ภาพจำใหม่ของอาคารราชการ ในรูปแบบของอาคารประเภทโรงงานที่นำเอาแนวคิดการออกแบบมาลดปัญหาที่เคยเจอจากอาคารโรงงานเก่า ทั้งเรื่องของอากาศ แสง และลม ออกมาเป็นอาคารรูปทรงใหม่ที่ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยม ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ได้หยิบยกประสบการณ์และปัญหาที่เคยพบเจอ เข้ามาปรับใช้เพื่อแก้ไขและพัฒนาขึ้นใหม่ กลายเป็นอาคารหล่อหลอมที่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้งานอาคารด้วยผนัง และหลังคาที่สามารถระบายความร้อน พร้อมเปิดรับแสงสว่างแก่พื้นที่อาคาร
FOUNDRY, ROYAL THAI NAVAL DOCKYARD อาคารหล่อหลอมและไม้แบบเพื่อผลิตอุปกรณ์ทางเรือ ที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่จาก นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา นายช่างแผนกอาคาร และผังหลัก กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ บนพื้นที่โซนนิ่งของโรงงาน ในอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ
จุดเริ่มต้นโครงการอาคารใหม่ ที่พัฒนาจาก Pain point อาคารเดิม
สถาปนิกผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังว่า เดิมที โรงงานแห่งนี้เคยตั้งอยู่ที่ กรมอู่ทหารเรือ ฝั่งธนบุรี โดยตั้งอยู่ภายในพื้นที่ชุมชนพักอาศัย และได้สร้างผลกระทบแก่ชุมชนรอบข้าง เนื่องมาจากฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่โรงงานในอดีต เลยมีนโยบายใหม่จากผู้บังคับบัญชาที่ได้เห็นถึงความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยรอบของพื้นที่ จึงได้ทำการย้ายโรงงานแห่งนี้ไปตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่สำหรับงานอาคารประเภทโรงงาน
จุดเริ่มต้น นาวาโทนักษิต ได้มีการเข้าสำรวจอาคารเก่า และขนาดรูปแบบการใช้งานของเครื่องจักรเดิมเพื่อทำความเข้าใจ และศึกษาขนาดพื้นที่ก่อนทำการออกแบบนำมาสู่หนึ่งในแนวคิดของการออกแบบโรงงานแห่งนี้ นั้นคือการระบายความร้อน และเพิ่มแสงสว่าง เพื่อแก้ปัญหาเดิม และเสริมเรื่องการประหยัดพลังงานมากขึ้น
สถาปัตยกรรมเพื่อช่วยระบายความร้อนภายในตัวอาคาร
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนบวกกับกิจกรรมภายในโรงงานยิ่งส่งผลให้อุณหภูมิภายในอาคารค่อนข้างสูงมาก การระบายความร้อนด้วยอุปกรณ์เสริมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบรรเทาอุณหภูมิลงได้ สำหรับอาคารโรงงานใหม่ สถาปนิกจึงใช้สถาปัตยกรรมเข้ามาช่วยลดอุณหภูมิ และคลายความร้อนภายในพื้นที่ได้
โดยออกแบบโรงงานแห่งนี้ด้วยหลังคาที่มีลักษณะหน้าจั่ว และทำการเพิ่มช่องระบายอากาศที่หลังคาไปพร้อมกัน ด้วยวิธีการดึงความสูงของแมสอาคารขึ้นบางส่วนเพื่อใส่ตัวเกล็ดระบายอากาศ สลับกับช่องแสงตลอดทั้งแนว และการบิด Facade เพื่อให้เกิดการหักเหของแสงที่ช่วยลดความร้อน ได้ทั้งเรื่องแสงที่มากขึ้นและได้ระบายความร้อนออกจากอาคารไปพร้อม ๆ กัน
การจัดวางตำแหน่งเครื่องจักร ที่ส่งผลต่อทิศทางลม
ลมเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยระบายอากาศและความร้อนออกจากตัวอาคารได้ ภายในจึงถูกออกแบบเพื่อความสะดวกต่อการจัดเรียงตำแหน่งของเครื่องจักรที่จะนำมาวาง และได้มีการคำนึงถึงการเตรียมพื้นที่เพื่อให้มีพื้นที่รองรับโดยไม่กีดขวางทางลมภายในพื้นที่ ให้พัดลมระบายอากาศสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต่างจากอาคารโรงงานเดิมที่อาจจะไม่ได้มีการคำนึงถึงตำแหน่งของการวางของเครื่องจักรทำให้เกิดการกีดขวางทางลม และทำให้เกิดการกระจายความร้อนไปทั่วพื้นที่ภายในของตัวโรงงานส่งให้อุณหภูมิสูงขึ้น
สเปซเพื่อเพิ่มช่องแสงธรรมชาติแบบ Indirect
อีกหนึ่งปัญหาจากอาคารเดิม คือแสงสว่างที่เกิดขึ้น จากธรรมชาติ หรือจากไฟประดิษฐ์ที่สร้างความรบกวนเป็นแสงสะท้อนเข้าสู่สายตาผู้ใช้งาน ภายในพื้นที่ของอาคารใหม่แห่งนี้จะพบกับสเปซที่มีความโปร่งโล่ง ในพื้นที่ที่มีลักษณะรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากการออกแบบความสูงของอาคาร
สถาปนิกผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบพื้นผนังด้านข้างของตัวอาคาร เป็นเกลี่ยวคลื่นเหมือนกับใบพัดของเรือ เพื่อเพิ่มช่องแสงจากทุกทิศทาง
โดยถูกออกแบบมาเป็นผนังรูปทรงสามเหลี่ยม ในลักษณะของ Indirect เพื่อให้แสงกระทบกับผิวผนังสามเหลี่ยมก่อนที่จะสะท้อนเข้าสู่ภายในพื้นที่ของอาคาร ลดปัญหาแสงสะท้อนสายตาของผู้ใช้งานอาคารโดยตรง
วัสดุที่เหมาะสม คือส่วนผสมที่ลงตัว
นาวาโทนักษิต เล่าให้เราฟังถึงแนวคิดของการเลือกใช้วัสดุว่า
“ ด้วยความที่อาคารหลังนี้มีความเป็นโรงงานเราก็เลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีความตรงไปตรงมา ด้วยวัสดุที่มีความเบา ติดตั้งง่าย ใช้เวลาในการติดตั้งน้อย และไม่ต้องดูแลหรือซ่อมแซมในอนาคตจึงทำให้วัสดุเมทัลชีทของ BlueScope มีความตอบโจทย์ต่อการออกแบบในหลายปัจจัย ” ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก การทำให้วัสดุสามารถใช้งานได้ในรูปแบบของชิ้นส่วนที่ยาว ไม่มีรอยต่อ คุณภาพตรงกับการ spec งานโครงการนี้ ซึ่งค่อนข้างที่จะตอบโจทย์กับรูปแบบการใช้งานของอาคารประเภทโรงงาน
อีกทั้งการเลือกใช้เมทัลชีทชนิดที่ผ่านการเคลือบสีแล้วยังไม่เพียงได้ประโยชน์ในแง่ของความงาม แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีโดยนวัตกรรมสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ที่ส่งผลให้ปริมาณความร้อนที่ทะลุผ่านหลังคาเมทัลชีทลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมทัลชีทยังสามารถใช้งานร่วมกับรูปทรงหลังคาได้ทุกประเภทสุดแล้วแต่จินตนาการของผู้ออกแบบไม่ว่าทั้งทรงจั่ว ปั้นหยา หลังคาโค้ง และอื่น ๆ เพราะด้วยรูปแบบของหลังคาที่มีความสูงโปร่งก็จะยิ่งช่วยให้การระบายอากาศทำได้ดียิ่งขึ้น
สามารถดูรายละเอียดวัสดุจาก Bluescope ได้ที่: https://bit.ly/4d7scuA
ทำให้ FOUNDRY, ROYAL THAI NAVAL DOCKYARD เป็นอาคารที่เกิดจากแนวคิดในการออกแบบพื้นที่โรงงาน ที่ได้หยิบยก Pain Point จากอาคารเดิมขึ้นมาปรับปรุง ตอบโจทย์ผู้ใช้งานด้วยอาคารใหม่ พร้อมเสริมแนวคิดในการบิด Facade เพื่อให้เกิดการหักเหของแสงที่ช่วยลดความร้อน แต่ยังช่วยเพิ่มแสงให้แก่ตัวอาคาร อีกทั้งยังเป็นอาคารที่เน้นความโปร่งโล่งนี้ใช้โครงสร้างเหล็กแทนการใช้คอนกรีต รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอย่าง เมทัลชีท จาก BlueScope เพราะมีน้ำหนักเบาทำให้ยิ่งเพิ่มสะดวกสบายในการก่อสร้าง ติดตั้ง และการจัดหาอีกด้วย
Building of The Year 2023
PROJECT: FOUNDRY, ROYAL THAI NAVAL DOCKYARD
CATEGORY: Non-commercial Building
ARCHITECT: กรมช่างโยธาทหารเรือ
PRODUCT: Prima® Garlic White
APPLICATION: Roof & Wall
PROFILE: T-KLIP700
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.