ATP House
แก้ปัญหาการอยู่อาศัยบนที่ดินแคบลึก ด้วยทางสัญจรในแนวดิ่ง

เขียนโดย : ดร.สาโรช พระวงศ์

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่ประสบปัญหารูปที่ดินและทำเลที่ตั้ง มีที่มาจากการแบ่งที่ดินในอดีตและขาดการวางแผน ทำให้เกิดข้อจำกัดต่อการออกแบบ รวมถึงที่ดินผืนหนึ่งในเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ตัวที่ดินอยู่ในถนนแคบลึก แต่ด้วยกลวิธีการออกแบบจากสถาปนิกที่เข้ามาแก้ปัญหาทำให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยคนหลายรุ่น สามารถที่จะอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเดียวกันได้ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตจากการออกแบบ

เพราะการออกแบบคือการแก้ปัญหา สถาปนิกจึงใช้วิธีพิจารณาถึงปัญหาของรูปที่ดินเข้าประสานกับการใช้สอยในแต่ละส่วนให้มีความเหมาะสมกับสภาพที่ตั้งทั้งในตัวที่ดินและสิ่งที่อยู่รายรอบงานออกแบบที่เกิดขึ้น รูปทรงโดยรวมมีลักษณะเป็น monolith ซึ่งมาจากการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เป็นการแก้ปัญหาด้วยแนวคิดแบบ programmatic concept ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถูกแสดงออกอยู่ในรูปทรง และพื้นผิวของ ATP House โดยทีม HAA Studio

ในพื้นที่ดินแคบยาวและมีความต้องการใช้สอยมากการจัดเรียงที่ว่างและให้ความสำคัญกับการลำดับขั้นตอนของ scenario ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ทั้งบริบทและโปรแกรมจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการจัดเรียง space อย่างสูง ที่ดินที่มีหน้ากว้าง 10 เมตรลึก 22 เมตรมีลักษณะแคบยาว และต้องรองรับเหล่าผู้ใช้สอยที่เป็นคนจาก 3 วัย มาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียว การจัดเรียงสเปซในแนวดิ่งจึงเริ่มด้วยพื้นที่ชั้น 1 ถูกวางไว้ให้จอดรถได้ 3 คันโดยวางไว้ด้านหน้าให้สเปซมีความกระชับมากที่สุดต่อการใช้งาน และประสานเข้าไปกับส่วนบริการของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย งานระบบ ห้องเก็บของ ซึ่งถ้าพิจารณาการจัดเรียงที่ว่างเป็นรูปตัดแล้วการใช้สอยของบ้านนี้จะเริ่มต้นที่ชั้น 2 ทั้งในส่วนพักผ่อนและห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร 

จากนั้นในพื้นที่ชั้น 3 ที่เป็นส่วนที่มีความเป็นส่วนตัวสูงของแต่ละหน่วยย่อย เป็นส่วนของห้องนอนหลัก และอีก 2 ห้องนอน ทุกส่วนใช้สอยมีโครงสร้างของสเปซเชื่อมด้วยเส้นสัญจรแนวดิ่งจากลิฟต์และบันได และจัดระเบียบที่ว่างเป็นแบบ centralization พุ่งมายังที่คอร์ตขนาดเล็ก ตั้งอยู่บริเวณคอร์ตกลางบ้านที่ปลูกต้นมะกอกไว้ตรงกลางแจ้ง ผลลัพธ์ของการเรียงที่ว่างลักษณะนี้ทำให้พื้นที่ชั้น 2 และ 3 สามารถเชื่อมโยงทางสายตาเข้าหากันและกันด้วยคอร์ตขนาดเล็กนี้ และในขณะเดียวกันคอร์ตนี้ยังเป็นยังทำหน้าที่รับปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งแสงแดดฝน ทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านลดความอึดอัด และในขณะเดียวกันผู้ใช้งานสามารถรับรู้วันเวลาผ่านองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม การจัดเรียงสเปซจึงเกิดจากการผลักดันของ sizing และexisting surrounding ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

รูปแบบของการจัดสเปซเป็นสิ่งที่สถาปนิกได้รับอิทธิพลจาก 4 X 4 house ที่โคเบะ ออกแบบโดย ทะดะโอะ อันโดะ แต่ได้ผลลัพท์คนละทาง เนื่องจากเป็นคนละเงื่อนไข ด้วยบริบทที่ไม่เอื้อให้เปิดเข้าหาธรรมชาติจากภายนอกได้มากเท่า ผลลัพธ์ของเปลือกจึงมีลักษณะปิดแล้วเปิดภายใน แทนที่จะใช้กระจกผืนใหญ่รับวิวจากทะเลของอ่าวโคเบะ

เรื่องราวของการสร้างสกินที่บ้านหลังนี้คือพื้นผิวที่บ่งบอกเนื้อหาภายในอย่างตรงไปตรงมา การเลือกใช้พื้นผิวที่มีความขัดแย้งสูงทำให้ตัวบ้านมีลักษณะเบาลอย แม้ว่าจะมีความเป็น monolith ก็ตาม การเลือกใช้ผนัง เสาลอยสีเข้ม และมีเสาลอยทำให้เกิดเงาที่ชั้น 1 เสริมความหนักแน่นของมวลอาคาร และการกรุผนังที่ชั้น 2 ด้วยแผ่นหิน ทำให้การอ่าน mass ของบ้านถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยที่ส่วนของชั้นที่ 1 และ 2 ทำหน้าที่ยึดเกาะไปกลับพื้นดินแลดูใกล้ตัว แต่ในขณะที่แมสบ้านที่ชั้น 3 ใช้การทาสีขาวเป็นหลัก แมสสีขาวลอยตัวนี้ภายในเป็นห้องนอนหลักของบ้านที่หันไปสู่หน้าบ้าน สภาพโดยรอบบ้านมีความคับแคบมาก ทำให้การออกแบบถูกผลักจากบริบทให้ขึ้นแนวดิ่ง การใช้วธีจัดการกับแมสด้วย subtractive จึงเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม พร้อมไปกับการเลือกใช้แมสสีขาวให้กลืนไปกับท้องฟ้า ลดความอึดอัด  ก่อให้เกิดลักษณะเบาลอยในชั้นบนสุด และต้องใช้มุมมองที่ไกลพอสมควรจากตัวบ้าน ถึงจะเห็นได้ว่าตัวบ้านที่ชั้นบนทำหน้าที่จะกลืนหายไปกับท้องฟ้าทำให้องค์ประกอบของแมสดูน่าสนใจด้วยความหนักและเบาแสงและเงาจากตัวของมันเอง

เพราะบริบทคือตัวกำหนดปัญหา การออกแบบบ้านนี้สถาปนิกจึงให้การแก้ปัญหาทำงานอย่างเหมาะ ก็เป็นคำตอบที่เพียงพอแล้ว

Project Name: ATP House
Architect: HAA STUDIO
Completion Year: 2023
Location: Bangkok, Thailand
Area: 390 sq.m.
Photo: รุ่งกิจ เจริญวัฒน์

Picture of Jinda Theerachart

Jinda Theerachart

Architect Wannabe
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading