Collage Collaborative Space
ยืดหยุ่นสเปซ และสร้างภาพจำของออฟฟิศ ด้วยโครงสร้างแบบ Post- Tension

อาคารแต่ละหลังสามารถสะท้อนตัวตน และวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี การกำหนดรูปแบบการใช้งาน รูปลักษณ์ ที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับองคประกอบหลายปัจจัย ทั้งรสนิยม ความต้องการในการใช้งาน งบประมาณ หรือระยะเวลา แต่สิ่งที่สำคัญคือสุดท้ายแล้วอาคารหลังนั้นจะเหมาะสมกับผู้ใช้งานมากน้อยแค่ไหน 

เมื่อการตั้งคำถามในการออกแบบ ของทีมสถาปนิกผู้ออกแบบ คือเราจะทำการแสดงออกถึงปรัชญาแนวทางการออกแบบของเรา ไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหา เรื่องของงบประมาณ และการก่อสร้างไปพร้อมกันได้อย่างไร ? 

ในจุดเริ่มต้นของการออกแบบ Collage Collaborative Space อาคารสูง 3 ชั้น บนที่ดินขนาด 82 ตารางวา ในซอยรัชดาภิเษก 32 อุปสรรคแรกที่ทางทีมผู้ออกแบบพบเจอค สายไฟฟ้า และสายสื่อสาร ที่อยู่บริเวณหน้าที่ตั้งของถนนทางเข้าที่มีขนาดไม่ถึง 5 เมตร รวมไปถึงการมีเพื่อนบ้านประชิดรอบด้านของอาคาร ทำให้การติดตั้งเครนเพื่อการก่อสร้างอาคาร เป็นไปได้ยาก ด้วยเหตุนี้จึงนำมาสู่ข้อมูลของทีมผู้ออกแบที่ได้ตัดสินใจเลือกใช้โครงสร้างแบบ Post Tension เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  

#Dtip
ระบบพื้น Post – Tension หรือระบบพื้นอัดแรง (Post – Tensioned Slab) คือระบบพื้นที่ไร้คาน ที่ใช้เทคนิคการอัดแรงภายหลัง เข้ามาช่วยในการก่อสร้างเพื่อให้โครงสร้างพื้นมีลักษณะที่โก่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักที่มากขึ้น เกิดการแอ่นตัวน้อยลง และไม่จำเป็นต้องมีคานมารับพื้นเพื่อที่จะให้คานถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา (Post – Tensioned Slab) มักนิยมถูกใช้ในการก่อสร้างอาคารที่มีความต้องการ Clear Space และเป็นโครงสร้าง Long Span อย่างอาคารจอดรถ โรงแรม อาคารสำนักงาน

โครงสร้างอาคารที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานภายในอาคาร และภายนอกบริบทพื้นที่ 

โดยโครงสร้างแบบ Post Tension ถูกนำมาใช้ในการออกแบบ และก่อสร้าง Collage Collaborative Space แทนโครงสร้างเสา และคาน เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้าง และป้องกันปัญหากับเพื่อนบ้าน ตลอดจนสร้างความยืดหยุ่นพื้นที่การใช้งานภายในอาคาร 

ด้วยผังอาคารที่ถูกวางเป็นตัว L เพื่อสร้างพื้นที่ว่างให้กับต้นมะขามต้อนไม้เก่าแก่ที่อยู่มาก่อนในที่ตั้ง สู่การนำเอาบันไดซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อพื้นที่ทุกชั้นเข้าด้วยกันมาวางไว้ตรงตำแหน่งนั้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อทั้งในแง่ของที่ว่างภายใน และภายนอก ทำให้ผู้ใช้อาคารสามารถมองเห็นต้นไม้ในทุกครั้งที่เดินผ่านทางสัญจรหลัก  

งบประมาณ และระยะเวลาการก่อสร้าง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงจุดประสงค์ และพื้นที่ใช้งานหนึ่งในปัญหาที่พบเจอในการทำงาน โดยทางทีมผู้ออกแบบได้เลือกแนวทาง และวิธีการลดการตกแต่งประดับประดา รวมไปถึงการทำงานก่อสร้างที่ซ้ำซ้อน ด้วยการแสดงออกของสัจจะวัสดุ และโครงสร้างของอาคารอย่างตรงไปตรงมา และเพื่อผสมผสานให้กลายมาเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรม ที่แสดงออกให้เห็นถึงตัวตนของสำนักงานสถาปนิกในช่วงเวลาที่มีผู้มาเยือนไปพร้อมกัน 

สร้างภาพจำใหม่ของอาคาร ด้วยวัสดุเหลือใช้ 

สู่ที่มาของการใช้ผนังอิฐบล็อกขนาดพิเศษ ที่เหลือจากการก่อสร้างจะโครงการอื่น ๆ นำกลับมาใช้ใหม่ แต่เนื่องจากผนังอิฐบล็อกชุดนี้มีจำนวนที่จำกัด และไม่มากพอต่อการใช้งาน ทำให้ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบได้มองหาวัสดุอื่น ๆ มาทดแทน จนเกิดเป็นการทดลองใช้กระถางต้นไม้คอนกรีตสำเร็จ ที่หล่อด้วยแบบเหล็ก นำมาผ่านการจัดเรียงด้วยระบบประสานทางพิกัด เทคนิคเว้นระยะแยกวัสดุออกจากกัน เพื่อที่จะลดปัญหาที่เกิดจากระยะ และขนาดที่แตกต่างกันของแต่ละวัสดุ โดยใช้เสาเอ็นคอนกรีตรวมถึงกระจกเป็นเครื่องมือในการปรับระยะหน้างานก่อสร้าง  

วัสดุ และโครงสร้างที่มีที่มาแตกต่างกัน จึงถูกรวมด้วยระบบการก่อสร้าง และภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ก็สร้างพื้นที่ว่าง พื้นผิวอาคารให้มีความแตกต่าง และน่าสนใจเมื่อมองเห็นจากภายนอก และภายในของอาคาร  

อาคาร Collage Collaborative Space หลังนี้จึงเป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้เงื่อนไขด้วยต้นทุนที่ไม่สูง ระยะเวลาที่รวดเร็ว อีกทั้งยังสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นในเรื่องของการกล่าวถึงสัจจะวัสดุ และโครงสร้าง ตลอดจนการนำวัสดุที่มักถูกมองข้าม กลับมาใช้ ปะติปะต่อ ประกอบร่างขึ้นเป็นสิ่งใหม่ภายใต้ความหมายใหม่ที่ตรงตามชื่อคอลลาจ” (Collage) อันเป็นชื่อของสำนักงานสถาปนิกแห่งนี้   

Project Name: Collage Collaborative Space 
Architecture Firm: Collage 
Firm Location: 39/108 ซอยรัชดาภิเษก 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 
Completion Year : 2567 / 2024 
Gross Built Area: 475 ตร.ม. 
Project location: 39/108 ซอยรัชดาภิเษก 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 
Photographer credits: สาโรช พระวงศ์ (ภาพสี), พุทธิชาติ วานิชทัตต์ (ภาพขาวดำ)

Picture of Heamarat Chimchavee

Heamarat Chimchavee

สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading