บ้านครอบครัวขยาย
แยกฟังก์ชันแต่รวมความอบอุ่นไว้ใต้หลังคาเดียว

หากใครเคยอยู่อาศัยแบบครอบครัวขยายมาก่อน จะเข้าใจดีว่ามักจะเกิดปัญหาการใช้งานพื้นที่ร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะแต่ละคนต่างก็มีไลฟ์สไตล์ ที่แตกต่างกันออกไป จนทำให้การพักผ่อน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่  ด้วยเหตุนี้ สถาปนิกจาก ForX Design Studio จึงออกแบบ PINN’N PAN บ้านพักอาศัยครอบครัวขยายที่แบ่งพื้นที่ของแต่ละคนให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แถมยังดึงพื้นที่เกษตรกรรม และฟาร์หมูหลุม กิจการของครอบครัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านอีกด้วย

สเปซอบอุ่นของครอบครัวขยาย

เดิมคุณแพนทำธุรกิจฟาร์มหมูหลุม และเกษตรกรรม หลังจากที่ได้พื้นที่ใหม่จึงต้องการสร้างบ้านที่ผนวกเข้าไปกับพื้นที่ทั้งสองธุรกิจนี้ด้วย โดยตัวบ้านมีโจทย์ว่าต้องสามารถอยู่อาศัยได้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวคุณแพน และครอบครัวพี่ชาย สเปซภายในบ้านต้องให้ความรู้สึกอบอุ่น และระบายอากาศได้ตลอดทั้งวัน สถาปนิกจึงตั้งใจให้ฟังก์ชันภายในบ้านแยกออกเป็น 4 โซน ได้แก่ พื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ของพ่อแม่ พื้นที่ของครัวคุณแพน และครอบครัวของพี่ชาย โดยให้โถงทางเดินเป็นตัวเชื่อมโยงไปแต่ละพื้นที่ และทำหน้าที่เป็นตัวกั้นฟังก์ชันให้เกิดความชัดเจนอีกด้วย

ทางเดินกากบาทแบ่งโซน

ฟังก์ชันภายในชั้น 1 ประกอบไปด้วยพื้นที่แม่บ้าน พื้นที่ของคุณพ่อคุณแม่ และพื้นที่ส่วนกลาง ตามลำดับ โดยมีโถงทางเดินรูปกากบาทเป็นตัวเชื่อมโยงในแต่ละสเปซ 

แปลนชั้น 1

ด้วยลักษณะการอยู่อาศัยของคุณพ่อคุณแม่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง สถาปนิกจึงออกแบบให้ผนังห้องนอนด้านทางเดินถูกปิดทึบทั้งหมด และติดตั้งช่องเปิดบริเวณปลายทางเดินเพื่อชดเชยแสง ส่วนภายในห้องนอนได้ติดตั้งช่องเปิดไปทางบ่อน้ำ และเกษตรกรรม เพื่อเปิดรับวิวเกษตรกรรม และแสง ได้ตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะให้ทั้งสองคนมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน จึงเลือกวางพื้นที่นั่งเล่นให้ขั้นกลางระหว่างห้องนอนทั้งสองห้อง ที่ยังคงเปิดรับวิว ลม และแสงจากภายนอกได้เช่นเดียวกัน

ลำดับถัดมาเป็นพื้นที่นั่งเล่น ถูกออกแบบให้เป็นดับเบิ้ลวอลุ่ม และเจาะช่องแสงที่ผนัง เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่ง และรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่  บริเวณผนังด้านล่างติดตั้งบานเปิดกระจกกรอบไม้รอบพื้นที่ ทำให้สามารถดดึงลม แสง วิวบ่อน้ำ และเกษตรกรรม จากรอบพื้นที่ได้ ส่วนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ สถาปนิกเลือกวางครัว โต๊ะรับประทานอาหาร และโซฟานั่งเล่น ไล่ลำดับแบบ Open Plan ซึ่งช่วยส่งเสริมให้สเปซดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น

พื้นที่รองรับทั้ง 2 ครอบครัว

เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 ทางเดินนำไปสู่พื้นที่ของครอบครัวของพี่ชาย และครอบครัวคุณแพน โดยห้องของครอบครัวพี่ชาย ประกอบไปด้วยห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ ซึ่งห้องนอนได้ติดตั้งบานเปิดกระจกทุกทิศทางเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ และลมให้เข้ามาภายในได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีบานเปิดที่เชื่อมกับสเปซดับเบิ้ลวอลุ่มของพื้นที่นั่งเล่นชั้น 1 ทำให้สามารถมองเห็นกิจกรรมของคนในบ้านได้ทุกช่วงเวลา

แปลนชั้น 2

สุดท้ายคือห้องของครอบครัวคุณแพน ที่เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับห้องทำงานที่มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินบริเวณทางเข้า และโต๊ะสีขาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ติดตั้งฝ้าเพดานสีขาวองศาเดียวกับหลังคาจั่ว พร้อมช่องเปิดขนาดใหญ่ทำให้สเปซดูโล่งกว้าง และรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในจนเพียงพอต่อการทำงาน ก่อนจะนำไปสู่ห้องนอนที่ติดตั้งช่องเปิดรอบด้าน เพื่อดึงวิว แสง และลมเข้ามาเป็นส่วนเดียวกับภายในห้องนอน นอกจากนี้ยังมีระเบียงขนาดใหญ่สำหรับพักผ่อน หรือรองรับการจัดงานสังสรรค์ของครอบครัวได้อย่างเต็มที่

สะท้อนธรรมชาติด้วยอาคารสีขาว

ในส่วนของภายนอกอาคารจะเห็นชัดเจนว่าอาคารถูกแบ่งให้เป็นสองส่วน เพื่อแยกโซนนิ่งภายในอาคารออกอย่างชัดเจน ส่วนสไตล์ของอาคารสถาปนิกเลือกใช้สีขาว และสีของไม้เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อถึงช่วงฤดูฝน ต้นไม้จะให้ให้สีเขียวชอุ่ม หรือในช่วงข้าวออกรวง ก็จะทำให้แมสของอาคารสีขาวมีความโดดเด่น แต่สีของไม้ก็ยังทำให้ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

เชื่อมต่อกับบ้านกับฟาร์มหมูหลุม

ย้อนกลับไปก่อนจะถึงพื้นที่ของตัวบ้าน สถาปนิกได้ออกแบบศาลาฟาร์มหมูหลุมให้เป็น 2 อาคารเชื่อมต่อกัน โดยอาคารแรกเป็นอาคารทรงจั่วไม่มีชายคา สเปซถูกเปิดโล่งเพื่อใช้เป็นพื้นที่ผสมอาหารหมูโดยเฉพาะ ลำดับถัดมาเป็นอาคารฟาร์มหมูหลุมที่ออกแบบให้เป็นหลังคาจั่ว 2 ชั้น เปิดช่องระหว่างชั้นให้สามารถระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีคอร์ตยาร์ทตรงกลางที่เปิดเพื่อให้เป็นพื้นที่ทดลองเกษตรกรรม และเปิดช่องให้ลมพัดผ่านเข้าไปยังภายในฟาร์ม ก่อนจะเชื่อมฟาร์มเข้ากับที่จอดรถ ซึ่งเป็นเส้นทางนำไปสู่ทางเดินเข้าสู่ตัวบ้าน

“เมื่อได้ยินคำว่าฟาร์มหมูหลุมหลายคนอาจจะคิดว่าต้องมีกลิ่นโชยออกมา แต่จริงๆ แล้วฟาร์มหมูหลุมเป็นฟาร์มที่สะอาดมาก และไม่ได้มีกลิ่นอย่างที่คิด จึงสามารถออกแบบฟาร์มให้อยู่ชิดกับตัวบ้านได้โดยไม่มีปัญหาอะไร”

บริบทที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร

สำหรับ PINN’N PAN ได้หยิบบริบทโดยรอบที่เป็นเกษตรกรรม และฟาร์ม นำมาใช้ประโยชน์กับภายในบ้านพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นการดึงวิว และลมธรรมชาติเข้ามาภายในอาคาร หรือการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงให้สะดวกต่อการเดินเข้า-ออก ในทำงานด้านปศุสัตว์ ในส่วนฟังก์ชันภายในบ้านหลังนี้เน้นการอยู่อาศัยแบบครอบครัวขยายจึงแบ่งโซนนิ่งให้ชัดเจนด้วยทางเดินรูปกากบาททำให้การอยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แถมการแบ่งเช่นนี้ยังทำให้ได้รับแสง และลมธรรมชาติอย่างทั่วถึงอีกด้วย   

Completion Year: 2023
Gross Built Area (m2/ ft2): 1,400 sq.m.
Project location: Rajburi, Thailand
Program: Home and sustainable Agriculture
Lead Architects: Atta Pornsumalee
Lead Architects e-mail: atta.forx@gmail.com

Writer
Picture of Watsapon Vijitsarn

Watsapon Vijitsarn