Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อวันเวลาเปลี่ยนแปลงไปอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนถูกกลืนหาย “ บ้านเสลา ” โครงการที่พยายามชุบชีวิตฟื้นคืนจิตวิญญาณดั้งเดิมของพื้นที่ย่านนิมมานเหมินทร์ ที่นำมาสู่การออกแบบ Say-la Hotel ตัวแทนของบ้านเสลาที่ยังคงอยู่ และพร้อมส่งต่อรูปแบบการใช้ชีวิตที่ร่วมสมัยของย่านนิมมานให้แก่ผู้ที่ผ่านไปมา ได้รับการออกแบบโดย คุณหนึ่ง เอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR
สถาปัตยกรรมที่เป็นตัวแทนของวิถีชีวิตที่ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย
เดิมทีนั้นบ้าน Say-la Hotel ( บ้านเสลา ) เป็นเกสเฮ้าส์ขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เมือง ย่านนิมมานเหมินทร์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ย่านที่พักอาศัยดั้งเดิมของคนพื้นที่ในรูปแบบของชุมชนบ้านพักส่วนตัวของผู้ที่ประกอบอาชีพทั่วไป โดยเมื่อช่วงเวลาผ่านไปคาแรคเตอร์ของย่านได้ถูกแปรเปลี่ยนโดยนักท่องเที่ยว และผู้คนที่ทำงานฝีมือ งานศิลปะ โฮมสตูดิโอ งานสร้างสรรค์ คละปนกัน ด้วยเสน่ห์ของจิตวิญญาณดั้งเดิมของย่านที่เต็มไปเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่าง “ นิมมานเหมินทร์ ” เริ่มกลายเป็นย่านที่เป็นที่รู้จักผ่านการตีความแบบใหม่ไปทั่วประเทศไทย ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลเดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย และกลายมาเป็นย่านท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ จนผู้คนในพื้นที่เดิมเริ่มถูกระบบทุนนิยมกลืนไปด้วยการขายที่ดินให้กับกลุ่มทุนต่าง ๆ และหลังจากนั้นก็คือความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มขึ้นจากการเปลี่ยนมือ ขายที่ดินให้แก่นักลงทุนต่างชาติ เพื่อประกอบกิจการอื่น ๆ
หลังจากนั้นต่อมา วิถีชีวิตเดิมของชาวบ้านในชุมชนนิมมานเหมินทร์ ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปด้วย ผู้คนที่เดินทางมาย่านนี้กลับได้พบเจอกับร้านค้าของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาที่ขายของ หรือการขายบริการต่าง ๆ ให้กับนั่งท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กิจการของบ้านเสลา ที่เดิมทีสร้างมาเพื่อตอบรับการใช้ชีวิตแบบนิมานฯ พื้นที่เดิมจึงค่อย ๆ ซบเซาลงจนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสถานการณ์โรคระบาด Covid ระบาดไปทั่วโลก ย่านนิมมานฯ ย่านที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยการท่องเที่ยวก็ได้เริ่มซบเซาลง ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มทยอยปิดตัวเนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ จึงเป็นจังหวะสำคัญของทาง Owner ที่ได้มีความคิดริเริ่มที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการพลิกโฉม “ บ้านเสลา ” ขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปด้วยภายใต้ยุคสมัยใหม่ และอยากเป็นตัวแทนของการสร้างพื้นที่อาคารที่มอบ “ จิตวิญญาณ ” คืนกลับแก่พื้นที่ ( Sense of Place) ของคนในท้องที่ให้กลับคืนมาใหม่ ให้เป็นพื้นที่เดิมที่ทุกคนจําได้ตั้งแต่นิมมาน ฯ ยังไม่ถูกกลืนกินไป
สร้างการรับรู้ และประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยอิฐ วัสดุที่เป็นภาพจำของจังหวัดเชียงใหม่
สถาปนิกผู้ออกแบบ Say-la Hotel คุณหนึ่ง เอกภาพ ดวงแก้ว จาก Ekar เล่าว่า
ในการเริ่มต้นของการออกแบบ ได้มีการตีความหมายของคำว่า (เสลา) ขึ้นมาใหม่ซึ่งคำว่า เสลา หมายถึงได้ทั้งความงาม , ชื่อของต้นไม้ และภูเขา ทางทีมได้เลือกใช้อิฐมอญเป็นวัสดุหลักทั้งหมด มาสร้างพื้นที่ว่างภายในบ้านเสลาเพื่อทำให้บ้านเสลาดูหนักแน่นเหมือน “ ภูเขา ” ที่รายล้อมอยู่ในบริบทของย่านนิมมานฯ จังหวัดเชียงใหม่ โดยอิฐมีการสั่งคละกันทั้งหมดจากเตาเผาในจังหวัดลำปาง เชียงใหม่ และลำพูน เท่าที่จะสามารถหาได้ ซึ่งทำให้อิฐแต่ละก้อนจะมีสีของดินที่แตกต่างกันจากถิ่นที่แตกต่างกัน ขนาดที่ต่างกัน เมื่อถูกก่อขึ้นมาจึงมีความไม่เรียบร้อยที่ตั้งใจตามธรรมชาติของงานฝีมือ อีกทั้งยังสัมพันธ์กับการก่อสร้างของกำแพงเมืองเชียงใหม่ในสมัยก่อน ที่จะสร้างความรู้สึกของภูเขาด้วยการใช้สัดส่วนของอิฐที่ทั้งเล็ก และใหญ่
จะสังเกตเห็นได้ว่าตัวอาคารจะมีเส้นโค้งเว้าที่เป็นจังหวะ มีส่วนทึบตัน และส่วนโล่งกว้างที่แตกต่างกันด้วยคอร์ทขนาดใหญ่จำนวน 3 คอร์ทภายในอาคารที่เปิดโล่งถึงท้องฟ้าแทรกเข้าไปภายในของพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของอาคารโดยที่แลกมาด้วยพื้นที่ของห้องพักถึง 4 ห้อง เพื่อเปิดมุมมองด้านทิศใต้ให้โล่งยาวไปจนสามารถมองเห็นดอยสุเทพได้ รวมถึงช่องลมที่เกิดขึ้นจากส่วนเว้าของอาคารที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรับลมเข้าไปสู่พื้นที่ของคอร์ตด้านในอาคารได้ ด้วยการรีดลมเข้ามาผ่านช่องขนาดเล็ก ที่แคบและมีความสูง ทำให้สามารถไหลเวียนอากาศภายนอกเข้าไปสู่พื้นที่ภายในของอาคารได้เป็นอย่างดี
กำหนดกิจกรรมของพื้นที่เพื่อคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ดั้งเดิมของย่าน
โดยการรีโนเวตอาคารเก่าที่เป็นตึกแถว 4 คูหาทางทีมสถาปนิกผู้ออกแบบเล่าว่า ได้มีการตั้งเงื่อนไขในการกำหนดกิจกรรมของร้านค้าที่จะเข้ามาทำการเช่าพื้นที่ด้านหน้าทั้ง 2 ฝั่งโดยจะต้องเป็นร้านค้าที่สามารถคงอยู่ในบรรยากาศแบบดั้งเดิมของนิมมานได้ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นร้านกาแฟที่ถ่ายรูปสวยที่คนอยากจะมาเพียงเพื่อถ่ายรูปโดยมีเจตนาที่จะสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้บริการให้ได้สัมผัสถึงความรู้สึกแบบเมื่อ 20 ปีของบริเวณย่านมินมาน ฯ ที่ไม่มีความพลุกพล่านของผู้คน โดยในส่วนพื้นที่ใช้งานของโรงแรม Say-la Hotel ได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยพื้นที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่ของ Cocktail Bar ที่เรียกได้ว่าเป็นบาร์ลับของโรงแรมที่เปรียบเสมือนจะมีเจ้าของมาเสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วโปรดให้แก่ผู้เข้าพักด้วยตนเอง และด้านตรงข้ามจะเป็นพื้นที่ของห้องสมุด และจุดเช็คอิน
นอกเหนือจากการปรับปรุงความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของโครงการ La Serre ยังมีความเชื่อมโยงของผู้คนในท้องถิ่น และ เมืองที่สร้างความยั่งยืนทางสังคม ภายในพื้นที่โครงการพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยบันได และสะพานลอย โดยที่ตัวบันไดจะถูกเริ่มจากห้องโถงหลักของพื้นที่ชั้นล่าง และ สิ้นสุดที่ในส่วนของพื้นที่ใจกลางอาคารซึ่งทำให้ผู้พักอาศัยสามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามา โดยพื้นที่ดาดฟ้า หรือสวนส่วนกลางที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของโครงการนี้ยังเป็นพื้นที่ ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้ผู้พักอาศัยภายในโครงการได้ออกมาใช้งาน และมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่สีเขียวของ La Serre ได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
ถัดมาในส่วนของพื้นที่ด้านข้างจะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีประตูบานหนึ่ง ซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่เก็บความทรงจำให้แก่ทาง Owner หรือคือพื้นที่ของคุณพ่อที่จากไป โดยในการรีโนเวทอาคารเก่าทั้ง 4 หลังทาง Owner ได้เลือกเก็บอาคารหลังที่เป็นห้องของคุณพ่อไว้เพื่อเป็นห้องเก็บความทรงที่จะมอบให้แก่ผู้คนในบ้าน และมอบกลิ่นอายแบบดั้งเดิมให้แก่ผู้เข้าพัก และผู้คนที่ผ่านไปมา
หวนคืนวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ด้วย Space แบบดั้งเดิม
Say-la Hotel โรงแรม 3 ชั้นนี้ ภายในพื้นที่ของชั้นแรก ทางสถาปนิกผู้ออกแบบได้เลือกออกแบบเป็นพื้นที่คอร์ทกลางให้เป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อเปิดให้คนทั่วไปได้มาใช้งานภายใต้บรรยากาศวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ของย่านนิมมานฯ โดยการออกแบบให้ผนังภายนอกที่แม้ดูผิวเผินเหมือนจะดูเป็นกำแพงอิฐทึบตัน แต่กลับมีความโค้งไหลของพื้นที่เข้ามาสู่พื้นที่ภายใน สร้างความต่อเนื่องจากทางเดินสาธารณะบริเวณหน้าอาคารชวนให้ดึงดูดคนนอกเข้ามาสู่พื้นที่เปิดโล่งภายในใจกลางของโรงแรม ในทางกลับกันได้เลือกใช้ผนังอิฐที่มีความโค้งไหลนี้ในการสร้าง Privacy และเพื่อเป็นการกั้นเสียงจากบาร์โดยรอบบริเวณพื้นที่ของอาคาร อีกทั้งยังเพื่อเปิดรับแสง และเป็นช่องดูดอากาศให้อากาศสามารถผ่านทะลุห้องไปยังคอร์ดกลาง เพื่อระบายอากาศให้กับห้องพักในชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3
การออกแบบพื้นที่ภายในผ่านมุมมองของ คุณภาพ ที่สำคัญกว่า ขนาด
ในการออกแบบพื้นที่ภายในของ Say-la Hotel คุณหนึ่ง สถาปนิกผู้ออกแบบเล่าถึงแนวคิดในการออกแบบว่าพื้นที่ภายในได้รับการออกแบบให้มีความเป็นธรรมชาติจากการเลือกใช้วัสดุ โดยในแต่ละห้องทางทีมสถาปนิกผู้ออกแบบได้มีมุมมองของการใช้พื้นที่ที่จะให้ค่ากับคุณภาพของพื้นที่มากกว่าขนาดของพื้นที่ โดยห้องพักในแต่ละห้องได้มีรูปแบบของตำแหน่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยแปลนห้องพักของ Say-la Hotel แห่งนี้จะไม่ซ้ำกันโดยมีทั้งรูปแบบของห้องที่มีสัดส่วนขนาดที่ยาว และสั้นคละกันไป ซึ่งเกิดขึ้นตามความโค้งที่ลื่นไหลของตัวอาคาร
เมื่อการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยได้สร้างความแตกต่างที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายแบบดั้งเดิมของย่านนิมมานฯ จากบ้านเส-ลา ในวันนั้นสู่ Say-la Hotel ในปัจจุบันโรงแรมที่หนักแน่นด้วยอุดมการณ์ และยังสามารถอนุรักษ์ไว้ได้ซึ่งอัตลักษณ์ของย่านแม้จะถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วยกาลเวลา ถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งผลงานของสถาปนิกผู้ออกแบบ ด้วยพื้นที่ที่พร้อมต้อนรับเหล่านักเดินทางที่ค้นหาความสุขในการพักผ่อนอย่างแท้จริงสไตล์นิมมานฯ แบบเมื่อ 20 ก่อน
Project Name : THE SAYLA HOTEL
Location : Chiang Mai, Thailand
Owner : Chatturong Sartkhum Rong Sacom
Architecture Firm : EKAR
Year : Completion 2016-2023
Area : 455 sq.m
Lead Architects : Ekaphap Duangkaew
Interior Designer : VITA, Thitikarn Aroonchai
EKAR – Ekaphap Duangkaew , Tirayon Khunpukdee, Thanaporn Saengsuriyaporn, Thanakorn Pluemrungrueng,& Vita – Thitikarn Aroonchai
Construction : Khathawut Chaisean & Theerawat Kongjak
Photographer : Rungkit Charoenwat
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance