Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อวันเวลาไม่เคยหยุดเดิน เด็กน้อยในวันวานจึงเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนวดในวันนี้ เราเชื่อว่าคนวัยทำงานในปัจจุบันหลายๆชีวิตคงคุ้นเคยกับการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งในรูปแบบของ Manga และ Anime กันเป็นอย่างดี (แน่นอนว่าตัวผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) ความผูกพันกับลายเส้นเฉพาะตัวของอาจารย์แต่ละท่านและหมึกถมเปื้อนมือระหว่างเปิดหน้ากระดาษยังคงทำให้ใจของเราใฝ่หาเรื่องราวสนุกสนานจากภาพแห่งจินตนาการเหล่านี้อยู่ร่ำไป
งานวิทยานิพนธ์ที่อยากหยิบยกขึ้นมาเล่าในวันนี้ถูกเลือกขึ้นจากความประทับใจส่วนตัวของผู้เขียนเองล้วนๆ Comic and Animation Museum พิพิธภัณฑ์การ์ตูนและแอนิเมชั่น ลองพิจารณาดูเอาแล้วกันว่าแค่ได้ยินชื่อหัวข้อธีสิสของ น้องบิว ภวัต รัตนมงคล บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ก็สามารถทำให้พวกเราเหล่าสาวกมังงะใจเต้นกันได้มากแค่ไหน
แม้จะถูกจั่วหัวว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ ทว่าโปรแกรมต่างๆในโครงการแห่งนี้กลับมีความไดนามิคชวนให้รู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ สาเหตุคงเป็นเพราะตัวผู้ออกแบบอย่างบิวก็เป็น insider ผู้รักการ์ตูนเป็นชีวิตจิตใจนั่นเอง
บิวเล่าถึงประวัติศาสตร์ของการ์ตูนให้ฟังพอสังเขปก่อนที่จะพาเราเข้าสู่รายละเอียดในเนื้องาน ว่ากันว่าวิวัฒนาการณ์ของการ์ตูนนั้นอาจเริ่มมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำ จากภาพเขียนในถ้ำลาสโกซ์ เดินทางผ่านยุคผ่านสมัยนับสองหมื่นปีมาจนถึงวันนี้ วันที่เราสามารถนั่งพิจารณาขนเรียงเส้นอันพลิ้วไหวบนตัวหมา หมี แมว หรือสัตว์ประหลาดในแอนิเมชั่นสามมิติกันได้อย่างเพลิดเพลิน สำหรับเราแล้วถือเป็นเรื่องน่าประทับใจเหลือเกินที่ได้เห็นถึงความพยายามในการสร้างภาพจากจินตนาการเพื่อสร้างความบันเทิงใจให้เพื่อนมนุษย์เช่นนี้
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เหล่า user จะได้พบเห็นภายในโครงการจึงจะมีตั้งแต่พิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของการ์ตูนในแต่ละยุคสมัยไปจนถึงพื้นที่รวมตัวกันของชาว geek ที่แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้วนั่นเอง
โปรเจ็คต์ของบิวน่าสนใจตั้งแต่ที่ตั้งของโครงการ ไซต์ที่ถูกเลือกมานั้นคือพื้นที่ของ PMCU (สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ที่ปัจจุบันถูกเรียกด้วยชื่อ Block34 นั่นเอง แน่นอนว่าบริบทรอบไซต์นั้นเหมาะสมกับการเป็นศูนย์รวมของสถานที่สนุกๆอย่าง Comic and Animation Museum เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะอยู่กลางเมืองใกล้จุดเชื่อมต่อ Mass Transit มากมายแล้ว ยังถูกรายล้อมสถานศึกษาหลากหลายแห่ง รวมถึงอาคารพาณิชย์อันคึกคัก และพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่อย่างอุทยาน 100 ปีจุฬาลงกรณ์อีกด้วย
Block34 นั้นถูกขนาบไว้ด้วยถนนสองสาย หนึ่งคือบรรทัดทองซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยรถยนต์ที่วิ่งผ่าน จะมีความเคลื่อนไหวจากคนเดินเท้าก็เมื่อถึงช่วงเวลาอาหารเพียงเท่านั้น สองคือซอยจุฬาลงกรณ์ 5 ซึ่งบิวบอกกับเราว่าหากอิงตามข้อมูลจากแผนแม่บทของ PMCU แล้ว ในอนาคตพื้นที่ในซอยนี้จะถูกจัดการให้กลายเป็นถนนสายที่เป็นมิตรกับการเดินเท้ามากขึ้นกว่าเดิม และอีกหนึ่งข้อมูลที่สำคัญคือปัจจุบันนั้นเรามีโครงการ Block33 ซึ่งเป็นอาคารประเภท mixed-use ตั้งอยู่เป็นเพื่อนบ้านและพร้อมการเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุนี้หากลองปราดตามองผังที่บิววางไว้คร่าวๆก็คงจะพอเห็นกันว่าบิวนั้นได้ผ่าช่องเปิดกลางอาคารเพื่อเป็นเส้นทางให้ผู้คนจากทาง Block33 ได้สัญจนผ่านโครงการของเขาเพื่อมาโผล่ยังถนนบรรทัดทองนั่นเอง
