Villa Arpel การถ่ายทอดอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยม
สู่แมนชั่นสุดโมเดิร์นของ Jacques Tati

จากคำกล่าวของ Le Corbusier ในยุค 1927  ที่ว่า “A House is a machine for living in” ที่แสดงให้เห็นถึงการที่บ้านเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่ภายในมีฟังก์ชั่นที่รองรับการดำรงชีวิตของมนุษย์คล้ายการอาศัยอยู่ในหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในภาพยนต์แฟนตาซี สิ่งเหล่านี้แม้เป็นคำกล่าวในอดีตแต่สามารถใช้กับแนวคิดการออกแบบที่พักอาศัยได้ทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นอดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ยังต้องการความทันสมัย ความสะดวกสบาย และจินตนาการถึงวิถีชีวิตอันโมเดิร์นอยู่เสมอ

ผลงานการออกแบบแมนชั่นพักอาศัยสุดล้ำ (ล้ำแบบมีความเรทโทรนิดๆในยุค 1960 ) ที่จะนำมาพูดคุยกันในวันนี้ เป็นบ้านพักที่ไม่ได้สร้างเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่เป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่ในฉากหลังของภาพยนต์เรื่อง Mon Uncle (หรือ My Uncle) ในปี 1958 โดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศษระดับตำนาน Jacques Tati โดยแมนชั่นหลังดังกล่าวมีชื่อว่า Villa Arpel ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมราวกับหุ่นยนต์ที่หลุดมาจากการ์ตูนในโลกอนาคต ซึ่งภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดไฮเทค โดยสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแมนชั่นดังกล่าวจากภายนอกก็คือ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมทรงลูกบาศก์ที่มีช่องเปิดของอาคารคล้ายกับดวงตาทรงกลมขนาดใหญ่คอยสอดส่องผู้เยี่ยมชมไปมา

Jacques Tati คือผู้กำกับภาพยนต์ชาวฝรั่งเศษที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล งานภาพยนต์ของเขาเปรียบเสมือนงานศิลปะ ผลงานของเขาหลายต่อหลายเรื่องที่มีแนวคิดในการนำเสนอวิถีชีวิตแบบโมเดิร์น เทคโนโลยี และความเป็นฟิวเจอร์ริสติก โดยในเรื่อง Mon Uncle เป็นภาพยนต์ตลกที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของครอบครัวแต่งตัวดูดีมีสไตล์ ที่หลงไหลสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของฝรั่งเศสหลังสงคราม และจิกกัดการครอบงำของวัฒนธรรมบริโภคนิยมภายในแมนชั่นสุดทันสมัย Villa Arpel  ซึ่ง Jacques Tati ควบคุมทุกแง่มุมในการสร้างภาพยนตร์ของเขาเอง ซึ่งรวมถึงการออกแบบแมนชั่นที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมัยใหม่ รวมถึงรูปแบบ Interior Styling ร่วมกับศิลปินชาวฝรั่งเศษอย่าง Jacques Lagrange โดยแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งหมดได้แรงบัลดาลใจจาก Iconic แมนชั่นชานกรุงปารีส Villa Savoya ที่ออกแบบโดย  Le Corbusier ในปี 1958

Villa Arpel สร้างขึ้นเพื่อเป็นฉากหลังในการถ่ายทำเพื่อเล่าเรื่องความสำพันธ์ระหว่างตัวละคร และจินตนาการถึงวิถีชีวิตอุดมคติของโลกในอนาคตที่ทุกอย่างจะต้องเพอร์เฟค พร้อมทั้งเสียดสีด้วยความความที่ครอบครัวตัวละครมีความคลั่งไคล้สิ่งอำนวยความสะดวกแบบไฮเทคทุกอย่างที่มากเกินไปจนน่าขบขัน แมนชั่นหลังดังกล่าวนอกจากจะเป็นภาพจำในภาพยนต์เรื่องดังกล่าวแล้ว ในเชิงการออกแบบยังได้ถูกยกย่องว่าเป็นต้นแบบบ้าน Iconic แนวคิดโมเดิร์นที่โดดเด่นทั้งลักษณะทางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่แบบสุดโต่ง  ฟังก์ชั่น (Gadget) อัตโนมัติสุดไฮเทคที่เกินความต้องการ รวมไปถึงรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ดูมีสไตล์แต่ดูไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าไรนัก ทั้งหมดได้ถูกนำเสนอออกมาเป็นฉากในภาพยนต์ด้วยอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยมของ Jacques Tati

รูปแบบลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นแมนชั่นรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน  (Geometry) ที่มีกลิ่นอายความมินิมอล ก่อให้เกิดฟอร์มของอาคารรูปทรงลูกบาศก์ ประกอบกับหน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่สองบาน ที่คล้ายกับดวงตาของหุ่นยนต์ และฟาซาดอาคารที่มีการใช้สีโมโนโทน (Monochromatic) สีขาว-เทาเป็นหลัก ประกอบกับการออกแบบ landscape สวนรอบบ้านที่บางอย่างดูมากเกินความจำเป็น อย่างเช่นทางเดินที่มีเส้นสายแบบเรขาคณิตมากสีแบบซิกแซกบนพื้นที่โรยกรวด ที่นอกจากจะมุ่งเน้นให้เกิดลวดลายกราฟฟิกที่ดูเยอะบนระนาบพื้นแล้ว ทางเดินดังกล่าวยังบังคับให้แขกผู้มาเยี่ยมเดินตามเส้นทางวกวนอีกด้วย ร่วมด้วยกับน้ำพุแฟนตาซีรูปปลา ที่เปิดปิดโดยอัตโนมัติ และสาดน้ำใส่แขกโดยไม่ได้มีการเตือนล่วงหน้า

การออกแบบพื้นที่เปิดโล่งแบบเชื่อมถึงกันบริเวณชั้นล่างของอาคารให้มีกระจกบานใหญ่เพื่อรับแสงธรรมชาติ และช่องเปิดทรงกลมเพื่อให้อากาศถ่ายเทตามแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น และถูกใช้เป็น Public Area ทั้งพื้นที่ต้อนรับ พักผ่อน ห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร และห้องนอนแขก ส่วนบันไดขั้นไปที่ชั้นสองของอาคารจะอยู่บริเวณกลางบ้านที่แลดูจะขาดความปลอดภัยและความเหมาะสมในการใช้งาน บริเวณชั้นสองเป็นระเบียงและห้องนอนที่มีกระจกทรงกลมขนาดคล้ายดวงตาของหุ่นยนต์ใหญ่อยู่ภายในห้อง

รูปแบบเครื่องเรือนและของตกแต่งภายในแมนชั่น เป็นรูปทรงเรขาคณิตสีสันสดใสสุดอินเทรนด์ในสมัยนั้น แต่ดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์การใช้งานด้านความสะดวกสบายและสรีระศาสตร์เท่าไรนัก และดูเหมือนเป็นชิ้นเฟอร์นิเจอร์บ่งบอกรสนิยมสำหรับการตั้งโชว์ในบ้านมากกว่าตามแนวคิดวัฒนธรรมแบบบริโภคนิยม เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฮเทคของแมนชั่นที่รวบรวมจินตนาการอันล้ำสมัยในช่วงเวลานั้น ฟังก์ชั่นอัตโนมัติภายในประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดไฮเทค อย่างเช่น โทรทัศน์ เตาอบ และเครื่องครัวต่างๆ ที่ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์คล้ายกับจอควบคุมในยานอวกาศที่ดูมากเกินความจำเป็น ที่ทำให้เหมือนเรื่องง่ายๆในชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งที่ซับซ้อนที่สุด

Villa Arpel เป็นแมนชั่นที่ถูกสื่อสารออกมาด้วยอารมณ์ของ Jacques Tati ที่จิกกัดความสมัยใหม่และวัฒนธรรมบริโภคนิยมอย่างดีเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่ดูมากเกินความจำเป็นและดูไร้สาระและน่าขบขัน ด้วยจินตนาการสุดล้ำจากยุค 1960 ที่เทคโนโลยีในบ้านทั้งหมดที่เห็นในฉากภาพยนตร์ ได้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสมารท์โฮมในปัจจุบัน ที่สามารถควบคุมฟังก์ชั่นทุกอย่างในบ้านได้จากจอแทบเลตหรือแอพลิเคชั่นในโทรศัพท์ โดยอาคารหลังนี้ได้ยอมรับว่าเปรียบเสมือน Art Piece ทั้งฉากจำลอง องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม รูปแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในได้ถูกนำมาเสนอในนิทรรศการศิลปะต่างๆมากมาย ทั้ง Paris Exhibition Fair ในปี 2007 และ Venice Bienniale ในปี 2014

สำหรับผู้ที่สนใจบรรยากาศของภาพยนต์เรื่อง Mon Uncle เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดู Trailer ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=vqVpQ6S0BDA

Picture of Torpong Limlunjakorn

Torpong Limlunjakorn

ฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่พยายามสื่อสารแนวคิดผ่านตัวหนังสือ วันว่างมักจะหนีไปหายใจที่ใต้ทะเล เงียบๆ คนเดียว
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading