ประตูวงพระจันทร์เยว่เหมิน ซุ้มประตูจีนที่กลายเป็นสัญลักษณ์งานแต่งงานในดินแดนตะวันตก

 สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับวัฒนธรรมด้านอื่นๆ มีการถ่ายทอดและปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันคนละทวีปหรือมีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่คั่นอยู่ระหว่างกลาง บ่อยครั้งที่วัฒนธรรมจากซีกหนึ่งไปปรากฎอยู่อีกมุมหนึ่งของโลก ตัวอย่างเช่นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมจีนที่เราคงเห็นกันคุ้นตาในเอเชียอย่าง ประตูวงพระจันทร์หรือ เยว่เหมิน (Moon Gate) ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น หมู่เกาะเบอร์มิวดา ณ มหาสมุทรแอตแลนติก และกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งงานของชาวเบอร์มิวดาในที่สุด

เยว่เหมิน ประตูโค้งเปิดสู่สวรรค์

หนึ่งในตำราจัดสวนที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่งของโลก The Craft of Garden (หยวนเยว่) เขียนโดยจี้เฉิงเมื่อปี ค.ศ.1631 ยุคราชวงศ์หมิง ปรากฎข้อมูลเกี่ยวกับประตูวงพระจันทร์ว่าพัฒนามาจากช่องเปิดวงกลมบนกำแพงอิฐในสวนจีนดั้งเดิม นอกจากนี้องค์ประกอบเยว่เหมินยังถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งภายในด้วย โดยในข้อบังคับการออกแบบของ พระราชวังฤดูร้อนเดิม ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเริ่มสร้างในช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19 เรียกประตูวงพระจันทร์สำหรับใช้ภายในว่า หยวนกวง เหมิน (Yuanguang Men) ต่อมาในราชวงศ์ฉิง (ค.ศ. 1644-1911) หยวนกวง เจา (Yuanguang Zhao) กลายเป็นคำนิยามที่หมายถึงประตูวงพระจันทร์ภายในอาคาร

ด้วยรูปทรงโค้งที่แตกต่างจากโครงสร้างเสาคานปกติ ทำให้เยว่เหมินถูกนำมาใช้แบ่งพื้นที่สวนและสร้างกรอบทิวทัศน์ระหว่างสเปซที่น่าสนใจได้เป็นอย่างดี ในความเชื่อชาวจีนวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้า ในขณะที่สี่เหลี่ยมเป็นตัวแทนพื้นดิน (เทียนหยวนตี้ฟาง, ฟ้ากลมแผ่นดินเหลี่ยม) วงกลมยังเป็นสัญลักษณ์ของหยาง ความเคลื่อนไหว สวรรค์ กลางวัน และการบรรจบครบสมบูรณ์ สัญลักษณ์วงกลมในศาสนาเต๋าแสดงถึงการสรรค์สร้างและคงอยู่ เรามักพบเยว่เหมินถูกตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยงานไม้แกะสลักรูปพืชพันธุ์สัตว์มงคลหรือรูปทรงเรขาคณิต ประตูโค้งนี้นอกจากจะทำหน้าที่เปลี่ยนผ่านระหว่างสเปซแล้วยังเปรียบได้กับการนำสวรรค์มาไว้บนพื้นดิน ยกระดับความสำคัญของสเปซด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม โดยแฝงความหมายอันเป็นสิริมงคลควบคู่ไปด้วยนั่นเอง

สวนงานศิลป์

ความงามของสวนจีนนั้นละเอียดอ่อนกว่าตาเห็น เป็นการถ่ายทอดปรัชญาผ่านธรรมชาติลงบนสเปซพร้อมบำรุงรักษาไว้ด้วยวิทยาศาสตร์ ชาวจีนมีคำกล่าวว่า “ข้างบนมีสวรรค์ ข้างล่างมีซูหัง” เพื่อบรรยายความงามราวกับสวรรค์บนดินของ เมืองซูโจวและหางโจว เมืองต้นกำเนิดของสวนจีน ศาสนามีอิทธิพลต่อการจัดวางบ้านและสวนของชาวจีนเป็นอย่างมาก เช่นการวางผังอาคารให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนของลัทธิขงจื๊อ การจัดสวนเพื่อประสานเข้ากับธรรมชาติตามลัทธิเต๋า และองค์ประกอบในสวนเช่นเจดีย์หรือศาลาจากอิทธิพลศาสนาพุทธ นอกจากนี้เราสามารถเห็นความสำคัญของสเปซในวัฒนธรรมผ่านภาษา เช่น เจียถิง แปลว่าครอบครัว (Jiating,เจีย:บ้านหรือครอบครัว,ถิง:ลานหรือโถง) หรือ หยวนไจ่แปลว่าบ้านสวน (Yuanzhai, หยวน:ลาน, ไจ่:บ้าน)