บิวแจกแจงให้เราฟังว่าเขาแบ่งผู้ใช้งานอาคารออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ เยาวชน นักท่องเที่ยว กลุ่มคนที่สนใจ ศิลปิน และสตาฟฟ์ดูแลสถานที่นั่นเอง ส่วนเรื่องของพื้นที่นั้นก็จัดได้เป็น 7 โซนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โซน exhibition โซน public space โซน cartoon market โซน educational โซน storage โซน admin และโซน service ของอาคาร ซึ่งสำหรับโซนที่ถือเป็นพระเอกของงานอย่างไรก็คงหนีไม่พ้นพื้นที่สำหรับจัด exhibition อย่างแน่นอน
อาคารขนาดยาวที่อยู่สุดขอบที่ดินทางทิศใต้คืออาคารไฮไลท์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโซน exhibition โดยเฉพาะ ซึ่งบิวไม่เพียงแต่ออกแบบอาคารโล่งๆขึ้นมาเพื่อให้ผู้ดูแลได้จัดนิทรรศการกันเอาเอง ทว่าในฐานะที่ตัวเขานั้นรู้ความต้องการของกลุ่มคนรักการ์ตูนดีที่สุด บิวจึงคิดถึงรายละเอียดของหัวข้อนิทรรศการต่างมาแล้วเป็นอย่างดี
เริ่มกันตั้งแต่นิทรรศการกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ซึ่งจะเป็นส่วนที่เกริ่นกว้างๆถึงจุดเริ่มต้นที่มาที่ไปของการ์ตูนบนโลก เป็นดั่งอินโทรฯก่อนเข้าสู่เนื้อหาส่วนที่ลึกลงไป
จากนั้นก็จะเป็นนิทรรศการที่ชื่อว่าจักรวาลขาวดำ ซึ่งจะมุ่งเน้นในการเล่าถึงยุคสมัยที่การ์ตูนทั้งรูปแบบการ์ตูนเขียนและการ์ตูนเคลื่อนไหวยังมีแค่สีขาวดำ กล่าวง่ายๆก็คงจะเป็นการพาเราไปชมขั้นตอนการผลิตแบบวินเทจนั่นเอง
ถัดจากจักรวาลขาวดำ ก็จะเป็นนิทรรศกาลภาพนิ่งวิ่งได้ ที่ให้ความรู้ถึงขั้นตอนการทำ animation
ตามด้วยนิทรรศการ หลากสายหลายศาสตร์ ที่ว่าด้วยองค์ความรู้ต่างๆจากหลายศาสตร์หลายแขนงที่ผ่านการบูรณาการจนกลายมาเป็นการ์ตูนหนึ่งเรื่อง
ท้ายสุดคือนิทรรศการ ตูนไทยเราทำได้ ที่จะดึงให้ผู้เข้าชมทุกท่านหันกลับมามองวงการการ์ตูนในประเทศไทยเราที่เริ่มจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงการที่น่าจับตามองมากๆวงการหนึ่งในยุคนี้เลยทีเดียว
ทางส่วนของอาคารฝั่งทิศเหนือนั้นจะเป็นโซนสำหรับร้านค้าร้านขายรวมถึงพื้นที่ educational zone โดยอาคารทั้งสองหลังในระดับ ground นั้นยังถูกแยกออกจากกัน กระทั่งเมื่อข้ามชั้นลอยขึ้นมาถึงชั้นที่หนึ่ง จึงจะถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยพื้นที่ assemble ซึ่งเป็นดั่งห้องสมุดให้คนมานั่งดื่มด่ำอยู่บนกล่องที่ลอยเหนือพื้นดินและมองออกไปเห็นทั้งวิวฝั่งซอยจุฬาฯ5 และฝั่งบรรทัดทองนั่นเอง
อีกหนึ่งไฮไลท์ซึ่งเรามองว่าบิวคิดมาเป็นอย่างดีนั้นก็คือเนิน outdoor amphitheater ที่หันหน้าเข้าหาซอยจุฬาฯ 5 เพื่อให้คนเดินถนนซึ่งคาดว่าจะมีมากมายในอนาคตได้ approach โครงการอย่างสวยงาม ยิ่งเมื่อถูกรายล้อมไปด้วย LED façade ที่เต็มไปด้วยแสงสีจาก animation แล้ว เราก็พอเห็นภาพว่าหากโครงการถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ ภาพลักษณ์ของย่านนี้คงดูคึกคักและสว่างไสวขึ้นมากเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเมื่อฝั่งที่ติดกับซอยจุฬาฯ 5 นั้นถูกออกแบบมาเพื่อเปิดรับคนเดินถนน ทางโครงการฝั่งที่ติดกับบรรทัดทองซึ่งคึกคักด้วยยวดยานมากมายจึงต้องกลายเป็นพื้นที่หลักสำหรับให้รถเข้าถึง มีทั้งบริเวณ drop-off และทางเข้าสู่ลานจอดรถใต้ดินพร้อมสรรพ
สำหรับเราแล้วทันทีที่ได้เห็นภาพเรนเดอร์ของโปรเจ็คต์นี้ เราก็ได้แต่คิดว่าหากโครงการเกินขึ้นจริงเมื่อไหร่ ก็น่าจะถึงคราวที่ชาวเราเหล่าเด็กหนวดคงได้สนุกเพลิดเพลินใจกันน่าดู เพราะสำหรับปัจจุบันแล้ว การ์ตูนก็ไม่ใช่พื้นที่สำหรับเด็กๆเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป แต่สำหรับผู้ใหญ่วัยโหยหาอดีตอย่างเราๆก็คงต้องการที่พักใจเช่นนี้ไม่แพ้เหล่าเจนอัลฟ่าเช่นเดียวกัน
Designer: ภวัต รัตนมงคล (pavat.rat1@gmail.com)
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance