Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Gongdid Design โชว์รูมแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยสไตล์เกาหลี ที่ได้รับการรีโนเวทจากทาวน์เฮ้าส์เก่า 2 คูหา ด้วยจุดเริ่มต้นจากความชื่นชอบในเสน่ห์ของบรรยากาศโชว์รูมเสื้อผ้าสายเกาของทาง Owner สู่การร่วมมือในการออกแบบจากทางทีม Creative Studio Unravel สถาปนิกชาวเกาหลี จึงเกิดเป็นผลงานการออกแบบที่สื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจนและคงไว้ซึ่งความธรรมชาติในแบบดั้งเดิมของพื้นที่
คุณพลีท เจ้าของแบรนด์ Gongdid เล่าให้เราฟังถึงความเป็นมาก่อนได้พบทีม Creative Studio Unravel สถาปนิกจากเกาหลี
“จริง ๆ แล้ว Gongdid Design ได้มีการร่วมงานกันระหว่างทางแบรนด์ และช่างภาพชาวเกาหลีมาประมาณ 5 ปีแล้ว ด้วยความชื่นชอบในสไตล์ และรูปแบบของการทำงาน ทุกครั้งที่มีการไป shooting หรือว่าถ่ายภาพสินค้าที่ประเทศเกาหลี เราได้เห็นบรรยากาศของโชว์รูมที่นั้น ทำให้เรารู้สึกได้ว่าทุกครั้งที่ได้เข้าไปภายในโชว์รูม จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่มีเสน่ห์ของสถานที่ที่สามารถสื่อตัวตนของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน ทำให้เราตัดสินใจว่าถ้าหนึ่งเราได้มีโชว์รูมเป็นของตัวเอง เราคงอยากให้โชว์รูมของเราสามารถแสดงตัวตนออกมาภายในพื้นที่ได้แบบนี้ ”
การออกแบบอาคารที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์
ในจุดเริ่มต้นของโชว์รูมเสื้อผ้าแบรนด์ Gongdid Design คุณพลีทได้เล่าต่อว่าได้มาพบกับทาวน์เฮ้าส์เก่าๆ 2 คูหาที่มาพร้อมกับพื้นที่ 4 ชั้นแห่งนี้ ตอบโจทย์กับความต้องการที่จะสร้างโชว์รูมของตัวเองขึ้นมาด้วยพื้นที่ที่สามารถจัดมีพื้นที่ Outdoor ได้ มีขนากเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งนำมาสู่การออกแบบโชว์รูมเสื้อผ้าของแบรนด์เป็นแห่งแรก โดยฝีมือการออกแบบจากสถาปนิกชาวเกาหลีอย่าง Creative Studio Unravel
สถาปนิกผู้ออกแบบ้ให้ข้อมูลถึงพื้นที่เดิมก่อนการออกแบบปรับปรุง
“สภาพเดิมของตัวอาคารนั้นมีความทรุดโทรม เนื่องจากอายุของอาคารที่มากกว่า 40 ปี แต่ยังคงเสน่ห์ของอาคารเก่าไว้อยู่ มีพื้นที่หลายส่วนที่ดึงดูดความน่าสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ เช่น บันไดภายนอกอาคารที่สามารถขึ้นจากชั้น 1 ไปสู่พื้นที่ ชั้น 2 , พื้นที่จอดรถที่มีช่องว่างจากด้านบนทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี และ พื้นที่ซักล้างเดิมในส่วนด้านหลังของอาคารชั้น 3 ที่สามารถทำหน้าที่เป็นปล่องลมและรับแสงธรรมชาติได้”
การออกแบบใหม่ที่คงไว้ซึ่งความดั้งเดิมของอาคารเก่า
สำหรับการออกแบบพื้นที่ภายในของโชว์รูม Gongdid Design ทีมสถาปนิกได้เลือกกำหนดให้บรรยากาศภายในร้านมีความสงบเงียบ เรียบง่าย และคงความเป็นธรรมชาติไว้ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากความตั้งใจที่ต้องการให้อาคารหลังนี้ยังคงมอบความรู้สึกผ่อนคลายราวกับเป็นบ้านพักอาศัยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการพื้นที่ภายในร้านแทนที่จะไปเน้นที่เรื่องของความหรูหราหรือแนวคิดอลังการ นอกจากนี้ Creative Studio Unravel ยังมีจุดมุ่งหมายสร้างสรรค์ให้พื้นที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของการออกแบบสไตล์เกาหลีสมัยใหม่ซึ่งมีการผสมผสานกับความดั้งเดิมของทาวน์เฮ้าส์แบบในไทยเรานั่นเอง
“ความสงบ, เรียบง่าย, และคงความธรรมชาติในแบบที่เป็น คือความรู้สึกแรกที่พวกเรามีต่อแบรนด์ Gongdid Design”
“เรารู้สึกได้ว่าวิธีการทำงานและการให้คุณค่าต่องานดีไซน์ของ Gongdid เข้ากับวิสัยทัศน์ของสตูดิโอ Unravel เราจินตนาการถึงโชว์รูมแรกของ Gongdid Design เหมือนกับการไหลไปเรื่อยๆของผ้าพลีท เลยอยากให้สเปซได้มีการคงความธรรมชาติและตัวตนที่อบอุ่นของแบรนด์เอาไว้ Unravel เองก็ได้มีจุดมุ่งหมายที่อยากจะทำดีไซน์ให้ยั่งยืน โดยโปรเจคนี้ในไทย เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เริ่มต้นจากมุมมองความคิดเดียวกัน ถึงแม้ที่นี่จะเป็นตึกเก่าในซอยแคบๆ แต่การผสมผสานของบันได, ช่องว่างด้านใน, พื้นไม้ปาเก้ที่มีอายุเก่าแก่, รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสไตล์วินเทจเป็นสิ่งที่ทำให้น่าดึงดูดมาก” คุณ Nayeon, Project Manager from Studio Unravel กล่าวไว้ดังนั้น
ด้วยความตั้งใจที่จะรักษาพื้นที่ภายในของอาคารให้มีความเป็นระเบียบ และคำนึงถึงการรักษาองค์ประกอบต่าง ๆ ทางทีมดีไซเนอร์จึงมีการปรับเปลี่ยน Lay out ขนาดใหญ่ และสั่งรื้อพื้นไม้ รวมถึงการส่งเสริมให้โครงสร้างต้นฉบับโดดเด่นกว่ารูปลักษณ์ดั้งเดิมแทนที่จะนำวัสดุเทียมเข้ามาใช้ภายในพื้นที่ของโชว์รูม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความเรียบง่ายและกลมกลืนต่อพื้นที่รอบข้างให้โครงการนั่นเอง
ในขั้นตอนแรกของการรีโนเวท ได้มีการทุบผนังเบาหลายส่วนออก และการรื้อประตูไม้ หน้าต่างเดิม เพื่อให้พื้นที่ชั้นที่ 1 กลายเป็นสเปซโล่งกว้าง พร้อมรับแสงธรรมชาติที่จะส่องเข้ามาภายในพื้นที่ ซึ่งในขั้นตอนนี้ทางทีมผู้ออกแบบเล่าว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะตรวจสภาพของโครงสร้างเดิมอย่าง เสา และคาน ว่ายังแข็งแรงดีมากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะตัดสินทิศทางภาพรวมของการออกแบบเพิ่มเติม โดยยังคงไว้ซึ่งแนวคิดหลักของ Creative Studio Unravel ที่มีมุมมองต่อการก่อสร้างว่าไม่จำเป็นต้องดูเหมือนสร้างเสร็จแม้จะแท้จริงจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วก็ตาม และการคงเนื้อแท้ของตัวอาคารเดิมถือเป็นสเน่ห์ที่ทางสตูดิโอต้องการที่จะรักษาไว้ให้ได้มากที่สุด โดยผลงานทุกชิ้นไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปสู่การสร้างความงดงาม แต่ยังแต่ยังต้องสามารถใช้งานได้จริงอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพอีกด้วย
หลังจากเปิดพื้นที่ภายในตัวอาคารให้มีการเชื่อมต่อกันเป็นสเปซเดียวกันแล้ว ทางผู้ออกแบบได้มีการเสริมผนังเบาบางส่วนเพื่อให้พื้นที่ภายในดูมีความเรียบร้อย และสะอาดตามากขึ้น
หลังจากเปิดพื้นที่ภายในตัวอาคารให้มีการเชื่อมต่อกันเป็นสเปซเดียวกันแล้ว ทางผู้ออกแบบได้มีการเสริมผนังเบาบางส่วนเพื่อให้พื้นที่ภายในดูมีความเรียบร้อย และสะอาดตามากขึ้น
การออกแบบด้วยความธรรมชาติ ที่ไม่ปรุงแต่ง
จากคำบอกเล่าของทีมผู้ออกแบบ ทาง Owner มีความต้องการให้เก็บพื้นปาเก้เดิมไว้ สถาปนิกจึงทำตามคำขอ โดยที่ชั้น 2 มีการนำกระเบื้องยางสีอ่อนมาปูทับ เพื่อให้เกิดบรรยากาศผ่อนคลายตอนเปิดประตูเข้ามาในร้าน และทำการดีไซน์โคมไฟขึ้นมาเอง เพื่อให้เป็นไฮไลท์ของโชว์รูม นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ยังมีอีกหนึ่ง main piece คือ เก้าอึ้ไม้กันเกราขนาด 2.2 เมตร ที่วางไว้กลางร้านสำหรับให้ลูกค้านั่ง หรือปรับเป็นที่วางโชว์สินค้าก็ได้ โดยตั้งใจใช้ฟอร์มจริงของไม้้เพื่อให้สื่อถึงตัวตนของแบรนด์ ที่มีความธรรมชาติ ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง
ในส่วนของชั้น 3 เลือกที่จะโชว์พื้นปาเก้เดิม โดยมีการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางให้เป็นสีเหลืองอ่อน ตัดกับสีเข้มของพื้นไม้เก่า และมีไฮไลท์ที่เป็นโคมไฟยาวเรียงต่อกัน เพื่อดึงความสนใจให้คนภายนอกมองเข้ามา เครื่องเรือนตกแต่งทั้งหมดภายในร้านเกิดจากการเลือกใช้วัสดุที่หาได้ในประเทศไทย รวมถึงเฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้นก็ได้รับการออกแบบและสั่งทำขึ้นมาใหม่ อีกทั้งดีไซน์ของตัวอาคารก็ถูกออกแบบให้เน้นรับแสงธรรมชาติเป็นหลัก ทำให้ด้านหน้าของอาคาร ชั้น 2 และ 3 ผู้ออกแบบได้เลือกใช้เป็นหน้าต่างบานใหญ่ ขอบอลูมิเนียมบาง เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาด้านนอกสามารถมองเข้ามาเห็นภายในร้านชัดขึ้น
พออ่านมาถึงจุดนี้หลายท่านคงอดสงสัยไม่ได้ว่าด้วยความแตกต่างด้านภาษา และวัฒนธรรมจะส่งผลต่อการสื่อสาร และมีรูปแบบของการทำงานร่วมกันอย่างไร คุณพลีทเจ้าของแบรนด์ Gongdid Design เล่าให้เราฟังถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “การสื่อสารคือหัวใจหลักของงานออกแบบ เนื่องจากสถาปนิกที่รับผิดชอบการดีไซน์ทั้งหมดเป็นคนเกาหลี ส่วนทีมก่อสร้างเป็นคนไทย ทำให้การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในโปรเจคครั้งนี้ เนื่องด้วยการออกแบบและการตีความจากแบบต้องอาศัยคำอธิบายทางคำพูดเพิ่มเติม จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของโปรเจคนี้”
การแข่งขันกับเวลา
เนื่องด้วยเป็นการรีโนเวทเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ความเร็วจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ (หน้าฝนที่ผ่านมา ฝนตกติดต่อกันเป็นเดือน) ทำให้การรีโนเวทเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องระมัดระวัง ในการดูแลอาคารเดิมให้อยู่ในสภาพที่ดีด้วย
รูปแบบและสไตล์การทำงาน
วิธีการทำงานระหว่างดีไซเนอร์เกาหลีที่ไม่เหมือนกับที่ไทย เนื่องจากที่เกาหลี ต้องมีการเขียนแบบจากผู้ก่อสร้างคอนเฟิร์มกลับไป ทำให้ต้องเลือกผู้รับเหมาที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี โดยยังสามารถดำเนินการก่อสร้างตามที่ดีไซเนอร์ออกแบบไว้ได้มากที่สุด นอกจากนั้น การหาวัสดุให้เป็นไปตามที่ผู้ออกแบบต้องการยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เนื่องจากหลายอย่างไม่ได้มีในประเทศไทย ทำให้ต้องใช้เวลาในการความเข้าใจ และพยายามหาวัสดุทดแทน
ด้วยสไตล์การออกแบบ และแนวคิดที่มีความเฉพาะตัวของทางทีมผู้ออกแบบจาก Creative Studio Unravel ทำให้โชว์รูม Gongdid Design แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่แสดงตัวตนและสะท้อนสไตล์ของแบรนด์ออกมาได้อย่างลงตัว และมีความเป็นธรรมชาติด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังคงไว้ด้วยความเรียบง่ายภายในบริบทที่ตั้ง
Project Name: Gongdid Design
Location: 115, 117 ซอยศึกษาวิทยา แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Architecture Firm: Creative Studio Unravel
Completion Year : 2023
Gross Built Area: 240 ตารางเมตร
Interior Designer: Creative Studio Unravel
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance