นอกจากความชำนาญในสาขาของตัวเองแล้ว สถาปนิกหลายท่านยังสามารถนำทักษะการออกแบบไปต่อยอดสรรค์สร้างผลงานในวงการอื่นๆได้อย่างกว้างขวาง บางครั้งทำได้ดีจนเกินความคาดหวังของตัวเองเสียอีก อย่างในช่วงปีคริสต์ศตวรรษที่ 1980 แฟรงก์ เกห์รี ออกแบบเก้าอี้กระดาษลูกฟูกในคอลเลกชัน Easy Edge ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนต้องหยุดขายหลังจากเปิดตัวเพียงสามเดือนเพราะกลัวว่าคนจะจดจำเขาในฐานะนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์มากกว่าสถาปนิก ยังมีงานในวงการอื่นอีกมากมายโดยเฉพาะเครื่องประดับที่รังสรรค์โดยสถาปนิก เผื่อว่าใครอยากจะจับจองให้เป็นรางวัลตัวเองหรือคนรักกันสักหน่อย
Frank Gehry x Louis Vuitton
เพิ่งเปิดตัวสดๆร้อนๆในงานสัปดาห์ศิลปะ Art Basel Miami Beach 2023 ที่สหรัฐอเมริกากับกระเป๋ารุ่นจำกัด จับมือกับ Starchitect ตลอดกาลอย่างแฟรงก์ เกห์รี ในนิทรรศการจัดแสดงผลงานภายใต้สี่ตีมหลักที่เกี่ยวพันกับตัวสถาปนิกได้แก่ สถาปัตยกรรมและรูปทรง (Architecture and Form), วัสดุ (Material Exploration), สัตว์ (Animals) ผ่านการตีความใหม่บนคอลเลกชันคลาสสิค Capucines bags และผลงานร่วมกันระหว่างเกห์รีและหลุยส์วิคตองที่นำมาเล่าใหม่อย่าง Twisted Box Trunk นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงงานคอลแลปส์อื่นๆนอกเหนือจากกระเป๋าอย่างเช่นขวดน้ำหอม Les Extraits, แบบสเกตช์ในโปรเจค Celebrating Monogram, และงานศิลปะพิเศษอื่นๆให้ได้ชมกันอีกด้วย
ถือเป็นการคอลแลปส์ครั้งใหญ่ที่ผสมผสานสไตล์การออกแบบเข้าด้วยกันอย่างมีสีสันระหว่างสถาปนิกและแบรนด์ ถ่ายทอดออกมาผ่านงานฝีมืออันพิถีพิถัน เช่น กระเป๋ารุ่น Capucines Mini Blossom ซึ่งตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้หลากสีจากเรซิ่นตัดกับโลโก้แบรนด์ สะท้อนงานขวดน้ำหอม Les Extraits ในปี 2021, Capucines BB Analog Bag นำเส้นสายรูปลักษณ์อาคาร IAC Building ที่นิวยอร์คมาใช้ แปรเปลี่ยนทรงเรขาคณิตของฟาสาดอาคารให้กลายเป็นรูปทรงกระเป๋าและแต่งแต้มด้วยงานสกรีนบนหนัง หรือจะเป็นกระเป๋าตีมสัตว์, Capucines MM Floating Fish แตกต่างด้วยประติมากรรมปลาสามมิติแหวกว่ายอยู่บนกระเป๋า สะท้อนงานสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญของเกห์รี Foundation Louis Vuitton ณ กรุงปารีส
Kengo Kuma x FENDI
แบรนด์แฟชั่นสุดหรูระดับโลกสัญชาติอิตาลีอย่าง Fendi ร่วมงานกับสถาปนิกชาวญี่ปุ่น เคนโกะ คุมะ นำสินค้าซิกเนเจอร์มาผสมผสานกับงานฝีมือญี่ปุ่นโบราณ บนรันเวย์แฟชั่นเครื่องแต่งกายชาย Pitti Uomo ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลีเมื่อเดือนมิถุนาที่ผ่านมา คุมะผู้เป็นที่รู้จักในวงการเรื่องการนำวัสดุใหม่ๆมาใช้ในงานสถาปัตยกรรม นำไอเทมเอกลักษณ์อย่าง กระเป๋าถือ Peekaboo bag, Baguette Soft Trunk และสนีกเกอร์สุดเฉี่ยวรุ่น Flow Sneakers มาตีความใหม่โชว์เนื้อหนังของวัสดุธรรมชาติอย่าง กระดาษวะชิ (Washi Paper กระดาษญี่ปุ่นทำมือโบราณหลากประโยชน์ใช้สอยทั้งหนังสือ โอริงามิ โคมไฟ รวมไปถึงประตูและฉากกั้นห้อง) ไม้ไผ่และเปลือกไม้ ออกมาเป็นผลงานซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์โอบรับความไม่สมบูรณ์แบบของวัสดุตามปรัชญาญี่ปุ่น
โครงภายในกระเป๋าถือรุ่น Peekaboo คุมะประยุกต์ใช้เทคนิค ยะตะระ อะมิ (yatara ami) ซึ่งเป็นวิธีการสานไม้ไผ่ดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย “ฉันคิดมาเสมอว่าเคนโกะ คุมะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมจากธรรมชาติ เขาเป็นคนแรกๆที่เข้าใจความสำคัญของการนำธรรมชาติเข้าไปในงานสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายใน โดยผลงานของเขานั้นสอดประสานระหว่างอนาคตและรากเหง้าเข้าด้วยกันได้อย่างมีเสน่ห์ ฉันสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยระหว่างจิตวิญญาณญี่ปุ่นของเขาในซาวัวร์-แฟร์ (savoir-faire) ซึ่งฉันคิดว่าเป็นค่านิยมร่วมอันทรงคุณค่าระหว่างญี่ปุ่นและอิตาลี” ซิลเวีย เวนตูรินิ เฟนดิ (Silvia Venturini Fendi) กล่าวถึงผลงานคอลแลปส์ในครั้งนี้
Zaha Hadid x BVLGARI
เมื่อท้ายปีศตวรรษที่ 20 เพื่อต้อนรับสหัสวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง แบรนด์สัญชาติอิตาลีบุลการีเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องประดับหรูที่จะกลายเป็นไอคอนมาตลอดจนถึงปัจจุบันภายใต้ชื่อ B.ZERO1 (B: Bulgari, ZERO: เครื่องประดับแห่งสหัสวรรษใหม่, และ 1: การเริ่มต้นที่ไม่มีที่สิ้นสุด) งานออกแบบที่ตรึงตราด้วยรูปทรงร่วมสมัยและแฝงด้วยความละเมียดละไมราวกับงานประติมากรรมที่สวมใส่ได้ เส้นสายบนเครื่องประดับได้แรงบันดาลใจมาจากโคลอสเซียม สถาปัตยกรรมแห่งสำคัญของประเทศอิตาลี ตั้งแต่เปิดตัวในปีค.ศ.1999 แบรนด์บุลการี ได้นำคอลเลกชันอันเป็นเอกลักษณ์นี้มาตีความออกแบบใหม่ผ่านรูปทรงสีสันและวัสดุเป็นประจำ และในปี 2015 บุลการีร่วมมือกับราชินีสถาปัตยกรรมซาฮา ฮาดิด ออกคอลเลกชันแหวน BZERO.1 ใหม่โดยประสานรูปทรงเรขาคณิตเข้ากับเส้นสายพลิ้วไหวถักทอในสามมิติของซาฮา เผยให้เห็นความก้าวหน้าในนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ต่ออนาคต ปรัชญาที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์บุลการีมาแล้วรุ่นต่อรุ่น สำหรับคนที่ใจป้ำตอนนี้สนนราคาอยู่ที่ 3,200 ยูโรหรือประมาณ 121,000 บาท
United Nude by Rem D. Koolhaas
เร็ม ดี คูลฮาส (Rem D. Koolhaas) หลานของสถาปนิกชาวดัตช์ในตำนาน เร็ม คูลฮาส (Remment Lucas Koolhaas) เร็มดีคูลฮาสเป็นทั้งสถาปนิกและนักออกแบบ เมื่อช่วงปี 2003 เร็มได้จับมือกับ กาลาฮัด คลาก (Galahad Clark) ผู้สืบทอดรุ่นที่เจ็ดของธุรกิจรองเท้าชื่อดัง Clark Shoes ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าสตรียูไนเต็ดนู้ด ภายใต้ปรัชญาการออกแบบ “สถาปัตยกรรมย่อส่วนโดยยังคงไว้ด้วยหลักการ” ผ่านการทดลองทั้งสีรูปทรงและวัสดุที่ใช้ในสเปซขนาดจิ๋ว เช่น รองเท้ารุ่น Eamz หนึ่งในคอลเลกชันที่มีชื่อเสียงที่สุด แตกต่างด้วยส้นรองเท้าจากเหล็กน้ำหนักเบา ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดเก้าอี้ชื่อดังของนักออกแบบสองสามีภรรยา ชาร์ลส์ และ เรย์ เอมส์ Charles and Ray Eame หรือ Möbius คอลเลกชันเปิดตัวที่นำชื่อเสียงระดับโลกมาสู่แบรนด์ที่มีรูปทรงเรียบง่าย เส้นสายสะท้อนกับภาษาในเก้าอี้บาเซโลนาของมีส ฟาน เดอร์ โรห์ นอกจากนี้ยังมีคอลเลกชันร่วมกับซาฮา ฮาดิด ในชื่อ Nova โดดเด่นด้วยรูปทรงที่แสดงความเคลื่อนไหวราวกับงานประติมากรรม
Atelier Oï x Louis Erard
Atelier Oï บริษัทสถาปนิกและออกแบบสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ มีสร้างชื่อเสียงด้วยการสร้างสรรค์รูปทรงที่งดงามและเป็นธรรมชาติร่วมกับเสียงเพลง สีสัน แสง กลิ่นและความเคลื่อนไหว นอกจากนี้สตูดิโอยังให้ความสนใจกับ Transdisciplinary หรือกระบวนการออกแบบร่วมกันในหลายสาขาอีกด้วย เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา Atelier Oï ได้จับมือกับ Louis Erand แบรนด์นาฬิการะดับโลกนำคอลเลกชันเอกลักษณ์ Le Régulateur มาตีความใหม่เป็นนาฬิการุ่นลิมิเต็ดมีเพียง 178 เรือนทั่วโลก เส้นสายไม่สมมาตรบนหน้าปัดนาฬิกาได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาแดดราวกับลำแสงที่ส่องออกมาจากศูนย์กลางเข็มนาฬิกาสีน้ำเงิน ในรูปลักษณ์ร่วมสมัยที่เรียบง่ายแฝงลูกเล่นแสงและเงาบนวัสดุสะท้อนเพิ่มมิติ
Nanna Ditzel x Georg Jensen
หนึ่งในนักออกแบบและสถาปนิกหญิงที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเดนมาร์ก แนนน่า ดิทเซล (ค.ศ.1923-2005) ผู้มีชื่อเสียงในการผสมผสานความงามและประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว แนนน่าให้ความสนใจตั้งแต่การออกแบบจิลเวลรี่ สิ่งทอเครื่องประดับ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบสเปซ หนึ่งในงานที่มีชื่อเสียงที่สุดเช่นเก้าอี้แขวนทรงไข่ (The Hanging Egg Chair, ค.ศ.1959) เป็นสเปซส่วนตัวในฝันของคนที่อยากเข้าไปนั่งขดอ่านหนังสือหย่อนใจข้างในจนกลายเป็นภาพจำที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามรีสอร์ทต่างๆ ตั้งแต่ช่วงปีทศวรรษที่ 1960 แนนน่าได้รับการทาบทามให้เป็นนักออกแบบจิวเวลรี่คนแรกของไฮแบรนด์เครื่องประดับเงินชื่อดัง Georg Jensen และตั้งแต่ปี 2021 ที่ผ่านมานี้เอง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ทางแบรนด์จึงนำคอลเลกชันคลาสสิคกลับมาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันอีกครั้ง
Daniel Libeskind x Swarovski
เมื่อเทศกาลคริสมาสต์ปี 2018 สถาปนิกระดับโลกแดเนียล ลิเบสกินได้ใช้คริสตัลกว่าสามล้านชิ้นประกอบกันเป็นดาว 70 แฉกส่องแสงจำรัส เอกลักษณ์แบรนด์คริสตัลสวารอฟสกี้ เพื่อนำไปประดับยอดต้นคริสมาสต์ที่ Rockefeller Center นครนิวยอร์ค หลังจากนั้นสถาปนิกได้นำผลงานมาต่อยอดออกแบบคอลเลกชันตกแต่ง Eternal Star Ornaments ประกอบไปด้วยห้าแบบ ทั้งแบบห้อยและตั้งโต๊ะจากคริสตัลบริสุทธิ์แกะสลักเป็นรูปดาวสวารอฟสกี้ข้างในเล่นกับการตกกระทบออกมาเป็นแสงสะท้อนที่สวยงาม แสดงสัญลักษณ์ของเทศกาลเฉลิมฉลอง รูปทรงและเส้นสายอันที่เกิดจากการคำนวณไว้อย่างแม่นยำเผยให้เห็นหลักการออกแบบของสตูดิโอแดเนียล ลิเบสกิน
“ ดวงดาวถ่ายทอดความหมายของสันติภาพ ความปรองดองในโลกและความสุข ดาวเป็นเครื่องหมายที่เป็นสากล เป็นบางสิ่งซึ่งวัฒนธรรมและศาสนารอบโลกใช้ร่วมกัน สิ่งนั้นมีความหมายในตัวเองที่ยากเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย! ”
สำหรับสถาปนิกอย่างเราบางครั้งก็อยากนำงานออกแบบสวยๆมาเก็บไว้ติดตัวสักหน่อย อะไรจะเหมาะไปกว่าเครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายที่ออกแบบโดยไอดอลสถาปนิกนักออกแบบที่ชื่นชอบ ผลงานที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของสถาปนิกเหล่านี้แสดงถึงความพิถีพิถันในหลักการออกแบบของแต่ละบุคคล รวมถึงความกล้าที่จะก้าวออกมาจากเซฟโซนเพื่อท้าทายความสามารถอันน่านับถือ การเรียนรู้ทักษะการออกแบบเหมือนกับเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ข้อมูลจาก :
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.