K I N : ถ้ำอะลูมิเนียมที่นุ่มนวลชวนฝัน
กับ 4 วันในการประกอบสร้างเหมือนเสกได้

“K I N ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญา Kintsugi จึงเกิดแนวคิดที่โดดเด่นและเข้ากันได้อย่างลงตัว ยกระดับความสง่างามธรรมชาติของอะลูมิเนียม เพื่อให้แน่ใจว่าทุกชิ้นงานจะพัฒนาไปสู่สิ่งที่โดดเด่นและงดงามคงอยู่ตลอดกาลเวลา นอกจากนี้งานออกแบบของ K I N ไปไกลกว่าเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนเพื่อทะนุถนอมเรื่องราวที่ฝังลึกอยู่ภายสิ่งของเรา”

เชื่อได้ว่าหากใครที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงงานก่อสร้างกันเป็นกิจวัตร ชื่อของ S-ONE Group บริษัทซึ่งประกอบธุรกิจด้านงานอะลูมิเนียมมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีคงเป็นที่คุ้นหูกันเป็นอย่างดี จากจุดเริ่มต้นที่คุณสิทธิชัย ภูทิพย์ ผู้ก่อตั้งองค์กรมุ่งเน้นไปที่การขายเส้นอะลูมิเนียมให้เหล่าช่างและผู้รับเหมา ในที่สุด S-ONE ก็เดินทางมาถึงวันที่เจเนอเรชั่นถัดไปเริ่มเข้ามาช่วยพัฒนาไปด้วยอีกแรง กลุ่มสินค้าเริ่มขยับขยายและโดดเด่นจนต้องแยกออกมาเป็นแบรนด์น้องใหม่ภายใต้ชื่อสั้นๆที่ติดหูและจำง่ายว่า ‘K I N’ นั่นเอง

คุณโบว์ ชัชฎาภรณ์ ภูทิพย์ ลูกสาวคนสวยของคุณสิทธิชัยที่เข้ามาเริ่มตั้งไข่และบริหารแบรนด์ K I N อย่างเต็มตัว อธิบายที่มาที่ไปของชื่อแบรนด์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า Kintsugi ในภาษาญี่ปุ่นให้เราฟังคร่าวๆไว้อย่างน่าสนใจ “Kintsugi เนี่ย จริงๆแล้วความหมายของมันก็คือแก้วหรือถ้วยชามที่มันแตกแล้ว แต่ว่าเราก็สามารถใช้ทองเชื่อมให้มันกลับมาได้ มันก็จะเหมือนอะลูมิเนียมที่สามารถนำมันออกแบบปรับใช้เพื่อให้เกิดดีไซน์ใหม่ๆ เราเลยตั้งคอนเซ็ปต์เป็น Kintsugi ก็คือทำบางสิ่งบางอย่างให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา”

ปรัชญา Kintsuki นั้นถือเป็นศิลปะจากความแตกร้าว การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบกลายเป็นส่วนสำคัญที่ก่อร่างความสมบูรณ์ขึ้นในจิตใจ แม้ถ้วยชามจะเสียหายไปแล้ว แต่การรักษาซ่อมแซมก็จะสามารถคืนประโยชน์ให้วัตถุชิ้นนั้นได้อย่างงดงาม ด้วยเหตุนี้เอง แนวคิดจากการซ่อมถ้วยชาม บางครั้งจึงถูกชาวญี่ปุ่นตีความในเชิงนามธรรม เปรียบได้ดั่งการเยียวยาความเจ็บปวดแห่งชีวิต และในกรณีของ K I N นั้นอาจเปรียบได้กับการนำอะลูมิเนียมกลับมาหมุนเวียนใช้เพื่อความยั่งยืนในรูปแบบที่ต่างออกไปนั่นเอง

เพื่อเป็นการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ความถนัดเดิม ภายในงานสถาปนิก’67 ครั้งนี้ เราจึงมีบูธที่อาจเรียกได้ว่าเป็น Installation Art ขนาดใหญ่อยู่ใจกลางฮอลล์ให้ได้เข้าไปเดินสำรวจกัน มองเผินๆแล้ว ผลงานจากฝีมือการออกแบบของ HAS design and research ชิ้นนี้อาจไม่ทำให้ใครนึกถึงวัสดุอะลูมิเนียมในแวบแรกที่มองเห็น เนื่องจากลักษณะของชิ้นงานที่ห้อยลงมาจากทางด้านบนจนดูเหมือนแต่ละชิ้นแต่ละส่วนนั้นล่องลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้ใจเราอดนึกไม่ได้ว่าบูธแห่งนี้ต้องถูกประกอบขึ้นจากวัสดุที่บางเบาไม่ต่างจากกระดาษแน่ๆ ทั้งที่แท้จริงแล้วนั้นกลับเป็นอะลูมิเนียม 12,000 เส้น รวมๆกันออกมาเป็นแผงก่อฟอร์มจำนวนเกือบ 150 เลเยอร์เลยทีเดียว ถึงแม้จะดูไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่าพาวิลเลียนแห่งนี้ใช้เวลาประกอบจนเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น โดยมีคุณป้อ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี และ คุณเจอร์รี่ หง สองสถาปนิกผู้ออกแบบคอยคุมงานอยู่อย่างใกล้ชิด จนในที่สุด K I N Aluminum Grotto ก็พร้อมให้ผู้คนเข้าไป explore ความโดดเด่นของวัสดุกันได้อย่างสวยงาม 

“บูธเราเนี่ย ถ้าในวงการอะลูมิเนียมจะถือว่าว้าว เพราะว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำแบบนี้ เพราะว่าด้วยระยะเวลาที่สั้น ก็อยากให้มาเห็นว่า K I N เนี่ย ทุ่มเทกับงานดีไซน์มาก” 

คำว่า Design นี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ K I N แตกต่างจากผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายอะลูมิเนียมรายอื่นๆ หากกันกล่าวถึงคุณสมบัติขั้นพื้นฐานของอะลูมิเนียมแล้ว ทุกคนน่าจะรู้กันดีว่าเป็นวัสดุที่แข็งแรง คงทน ไม่ขึ้นสนิม และทนทานต่อการกัดกร่อน แต่สองสิ่งที่เราไม่ค่อยได้ยินใครกล่าวถึงคงเป็นประเด็นที่อะลูมิเนียมนั้นเป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและประเด็นการนำอะลูมิเนียมไปสร้างดีไซน์พรีเมี่ยมที่เหนือกว่ารูปลักษณ์สามัญนิยมที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันดี

หัวข้อสองประการที่กล่าวถึงไปนี้ คือสิ่งที่คุณโบว์เดินตั้งใจเดินออกจากกรอบมาหยิบจับ ซึ่งนัยเบื้องหลังของการที่บูธถูกแปลความมาจากฟอร์มถ้ำธรรมชาตินั้นก็สอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์เป็นอย่างดี 

“อะลูมิเนียมเป็นวัสดุ Zero Waste คือความธรรมชาติมันอยู่ในตัววัสดุอยู่แล้ว” แม้รูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่ได้ดูใกล้เคียงกับความเขียวขจีเท่าไหร่นัก แต่หากลองมองลงไปลึกๆแล้ว อะลูมิเนียมถือได้ว่าเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับโลกมากอย่างที่คุณโบว์ว่า นี่จึงน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้เรารู้สึกว่าดีไซน์ของบูธในครั้งนี้ สามารถตอบโจทย์การแสดง identity ของความเป็น K I N ออกมาได้อย่าง on point ดีเหลือเกิน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เราคิดว่าโดดเด่นประเภทต่างๆของ K I N นั้น น่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากอะลูมิเนียมในฟอร์มที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย เช่น การถูกใช้เป็นวัสดุตกแต่งฟาซาด Canopy หรือ Pergola กลางสวนที่ทำจากอะลูมิเนียมเกือบทั้งหลัง K I N ไม่กลัวที่จะดันบาร์ให้ภาพลักษณ์ของวัสดุหนีจากความแข็งกระด้างอย่างกล้าหาญ โดยการมอบความนุ่มนวลผ่านดีไซน์ที่มีอิสระมากกว่าการวิ่งเส้นสายตามแนวกริดตามที่ได้เห็นกันอยู่เป็นอาจิณในท้องตลาด

“งานของเราเป็นงาน custom เกือบทั้งหมดค่ะ อย่างที่บอกไปว่า K I N เราเน้นงานดีไซน์ ซึ่งลูกค้าแต่ละคนเขาก็จะมีรสนิยมที่แตกต่างกันไป เราก็จะสามารถเอาความชอบของเขามาออกแบบให้ตรงความต้องการของเขาได้มากที่สุด”

อีกหนึ่งสิ่งที่คุณโบว์ให้ความใส่ใจไม่แพ้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็คือประเด็นเรื่องงานบริการ “โบว์ค่อนข้างให้ความสำคัญเรื่อง customer experience ที่อยากจะให้ลูกค้าได้สัมผัส คือเราอยากจะให้เขาได้รับบริการที่ดี ได้ดีไซน์ที่ถูกใจ ก็เลยซีเรียสเรื่องของเซอร์วิสต่างๆที่เราจะดูแลเขา อยากให้เขาประทับใจ”

ในฐานะที่เรามีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับคุณโบว์มาด้วยตัวเอง เราเชื่อหมดใจว่าประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจาก K I N นั้นจะน่าจะต้องเป็นประสบการณ์ที่ดีมากอย่างที่คุณโบว์คาดหวัง เพราะแม้กระทั่งหัวเรือใหญ่ขององค์กรอย่างตัวคุณโบว์เองนั้นก็ไม่ทำให้พวกเราทีมงานรู้สึกเกร็งที่ต้องสอบถามซอกแซกวนไปวนมา เธอพูดคุยกับเราอย่างเป็นมิตรและยินดีให้คำตอบในทุกๆคำถาม ซึ่งกว่าจะจบบทสนทนาก็ปาไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเสียแล้ว ถือได้ว่าเป็นการพูดคุยกับซีอีโอแบรนด์ใหญ่ที่สนุกสนานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและใช้เวลายาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของเราเลยก็ว่าได้

ก่อนปิดบทสนทนา เราขอให้คุณโบว์กล่าวถึงงานในปีนี้สักเล็กน้อย “โบว์รู้สึกว่าปีนี้งานมันอลังการ หมายถึงว่าแสงสีมันเยอะ จอ LED แล้วก็ลูกเล่นเยอะ แล้วก็แต่ละบูธเขาก็เต็มที่กับเรื่องดีไซน์ แล้วก็มันมีสินค้าใหม่ๆมาเยอะ น่าสนใจมากค่ะ อยากให้มากัน”

เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนที่งานสถาปนิก’67 จะจบลง สำหรับท่านที่สนใจ สามารถมาสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของ K I N ได้ด้วยตัวเองที่บูธ D300/3 ซึ่งเราอยากแอบกระซิบดังๆให้ฟังกันสักนิดว่าราคา Pergola ที่โชว์อยู่ในบูธทั้งชุดนั้นน่าจับต้องเป็นอย่างมากเชียวล่ะ และยิ่งท่านไหนตัดสินใจควักกระเป๋าได้ภายในงาน ก็สามารถรับ Pergola แบบ full option ตามที่ทาง K I N นำมาจัดแสดงพร้อมบริการติดตั้งได้เลยในราคาเพียง 180,000 บาท จากราคาเต็ม 250,000-290,000 เชียวนะ

ถูกลงเป็นแสนเลย! รีบมาเถอะ! เชื่อเรา!

Picture of Heamarat Chimchavee

Heamarat Chimchavee

สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading