคยออกแบบโครงการด้วยวิธีเพียงวิธีเดียว หรือออกแบบด้วยการใช้สไตล์ แต่ผมมักจะขยายแนวคิดโดยใช้ส่วนผสมของกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน” –Rafael Moneo (จากบทสัมภาษณ์ของ Vladimir Belogolovsky ใน https://www.stirworld.com/)

BEULAS FOUNDATION HUESCA, SPAIN 2005
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/beulas-foundation/

ATOCHA STATION ENLARGEMENT (COMPETITION, FIRST PRIZE 1884-1992 , SECOND ENLARGEMENT 2007-2012)
MADRID, SPAIN
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/atocha-station-enlargement/

IESU Church
San Sebastian ,Spain 2011

อีกหนึ่งตัวอย่างผลงานที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ได้ไม่น้อย คือ IESU Church ที่ตั้งอยู่ภายในย่านเล็กๆ ของเมือง San Sebastian ซึ่งหากดูจากภายนอก โบสถ์แห่งนี้ดูจะเหมือนผลงานในช่วงยุคปัจจุบันอยู่ไม่น้อย ความมินิมอลโมเดิร์นในสีขาวตัดกับความนุ่มนวลของไม้ แอบซุกซ่อนความลึกลับทั้งจากภายนอกและภายในไว้อย่างน่าสนใจ

Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/iesu-church-in-san-sebastian/

ตัวอาคารด้านนอกหมุนองศาหาผืนที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้าบริเวณด้านหลังของโครงการซึ่งเป็นสวนสาธารณะชุมชน รวมถึงพื้นที่ภายในยังมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้อาคารขนาด 900 ตารางเมตรหลังนี้กลายเป็นจุดศูนย์รวมของคนในชุมชนไปโดยปริยาย

อาคารถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยความสูงที่แตกต่างกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงความสูงในแต่ละจังหวะยังให้ความรู้สึกที่แตกต่าง โดยมีทั้งความสูง 7  11 23 และ 27 เมตร นอกจากนี้โมเนโอยังออกแบบเพดานเป็นรูปลักษณ์ของไม้กางเขนที่ไม่เป็นเส้นบรรจบสม่ำเสมออย่างที่เราคุ้นเคย ซึ่งระหว่างช่องสี่มุมของไม้กางเขนจะถูกเว้นเป็นช่องเปิดที่สามารถดึงแสงสว่างให้ส่องเข้าถึงบริเวณแท่นศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสวยงาม

Photo Credits:
https://divisare.com/projects/190187-rafael-moneo-francisco-berreteaga-iglesia-de-iesu
https://rafaelmoneo.com/en/projects/iesu-church-in-san-sebastian/

สถาปัตยกรรมที่ดีต้องสดใหม่ แต่มีรากฐานมาจากบริบทที่ตั้ง

สำหรับงานออกแบบของโมเนโอ ถึงแม้บริบทจะเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่เพียงตัวแปรเดียวเท่านั้นที่ต้องรักษาไว้โดยห้ามไปแตะต้อง กล่าวคือ สถาปัตยกรรมของเขากำลังทำงานร่วมไปกับบริบท โดยมองหารูปแบบ ความสดใหม่ ที่สามารถปรับให้เข้ากับเรื่องราวของไซต์นั้นๆ ได้อย่างพอดี ‘การออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ มองหาสิ่งที่พื้นที่และอาคารต้องการ’ จึงเห็นจะเป็นแนวคิดหรือปรัชญาการออกแบบกว้างๆ ที่โมเนโอยึดถือ

“ผมไม่เคยมองหาภาษาของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากโปรเจ็กต์หนึ่งสู่อีกโปรเจ็กต์ เพราะทุกโครงการมันมีความแตกต่างกัน มีลักษณะเฉพาะในตัวเอง ดังนั้นผมไม่กลัวถ้าหากตัวผมเองจะไม่มีลายเซ็น หรือภาษากลางในการออกแบบ”– Rafael Moneo

TOLEDO CONVENTION CENTER TOLEDO, SPAIN 2010
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/toledo-convention-center/

SPANISH AMBASSADOR’S RESIDENCE IN WASHINGTON, USA 2002
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/spanish-ambassadors-residence-in-washington/


อาคารของเขายังโดดเด่นด้วยการเล่นจังหวะของสัดส่วน ระยะห่างระหว่างองค์ประกอบต่างๆ โดยเน้นความชัดเจนของวิธีการในการก่อสร้าง และสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ การพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมและเมืองรอบๆ โดยพยายามเชื่อมโยงอาคารเข้ากับถนนเส้นต่างๆ  ด้วยความเชื่อที่ว่าสถาปัตยกรรมจะต้องเติบโตไปพร้อมกับเมือง เพราะเมื่อเทียบสเกลที่ใหญ่โตของเมืองแล้ว อาคารเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ดังนั้นอาคารจึงต้องแสดงตัวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตในเมืองใหญ่ได้อย่างกลมกลืน

“ผมปรับเปลี่ยนและมองหาสิ่งที่เหมาะสมทุกครั้งในการออกแบบ สถาปัตยกรรมควรให้ความเคารพต่อบริบทหรือสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว สถาปนิกไม่ควรคิดถึงเพียงช่วงเวลาปัจจุบัน แต่ยังควรคำนึงถึงทั้งอดีตและเวลาในอนาคตด้วย” โมเนโอกล่าว

LABORATORIES BUILDING FOR COLUMBIA UNIVERSITY. NEW YORK. USA 2010
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/laboratories-building-for-columbia-university/

Prado Museum Enlargement
Madrid , Spain 2007

หลังจากการแข่งขันประกวดแบบถึง 2 ครั้ง โมเนโอก็ได้รับเลือกให้ออกแบบส่วนขยายใหม่ของพิพิธภัณฑ์และส่วนขยายของธนาคารแห่งชาติสเปน ซึ่งเป็นการจำลองอาคารที่มีอยู่เดิมเกือบทั้งหมดภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม โดยอาคารใหม่นี้มีพื้นที่มากกว่า 22,000 ตารางเมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ของสเกลเดิมที่มีอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้เยี่ยมชมได้อย่างครบครัน รวมถึงสามารถจัดเรียง แสดงและอนุรักษ์คอลเล็กชันของผลงานได้มากยิ่งขึ้น

การออกแบบของโมเนโอเผยให้เห็นแนวคิดของเขา โดยให้ความสำคัญกับอาคารดั้งเดิม สภาพแวดล้อมและอาคารบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง โบสถ์ Jerónimos และ Academia Española ซึ่งอาคารใหม่และอาคารเก่าจะถูกเชื่อมโยงเข้าหากันผ่านแพลตฟอร์มที่ออกแบบปกคลุมด้วยพุ่มไม้ เกิดเป็นสวน และพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง  

PRADO MUSEUM ENLARGEMENT MADRID, SPAIN 2007
Photo Credits: https://rafaelmoneo.com/en/projects/prado-museum-enlargement/

‘Why We Are Where We Are’ คงจะเป็นนิยามที่สถาปัตยกรรมอันเรียบง่ายของโมเนโอ คอยเตือนให้เราฉุกคิดอยู่เสมอ ไม่ใช่ความโดดเด่นที่พยายามทำตนเองให้น่าจดจำ แต่เป็นความคุ้นเคยของบริบทที่เขาพยายามสอดแทรกเข้าไปในสถาปัตยกรรม เพื่อให้คนในชุมชนภาคภูมิใจ และสัมผัสได้ถึงความเป็นเจ้าของในพื้นที่นั้นๆ ราวกับจะเตือนว่า นี่คือบ้านเกิดของฉันและสถานที่ที่ฉันควรอยู่

ถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเพียงเล็กน้อย แต่การที่สเกลอันยิ่งใหญ่ของสิ่งปลูกสร้างสามารถส่งผลถึงความคิดและความรู้สึก เพื่อให้คนธรรมดาที่ผ่านไปมาสามารถรับรู้และสัมผัสได้ไปพร้อมกัน และนั่นก็คงจะเป็นตัวพิสูจน์แล้วว่า สถาปัตยกรรมเหล่านั้นควรคู่แก่การน่าจดจำด้วยชื่อเสียงของ Rafael Moneo สถาปนิกที่มีอิทธิพลคนหนึ่งของยุค

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!