Varinah Resort ผลงานการออกแบบจาก mArchten Co., Ltd ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดการดึงบรรยากาศธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในโครงการ ด้วยบริบทสุด exclusive ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาและผืนทะเลฝั่งอ่าวไทยในเขตพื้นที่อำเภอสามยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้การออกแบบที่มุ่งเน้นความสอดคล้องระหว่างสิ่งปลูกสร้างและธรรมชาติกลายเป็นใจความสำคัญไปโดยปริยาย
ทางด้านทิศตะวันออกของสถานที่ตั้งโครงการนั้นอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอดนัก ในขณะที่ทางทิศตะวันตกก็มีทะเลอ่าวไทยอยู่ชิดติดขอบห่างจาก users เพียงเอื้อมมือ ความพิเศษของไซต์สองสามประการนี้เองที่ทำให้แขกผู้พักอาศัยสามารถเอ็นจอยกับการมองความสวยงามของมวลเมฆรวมถึงพระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นจากยอดเขาในช่วงเช้า จนเมื่อตกเย็นก็ยังสามารถเปลี่ยนทิศไปมองพระอาทิตย์เคลื่อนลับเส้นขอบฟ้าได้ที่บริเวณริมหาดได้อีกเช่นกัน
สถาปนิกเล่าให้เราฟังถึงการออกแบบ Varinah Resort ไว้ดังนี้
เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมเข้ากับบริบทของธรรมชาติโดยรอบ
แนวคิดหลักของการออกแบบ Varinah Resort คือการหยิบนำบรรยากาศจากพื้นที่โดยรอบของบริบทที่ตั้งอย่างภูเขา และหาดทราย เข้ามาเป็นหลักในการออกแบบ โดยที่โครงการนี้ได้ถูกแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 2 ส่วนหลักคือส่วนของพื้นที่โรงแรม และพื้นที่ส่วนของ Pool Villa โดยจัดวางตำแหน่งของผังอาคารให้ส่วนของพื้นที่วิลล่าอยู่บริเวณด้านในสุดเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งาน และในส่วนของพื้นที่โรงแรมจึงเป็นส่วนที่ติดกับถนนริมชายหาด เพื่อให้การใช้งานพื้นที่ภายในของอาคารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทางทีมสถาปนิกยกระดับพื้นที่ของโรงแรมขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นเพื่อให้การใช้งานภายในพื้นที่สามารถรับวิวจากฝั่งภูเขาได้
ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบขยายความต่อ “ก่อนการเริ่มต้นการออกแบบได้มีการลงพื้นที่ตลอด 5 วัน จึงทำให้พบว่าวิวที่ปรากฏนั้นมีความแตกต่างกันในทุกวัน ทั้งวันที่ปรากฏสีบนท้องฟ้าเป็นสีส้ม สีม่วง สลับกับ อีกทั้งสีของทะเลก็จะเปลี่ยนไปตามสีของท้องฟ้า โดยหากโชคดีหน่อยก็จะสามารถมองออกไปพบกับสายของหมอกที่ไหลไปตามร่องของภูเขาสามยอดจนราวกับว่ากลายเป็นน้ำตกหมอก”
Varinah Resort ถูกแบ่งออกเป็น 3 อาคารโดยมีลักษณะเป็นตัว U ที่มีการเว้นคอร์ตตรงกลางเพื่อให้เกิด Reflection Pond ที่จะมอบความรู้สึกของการเชื่อมต่อระหว่างทะเล และ Lobby ของโรงแรม และเพื่อสร้างความโปร่งจากพื้นที่ ๆ เปิดโล่งจนสามารถมองเห็นทะลุได้ทั้งพื้นที่ของโครงการ ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ที่สำคัญของ Varinah Resort ที่สามารถรับวิวได้ทั้งในช่วงเวลาเช้า และเย็น
เชื่อมต่อธรรมชาติเข้ากับพื้นที่ด้วย องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม
ภายในพื้นที่ของ Varinah Resort ยังประกอบไปด้วย Reflection Pond ที่จะมอบความรู้สึกที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่ขนาบไปด้วยอาคารทั้ง 2 ด้านพร้อมเพิ่มบรรยากาศกลิ่นอายของความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลโดยการตกแต่งด้วยต้นมะพร้าว อีกทั้งส่วนบนในส่วนของดาดฟ้าอาคารทั้งสองยังสามารถเดิมเชื่อมมายังสระว่ายน้ำตรงอาคารส่วนกลางได้เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้งาน
เดิมทีพื้นที่ของโครงการนั้นเคยเป็นสวนมะพร้าวมาก่อน โดยความตั้งใจหลักของดีไซน์เนอร์คือการทำให้โรงแรมแห่งนี้ยังคงมีบรรยากาศกลิ่นอายแบบเดิม จึงตั้งใจให้ Pattern ของ Facade นั้นถูกสร้างขึ้นจากลูกมะพร้าวของจริงที่มีรูปแบบของจังหวะนูนสูง – นูนต่ำเช่นเดียวกับเสาด้านข้างที่ยื่นออกมารับผ้าใบ รวมถึงการนำเชือกมาพันรอบเสาเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้งานนึกถึงต้นมะพร้าว เกิดเป็นความกลมกลืนกับรรยากาศของพื้นที่โดยไม่แปลกตา
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุดจะพบเข้ากับ Rooftop Swimming Pool สระว่ายน้ำที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การว่ายน้ำภายใต้บรรยากาศของธรรมชาติ หรือคือการว่ายน้ำพร้อมชมวิวจากเขาสามยอด และทะเลอ่าวไทยได้ในเวลาเดียวกันแบบ 360 องศา และยังสร้างความรู้สึกการสัมผัสกับธรรมชาติจากท้องฟ้า สายลม ภายใต้ความเป็นส่วนตัวของพื้นที่โรงแรมอีกด้วย
เปิดรับบรรยากาศของธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ของการพักอาศัย
ห้องพักทั้งหมดของ Varinah Resort ประกอบไปด้วยรูปแบบทั้งหมด 3 ไทป์ ได้แก่ Superior Room, Deluxe Room และ Super Deluxe Room โดยทั้ง 3 ไทป์นั้นถูกออกแบบให้สามารถมองเห็นวิวคอร์ทยาร์ทตรงกลาง และวิวทะเลทั้งหมด แต่ที่เห็นจะพิเศษกว่าใครเพื่อนคงหนีไม่พ้น Super Deluxe Room ซึ่งเป็นห้องพักบริเวณหน้าสุดของอาคาร โดยสถาปนิกเลือกใช้กระจกสำหรับวัสดุในตำแหน่งมุมห้องเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสทิวทัศน์ชายหาดและทะเลอ่าวไทยสุดลูกหูลูกตาได้เพียงแง้มม่าน ผสมผสานกับการตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติที่จะมอบบรรยากาศที่อบอุ่น แต่ไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นทะเล
ความพลิ้วไหวที่สัมผัสได้จากส่วนของร้านอาหารนั้นเกิดขึ้นจากการที่ผู้ออกแบบหยิบยกมาจากแนวคิดมาจากชื่อร้าน “ลิ่ว ละ ล่อง” ซึ่งเป็นร้านอาหารของทางโรงแรมที่ตั้งอยู่ทางด้านหน้าติดกับถนนพร้อมผนังกระจกโค้งที่ทำหน้าที่เปิดรับวิวจากฝั่งโรงแรมและทะเล เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจึงได้เลือกใช้รูปแบบประตูเป็นบานเฟี้ยมกระจกเพื่อให้เปิดรับลมจากด้านนอกได้ และในเวลาเดียวกันหากต้องการใช้งานพื้นที่ก็สามารถกั้นพื้นที่ให้กลายเป็นห้องแอร์ได้เพียงปิดบานเฟี้ยม พร้อมสร้างบรรยากาศที่พลิ้วไหวของสายลมด้วยเพดานที่ตกแต่งด้วยริ้วผ้าที่ดึงรูปแบบมาจากความโค้งของคลื่นทะเล และลมทะเล ภายใต้บรรยากาศของวัสดุที่เป็นไม้เพื่อสร้างความกลมกลืนกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของโรงแรม
ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบของที่ตั้ง พร้อมทั้งวิว 360 จากบริบทโดยรอบของ Varinah Resort ซึ่งประกอบด้วยเขาสามร้อยยอดและทะเลอ่าวไทย เป็นส่วนผสมที่ลงตัวซึ่งทีมผู้ออกแบบได้เรียงร้อยจนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบนำบรรยากาศกลิ่นอายของทะเลมาใส่ในการออกแบบ หรือแม้กระทั่ง Facade อาคารที่ได้มาจากการเล่นจังหวะโดยใช้ลูกมะพร้าว ในที่สุดจึงทำให้ทุกพื้นที่ของ Varinah Resort สามารถมอบประสบการณ์การพักผ่อนสุดพิเศษให้แก่ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว
Project Name: Varinah Resort
Architecture Firm: mArchten Co., Ltd
Gross Built Area: 4,000 sq.m.
Photographer credits: วีระพล สิงห์น้อย (Beersingnoi)
Lead Architects: Designer: อัคคะภัทร์ จิระอารีย์บุตร
Design Team: พิเชฐ สงวนไชยไผ่วงศ์, ดนัยพันธ์ แสงสว่าง, ภูวดล โพธานุรักษ์
Interior Designer: นิรมล วูลเซย์, กรรณิการ์ แก้วโอภาส
Landscape Designer: mArchten Co., Ltd