สำรวจงานสถาปัตยกรรมของ Tadao Ando
ในแถบภูมิภาคคันไซ

Tadao Ando ปรมาจารย์สถาปนิกชาวญี่ปุ่นรางวัล Prinktz ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมถึงผลงานออกแบบจำนวนมากในถิ่นบ้านเกิดของเขาเองอย่างภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมิวเซียม โบสถ์ บ้านพักอาศัย โรมแรม ที่มีการใช้คอนกรีตเปลือยอันเปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของเขาอย่างเห็นได้ชัด

โดยล่าสุดกับการออกแบบ Project ที่สำคัญล่าสุดอย่าง การบูรณะอาคารมรดกทางวัฒนธรรม Bourse de Commerce ในกรุง Paris ที่แล้วเสร็จเมื่อปี 2021ที่ผ่านมา โดยการสร้างกำแพงคอนกรีตทรงกลมสูง 9 เมตรแทรกตัวข้าไปอยู่ในอาคารอาคารทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 18 ที่เปรียบเสมือนกับการสร้างศิลปะ + สถาปัตยกรรมร่วมสมัยในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเมือง นับเป็นผลงานของ Ando ประสบความสำเร็จและ ได้รับการพูดถึงในระดับนานาชาติ

โดยกลิ่นอายของแนวคิดการออกแบบของ Ando ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีแนวคิดเกี่ยวกับประสบการณ์การรับรู้เชิงกายภาพและความรู้สึกภายในจิตใจ โดยเน้นที่ความเรียบง่ายเป็นหลักเชื่อมโยงอย่างกับแนวคิดทางศาสนาแบบเซน ที่สื่อสารออกมาเป็นการออกแบบสเปซที่ดูสะอาดตา เน้นการสร้างการรับรู้ (Perception) เชิงพื้นที่อันชาญฉลาดและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับบริบทสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ คำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรม รวมถึงการที่นำแสงธรรมชาติ พื้นน้ำ ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งท้องฟ้า มาเป็นส่วนหนึ่งของผลงานได้อย่างน่าคารวะ

โดยประวัติ Tadao Ando  เกิดเมื่อปี 1941 ที่เมือง Osaka ก่อตั้ง Tadao Ando Architect & Association ในปี 1969 มีผลงานต่างๆที่ได้รับการยอมรับมากมาย และได้รับเชิญเป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนสถาปัตยกรรมในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกหลายต่อหลายที่ทั้ง Yale University, Columbia University, Harvard University, University of Tokyo และอื่นๆ รวมถึงได้รับรางวัลระดับนานาชาติอีกนับไม่ถ้วน

ผู้ที่สนใจจะเยี่ยมชมงานสถาปัตยกรรมของ Ando ทาง Design Something แนะนำให้มาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมผลงานของเขาได้ที่ภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น (Osaka Kobe Kyoto Hyogo) ซึ่งภูมิภาคดังกล่าวนอกจากจะมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เด่นชัด มีการคมนาคมระหว่างเมืองที่สะดวกสบาย ยังมีผลงานของ Ando ที่ความจำนวนมากที่สุดในภูมิภาคหนึ่งของโลก เรียกได้ว่าการมาท่องเที่ยวยังแถบคันไซ สำหรับ สถาปนิกหรือผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรม หรือ (ติ่ง)ของ Ando แล้วนั้น ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวแล้วยังได้เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมไปในตัว และนับว่าเป็นที่ๆควรจะมาเยี่ยมชมผลงานของเขาสักครั้งในชีวิต

Prefectural Sayamaike Museum, Osaka

พิพิธภัณฑ์ Prefectural Sayamaike Museum อยู่ทางตอนใต้ของเมือง Osaka เป็นมิวเซียมที่เปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เก็บค่าเข้าชม ก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการเมื่อไป 2001 ตั้งอยู่บนแอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่บนเนินเขา นำเสนอประวัติศาสตร์การสร้างเขื่อน ธรณีวิทยา วิศวกรรม ภูมิปัญญาชาวบ้านเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนดิน ที่ส่งผลต่อวิธีป้องกันอุทกภัยในประเทศญี่ปุ่น มีทั้งส่วนจัดแสดงงาน ห้องสมุด ห้องประชุม คาเฟ่และร้านอาหารไว้ให้บริการตลอดทั้งวัน

โดยไฮไลต์ของงานอยู่ที่การเล่าเรื่องทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ที่ต้องเดินเลาะสันเขื่อนเขามาสู่กำแพงคอนกรีตบริเวณทางเข้าหลัก ที่ได้ยินเสียงน้ำตกไหลดังมาแต่ไกล และเห็น Mass อาคารคอนกรีตเปลือยตั้งตระหง่านอย่างเงียบสงบอยู่ลิบๆเป็นฉากหลัก จากนั้นทางเดินจะบังคับให้ผู้เยี่ยมชมเดินผ่านโถงกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่เล่นกับสระน้ำตกที่มีกำแพงขนาบ 2 ข้างปล่อยน้ำไหลลงมาสู่สระน้ำเบื้องล่าง ทางเดินจะนำไปสู่ช่องทางเดินยาวลอดใต้น้ำตกคล้ายกับถ้า ที่ตลอดทางเดินจะรับรู้ถึงเสียงของน้ำตกกระทบกับพื้นผิวคอนกรีต ความชื้น ม่านน้ำ และละอองน้ำที่กระเซ็น ก่อให้เกิดประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง สุดท้ายทางเดินจะนำผู้เยี่ยมชมไปสู่โถงกลมขนาดใหญ่ที่มีเพียงสเปซว่างเปล่าที่มีเพียงเสาคอนกรีตที่ปักอยู่กลางลาน และฉากหลังท้องฟ้าอันเงียบสงบ ที่เชื่อมต่อกับทางลาดเข้าสู่อาคารได้อย่างลงตัว

สเปซภายในเป็นโถงสูงขนาดใหญ่ที่จัดแสดงหน้าตัดชั้นหินที่ถับถมกันเป็นเวลานานในการสร้างเขื่อน รวมถึงพื้นที่นิทรรศการที่จัดแสดงเครื่องมือทางธรณีวิทยา โมเดลจำลองแสดงผังบริเวณ และประภาคารร้าง ที่มีการตกแต่งภายในด้วยวัสดุคอนกรีตเปลือย ผนังโค้ง และการเจาะช่องแสงตามแนวทางการออกแบบของ Ando มากไปกว่านั้น ในวันที่ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมเยียน เป็นช่วงเช้าในวันที่ฝนตกปรอยๆ เงาสะท้อนของน้ำ เสียงฝนที่ตกกระทบกับ สระน้ำ Reflective Pond ภายใต้บรรยากาศท้องฟ้าสีเทาหม่น ก่อให้เกิดความรู้สึกสงบทางด้านจิตใจที่แม้นจะไม้ได้เห็นแสงเงาที่ตกกระทบกับพื้นผิวคอนกรีตอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้นในวันฝนพรำเลยทีเดียว

Garden of Fine Art, Kyoto

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินอย่าง Garden of Fine Art มีทางเข้าหลักซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ข้างสวนพฤกษศาสตร์ kyoto botanical garden โดยเปิดให้บริการเมื่อปี  1994 มีการจัดแสดงผลงานภาพวาดจำลองระดับมาสเตอร์พีซจากศิลปินระดับโลกมากมาย อาทิเช่น The Last Supper จาก Leonardo Da Vinci, The Last Judgment โดย Michelangelo หรือ Road with Cypresses and Star โดย Van Gogh หรือ Water liles-Morning ของ Claude Monet ทั้งหมดถูกนำมาผลิตใหม่และขยายเสกลลงบนแผ่นกระเบื้องเคลือบให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมกลางแจ้งได้ โดยภาพวาดเหล่านี้ถูกติดเรียงรายตามผนังคอนกรีตเปลือยอย่างมีจังหวะ แทรกตัวและกระจายกันอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในโครงการ

ความน่าสนใจของของงานอยู่ที่การขุดดินออกจำนวนมหาศาลคล้ายกับการคว้านพื้นที่ออกทั้งหมดให้เกิดโถง (สเปซ) ขนาดใหญ่สูงสามชั้นอยู่ใต้ดินต่ำว่าระดับพื้นถนน เพื่อไม่ต้องการให้บริเวณดังกล่าวเป็นอาคารสูงมาบดบังทัศนีย์ภาพโดยรอบ ทางเดินลาดจากทางเข้าบริเวณระดับพื้นถนนพุ่งตรงเข้าไปยังพื้นที่ในโครงการและค่อยๆไล่ระดับลดเลี้ยวลงไปยังพื้นที่เบื้องล่าง ผ่านสระน้ำที่รายรอบอยู่ทั่วโครงการ และผนังคอนกรีตที่ติดตั้งชิ้นงานศิลปะที่มีการกำหนดจังหวะ และระยะการมองเห็นได้อย่างลงตัว เส้นทางสัญจรทั้งหมดภายในโครงการจะมีเส้นสายแนวทแยงที่พุ่งตัดกันและบรรจบกันเป็นมุมแหลมภายในส่วนลึกสุดของโครงการ หลืบของผนังบังสายตาและพื้นทางเดินต่างระดับ ก่อให้เกิดพื้นที่แบบกึ่ง Outdoor ที่มีร่มเงา ประกอบกับการจัดวางพื้นที่อย่างชาญฉลาด คล้ายกับผู้เยี่ยมชมได้เดินผ่านห้องต่างๆในแกลอรี่ปิดที่มีการการแบ่งพื้นที่ในการจัดแสดงอย่างเป็นสัดส่วน รวมถึงมีการซ่อนม้านั่งคอนกรีตที่กลมกลืนไปกับบริบททางลาดเอียงและการลดหลั่นของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ได้อย่างกลมกลืน