กำแพงสวนจีนแบ่งสวนออกเป็นส่วน แต่ละส่วนสวยงามตามฤดูกาลของตัวเอง นอกจากนี้กำแพงสวนยังเป็นฉากให้กับร่มเงาของพรรณไม้เช่นไผ่หรือบ๊วย แปรเปลี่ยนทรวดทรงเฉดสีของเงาไปตามช่วงเวลา ประตูวงพระจันทร์ในสวนจะถูกจัดวางไว้สัมพันธ์กับทิวทัศน์ด้านหลัง ช่วยตีกรอบทัศนียภาพให้ราวกับภาพวาดอย่างวับแวมดึงดูดให้ค้นหา บึงน้ำเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในสวนจีนซึ่งเกี่ยวโยงกับพระจันทร์ โดยเฉพาะการชมสวนในคืนพระจันทร์เต็มดวงโดยมีเงาจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำราวกับจับต้องได้ องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยในสวนคือสะพานโค้งพระจันทร์ ซึ่งเมื่อสะท้อนน้ำแล้วจะบรรจบกลายเป็นพระจันทร์เต็มดวง ส่วนประตูวงพระจันทร์นอกจากช่องเปิดวงกลมแล้วยังมีรูปร่างอื่นๆเช่น แปดเหลี่ยม ดอกไม้ ใบไม้ พัด หรือน้ำเต้าด้วย

หีบอัญมณีเจวี้ยนฉินไจ เชื่อมศิลปะสองโลกเข้าด้วยกัน

จักรพรรดิเฉียนหลง จักรพรรดิองค์ที่หกของราชวงศ์ชิงผู้ครองบัลลังก์ยาวนานถึง 60 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1735-1796 ในสมัยนั้นประเทศจีนพัฒนากลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ใหญ่และมั่งคั่งที่สุดในโลก มีการติดต่อค้าขายกับอเมริกาและยุโรปรวมไปถึงแลกเปลี่ยนความรู้วัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง องค์จักรพรรดิทรงพระปรีชาสามารถแตกฉานทั้งศาสตร์และศิลป์พร้อมให้ความสนใจศาสตร์ชาติตะวันตก เมื่อครั้นชราพระองค์ได้ออกแบบและสั่งให้สร้างสวนอุทยานทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวังต้องห้าม เรียกว่า หนิงโซ่วกง หรือ สวนเฉียนหลง เพื่อใช้เป็นที่ประทับในบั้นปลายชีวิตหลังขึ้นเป็นไท่ซ่างหวง (พระราชอิสริยยศหลังสละราชสมบัติเมื่อหลัง 60 พรรษา)

อุทยานเฉียนหลงมีลักษณะแคบยาว ทอดตัวตามทิศเหนือใต้ กว้าง 37 เมตร ยาว 160 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 5,920 ตร.ม. มีการจัดวางผังอย่างสวยงาม ประกอบด้วยสวนขนาดใหญ่พร้อมอาคารกว่า 27 หลัง ที่สร้างขึ้นอย่างประณีตจากช่างยอดฝีมือด้วยวัสดุชั้นดี โดยเฉพาะอาคารหลัก เจวี้ยนฉินไจ (Juanqinzhai) กว้าง 7 เมตร ยาว 30 เมตร แบ่งเป็นเก้าช่วงเสา ภายในตกแต่งอย่างงดงามราวกับหีบอัญมณี ฝั่งตะวันตกของอาคารเมื่อลอดผ่านประตูวงพระจันทร์ที่มีการตกแต่งอย่างวิจิตรจะพบกับโรงละครขนาดสี่ช่วงเสา ล้อมรอบด้วยภาพวาดจิตกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ฝั่งตรงข้ามของประตูปรากฏภาพวาดประตูโค้งลักษณะเดียวกัน เปิดเชื่อมต่อไปยังภาพวาดทิวทัศน์ภายนอก ภาพวาดเหล่านี้เป็นการนำเทคนิค ทรอมพลุยล์ (Trompe-l’œil) ซึ่งเป็นเทคนิคทัศมิติของตะวันตก การให้แสงเงาด้วยเทคนิค ไครอสคูโร (Chiroscuro) ผสมผสานกับการยืมทิวทัศน์ในสวนจีน สะท้อนวิสัยทัศน์อันกว้างขวางของเฉียนหลงฮ่องเต้ผู้โปรดปรานทั้งศิลปะจีนดั้งเดิมและตะวันตก

ประตูวงพระจันทร์ ช่องเปิดเชื่อมความรักนิรันดร์ ณ ดินแดนโพ้นทะเล

ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ไปกว่าหมื่นกิโลเมตรกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือในอีกซีกโลกหนึ่ง ประตูวงพะจันทร์จากเอเชียได้สร้างอิทธิพลเล็กๆบนหมู่เกาะเบอร์มิวดา ย้อนไปช่วงปีทศวรรษที่ 1920 และ 1930 ศิลปะและสถาปัตยกรรมเอเชียได้รับความสนใจมากขึ้นในประเทศตะวันตกและดินแดนอาณานิคมผ่านเรื่องเล่าของพ่อค้าและลูกเรือที่กลับจากเอเชีย หนึ่งในนั้นคือหมู่เกาะเบอร์มิวดาของอังกฤษ ช่วงทศวรรษ 1950 บางแหล่งข้อมูลบอกว่า ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์เป็นหนึ่งในผู้ที่นำประตูวงพระจันท์มาใช้ในงานออกแบบภูมิทัศน์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง

นอกจากรูปร่างสะดุดตาแล้วประตูวงพระจันทร์ยังยังแสดงถึงสถานะทางการเงินและสังคมอีกด้วย ทำให้การสร้างประตูวงพระจันทร์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายบนหมู่เกาะเบอร์มิวดาจนหลอมรวมกลายเป็นองค์ประกอบพื้นถิ่นในที่สุด นอกจากนี้ชาวเบอร์มิวดาได้เสริมความหมายเข้าไปอีกเล็กน้อยในเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีและสัญลักษณ์คู่แต่งงานใหม่ เราสามารถพบประตูวงพระจันทร์บนหมู่เกาะเบอร์มิวดาได้ตามสวนสาธารณะ โรงแรม รวมถึงบ้านผู้มีอันจะกิน โดยข้างๆมักมีแผ่นโลหะหรือป้ายเขียนไว้ “ตำนานเล่าว่าเมื่อคู่รักฮันนีมูนลอดผ่านประตูวงพระจันทร์แล้วอธิษฐานสิ่งใดจะได้รับสมปรารถนายังมีเขียนต่ออีกนิดหน่อย ส่วนคนอื่นก็อธิษฐานได้เหมือนกัน!” ประตูวงพระจันทร์สำหรับชาวเบอร์มิวดาจึงมีอีกชื่อว่า ประตูโค้งฮันนีมูน หรือ Honeymoon Arches และกลายเป็นหนึ่งพรอบงานแต่งที่ขาดไม่ได้นั่นเอง

 

ประตูวงพระจันทร์เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมซึ่งมีรูปลักษณ์ที่งดงามและความหมายอันลึกซึ้ง จากเดิมเพื่อใช้เชื่อมต่อผืนดินกับท้องฟ้าในเอเชียตะวันออกสู่สัญลักษณ์แทนความรักระหว่างคนสองคนในหมู่เกาะเบอร์มิวดา ไม่ว่าจะแตกต่างด้วยวัฒนธรรมเชื้อชาติภาษาหรืออยู่ไกลกันคนละด้านของซีกโลก แต่ความหมายดีๆของประตูวงพระจันทร์ยังสามารถส่งต่อผ่านกันได้ กล่าวได้ว่าประตูโค้งเยว่เหมินเป็นองค์ประกอบเพื่อเชื่อมโยงความหลากหลายเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง

อ้างอิงจาก
Backgrounder: The Qianlong Garden. (2009, November). World Monuments Fund. Retrieved from https://www.wmf.org/press-release/backgrounder-qianlong-garden

Bermuda. (2023, October). Bermuda’s Mystical Moongates. Retrieved from https://www.gotobermuda.com/inspiration/article/bermudas-mystical-moongates#:~:text=An%20Intriguing%20Backstory,was%20incorporated%20into%20Bermudian%20architecture.

Carter, M. (2017, June). Why Couples Are Getting Married in Front of Moongates. Country Living. Retrieved from https://www.countryliving.com/life/a43615/moongate-wedding-trend/

Johnson, N. B. (2022, June). Moongate Mythology. The Bermudian. Retrieved from https://www.thebermudian.com/heritage/moongate-mythology/

Juanqinzhai in the Qianlong Garden. (n.d.). Retrieved from https://www.wmf.org/project/juanqinzhai-qianlong-garden

Nelson, C. (2020, August). Regal and restored: the Forbidden City’s Qianlong garden. Cathay Business. Retrieved from https://www.cathaypacific.com/cx/en_KR/inspiration/travel/regal-restored-forbidden-city-qianlong-garden.html

Xue, Y., & Gibson, K. (2019, January). Moon Gate as an Evolutionary Interior Archetype. Retrieved from https://www.researchgate.net/publication/332667290_Moon_Gate_as_an_Evolutionary_Interior_Archetype

ผ่าข้อมูล “สวนเฉียนหลง” ในวังต้องห้าม จักรพรรดิเฉียนหลงออกแบบเอง (ยัง)ไม่เปิดให้เข้าชม. (2022, June). ศิลปวัฒนธรรม. Retrieved from https://www.silpa-mag.com/history/article_27814

Picture of Panon Sooksompong

Panon Sooksompong

สถาปนิกที่หลงใหลในการค้นคว้าสู่นักเขียนผู้ถ่ายทอดเรื่องราว จากกองหนังสือที่เอามารองนอน ตอนนี้ได้ฤกษ์จะถูกหยิบมาเปิดอ่านไปพร้อมกัน
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading