𝗪𝗛𝗘𝗥𝗘'𝗦 𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘 𝗪𝗔𝗥𝗘𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘
ออฟฟิศตากอากาศ ที่โปร่งใสและเป็นมิตรต่อคนทำงาน

หลายคนคงเคยได้ยินกับคำว่าบ้านตากอากาศ คือบ้านที่ใช้พักผ่อนเป็นครั้งคราว เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการใช้ชีวิต แต่ถ้าเป็นออฟฟิศตากอากาศหลายคนอาจจะยังคิดไม่ออกว่าเป็นยังไง pbm บริษัทสถาปนิกออกแบบ 𝗪𝗛𝗘𝗥𝗘’𝗦 𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘 𝗪𝗔𝗥𝗘𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘 ออฟฟิศที่มีการใช้งานแบบ Multi function รวมทั้งการทำงาน และ การพักผ่อนหย่อนใจของเจ้าของไว้ในอาคารเดียวกัน

พื้นที่รองรับ WORK AND LIFE

อาคารสำนักงาน ที่ถูกออกแบบมาจากความต้องการของเจ้าของที่ต้องการสร้างออฟฟิศสำหรับรองรับพนักงาน ต้อนรับนักวิจัยที่มาประชุมสัมมนา รวมถึง มีพื้นที่สำหรับคลังสินค้า และ ด้วยความที่บ้านพักอาศัยอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก จึงอยากจะมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน เหมือนเป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นบ้านพักอาศัยเล็ก ๆ เข้าไปในโปรแกรม เผื่อวันที่ทำงานจนดึกดื่น และ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศไปในตัว จนกลายเป็นชื่อ WHERE’S HOUSE WAREHOUSE

Mass และ Material ที่แสดงถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน

เจ้าของไม่ต้องการให้แยกพื้นที่สำนักงาน กับ ที่พักอาศัยอย่างชัดเจน เพราะ ไม่อยากรู้สึกเหมือนอยู่ในที่ทำงานตลอดเวลา สถาปนิกจึงต้องการรวมความเป็น WORK AND LIFE มาไว้ด้วยกัน เพื่อให้การทำงานในบริษัทเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศ สถาปนิกต้องการให้แต่ละฟังก์ชั่นแสดงออกผ่าน Mass & Form ของอาคาร จึงใช้การยืด หดของอาคาร และ การใช้วัสดุในรูปด้าน แสดงถึงพื้นที่การใช้งานภายใน ฉีกหนึ่งของอาคารมีช่องเปิดอยู่มากเป็นพื้นที่สำหรับสำนักงาน และ ห้องประชุม เพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงและคนที่ใช้งานไม่อึกอัดเวลาทำงาน ส่วนอีกด้านที่เป็นผนังทึบคือพื้นที่พักอาศัยของเจ้าของบริษัท เพื่อความเป็นส่วนตัวขณะใช้ชีวิตส่วนตัว บริเวณที่เป็นบล็อกแก้วที่ไม่มีการยืดออกมาจากอาคารเป็นพื้นที่ส่วนกลาง และ Circulation ส่วนของโกดังคือบริเวณด้านหลังของอาคารที่มีความสูงกว่าอาคารด้านหน้า เพราะต้องใช้พื้นที่เก็บของแนวตั้งเยอะ

ออฟฟิศตากอากาศ

สถาปนิกไม่ใช้ระบบปรับอากาศกับพื้นที่ส่วนกลาง แต่เลือกใช้ช่องเปิดเป็น Modular ที่สอดคล้องไปกับรูปด้านอาคาร เพื่อประหยัดพลังงาน และ ให้อากาศถ่ายเท ให้ความรู้สึกตากอากาศ แก่ผู้ใช้งาน อาคารใช้วัสดุเป็นบล็อกแก้วเพื่อต้องการนำแสงเข้าสู่ตัวอาคาร และ เป็นวัสดุที่ไม่ใสเกินไปจนมองเห็นภายในทุกอย่าง เสริมความโมเดิร์นให้กับตัวอาคาร บริเวณออฟฟิศ และ ส่วนกลาง ไม่ใช่แค่การใช้เป็น Boundary แต่บล็อกแก้วเหล่านี้ยังใช้ทำพื้น บันได และ ที่นั่ง ส่วนของบล็อกแก้วยังถูกนำไปใช้กับส่วนอื่นๆของอาคาร เช่น ฝ้าเพดาน ช่องเปิดต่างๆ เพื่อให้พื้นที่ภายในอาคารมีทิศทางเดียวกันกับภายนอกอาคาร ส่วนบริเวณที่มีคนเข้าไปใช้งาน สถาปนิกใช้ไม้เข้ามาตกแต่งเพื่อให้ความรู้สึก อบอุ่น ทำให้บรรยากาศเหมือนบ้านพักตากอากาศ

การทำงานแบบก่อร่าง สร้างเอง

“ผมชอบกระบวนการ Design แล้ว Build มากกว่า สถาปนิกพูดจริงๆ คือไม่รู้ดีเทลเท่าคนก่อสร้างจริง ๆ เราเลยชอบกระบวนการนี้คือระหว่างทางช่างช่วยงานเราได้ กลายเป็นช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ให้สิ่งที่ตั้งใจจริงๆในตอนแรกได้ออกมา พอทุกคนเบลนเส้นขอบเขตหน้าที่ตัวเองไม่ชัด ข้อดี คือทุกคนขยายหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ไม่มีการโทษกันในงาน ประโยชน์จึงตกกับ owner”
คุณต๊อบ และ คุณอีฟ สถาปนิกจาก Pbm เล่าถึงข้อดีของการทำงานในโปรเจกต์นี้ ที่เป็นทั้งผู้ออกแบบ และ ก่อสร้าง เพราะความเป็นจริงแล้ว การเขียนแบบในกระดาษ สื่อสารได้ไม่ดีเท่าการลงมือทำจริง กระบวนการนี้จึงทำให้สถาปนิกได้ลองผิดลองถูกกับวัสดุที่นำมาใช้ในงาน จนได้วิธีการที่ลงตัว กลายเป็นวิธีการติดตั้งวัสดุแบบใหม่ที่ส่งผลดีกับรูปด้านมาก ๆ
“เราชอบ Glass block แต่ไม่ชอบวิธีติดตั้งมัน แล้วเราตัดขั้นตอนที่ต้องไปคุยกับเจ้าอื่นที่คอยจะบอกเราว่าทำไม่ได้ เลยทำให้ภาพที่เราตั้งใจไว้มันทำได้ หรือทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ในฐานะสถาปนิกตอนแรก”

WHERE’S HOUSE WAREHOUSE จึงกลายเป็นออฟฟิศที่เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน โดยการนำแสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารผ่านวัสดุโปร่งแสง ทำให้บรรยากาศในออฟฟิศดูผ่อนคลาย คนที่ใช้งานรู้สึกถึงความจรรโลงใจเมื่อเข้ามาใช้พื้นที่ เสมือนเป็นบ้านอีกหลังที่สามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ ขณะทำงาน WHERE’S HOUSE WAREHOUSE จึงกลายเป็นออฟฟิศตากอากาศ สำหรับเจ้าของอาคาร และ พนักงานของบริษัท เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้แก่มนุษย์ทำงาน เพราะ ผู้ออกแบบ และ เจ้าของโครงการให้ความสำคัญกับความสุขในการทำงานของพนักงานอย่างถึงที่สุด

Project : 𝗪𝗛𝗘𝗥𝗘’𝗦 𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘 𝗪𝗔𝗥𝗘𝗛𝗢𝗨𝗦𝗘
Location : บางนา-ตราด
Architecture Firm : pbm
Year : 2023
Area : 2,000 sq.m
Interior Designer : pbm
Construction : pbm
Photographer : Spaceshift Studio

Writer
Pornpawee Dithisawatwet

Pornpawee Dithisawatwet

สถาปัตยกรรมทุกอย่างมีความหมายซ่อนอยู่ เราค้นพบและนำมาบอกเล่า