เมื่อผู้เยี่ยมชมเดินลงมาสู่ชั้นล่างสุดจะพบกับโถงกลางแจ้งติดตั้งชิ้นงานศิลปะ  The Last Judgement ที่เสกลของภาพมีขนาดใหญ่โตราวกับผู้เยี่ยมชมเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆที่รอการตัดสินจากพระเจ้า  ขนาดของชิ้นงานใหญ่เท่ากับตึกสูงสามชั้นซึ่งดูโดดเด่นภายใต้บริบททางสถาปัตยกรรมที่โอบล้อมด้วยกำแพงน้ำตกขนาดใหญ่ที่ลดหลั่นลงมา และสเปซ เชื่อมโยงสายตาด้วยเสาคอนกรีตที่ตั้งตระหง่านรับน้ำหนักพื้นคอนกรีตเบื้องบน  ผลงานชิ้นนี้นับเป็นแนวคิดการออกแบบของ Ando ที่กลมกลืนเข้ากับบริบทความเป็นเมือง Kyoto ย่านเมืองเก่า ที่ไม่บดบังทัศนีย์ภาพโดยรอบได้อย่างน่าชื่นชม

Hyogo Prefectural Museum of Art, Kobe

พิพิธภัณฑ์ริมแม่น้ำ Hyogo Prefectural Museum of Art เมือง Kobe เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบ Modern Art ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำบริเวณอ่าว Osaka Bay ที่มีทะเลพัดผ่านและมีอากาศน่าสบายตลอดทั้งปี มีส่วนจัดแสดงงานเฉพาะของ Ando หรือ Ando Museum ที่รวบรวมประวัติ ผลงาน และโมเดลจำลองสถาปัตยกรรมชิ้นมาสเตอร์พีช มาไว้ให้ชมกันอย่างจุใจ อย่างเช่น Church Of Light, Sumiyoshi Row Houses, Bourse de Commerce building หรือ Punta Della Dogana Museum รวมถึงภาพ Sketch แนวคิดทางสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญ และห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับ Ando ไว้จำนวนมาก ทั้งหมดจัดแสดงอยู่ภายในส่วนพื้นที่นิทรรศการถาวร ภายใต้สเปซที่มีลักษณะเป็นโถงสูงและหน้าต่างบานใหญ่หันหน้าเข้าสู่แม่น้ำเปิดรับแสงธรรมชาติตลอดทั้งวัน โดยมีผลงาน Green Apple สีเขียวสดใสของที่ได้แรงบัลดาลใจจาก Samuel Ullman ที่มองเห็นอยู่ไกลๆเป็นฉากหลังตัดกับทัศนีย์ภาพโดยรอบอย่างสวยงาม โดยส่วนจัดแสดง Ando Gallery ทั้งหมด ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าบริการ

ส่วนที่เป็นไฮไลต์ของงานอยู่ที่โถงบันไดวนคอนกรีตเปลือย หรือ Circular Terrace ที่เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของมิวเซียมแห่งนี้และเป็นมุมถ่ายรูปมหาชนสำหรับผู้เยี่ยมชมทุกคน การคว้านสเปซลงไปสามชั้นที่มีลักษณะเป็น Vertical Circulations เชื่อมระหว่างชั้นใต้ดินที่ 1 กับพื้นที่กลางแจ้งบนชั้น 2 รวมถึงเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอาคารนิทรรศการและอาคารแกลเลอรี ที่มีลักษณะเป็นคอนกรีตหล่อขึ้นรูปและบันไดวนที่เป็นเกลียวสวยงาม ทำให้เกิดแสงและเงาที่ทำองศากับพื้นผิวคอนกรีตเปลือยในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก่อให้เกิดสุนทรียะทางความงามอย่างน่าอัศจรรย์

นอกจากนี้ ในภูมิภาคคันไซยังมีผลงานมาสเตอร์พีซของ Ando อีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัย 4×4 House ริมทะเลเมือง Kobe, บ้านพักอาศัย Sumiyoshi Row Houses เมือง Osaka, อาคารแกลอลี่ – มิกส์ยูส ริมแม่น้ำ Kamo อย่าง Times Building ในเมือง Kyoto รวมถึงโรงแรมตากอากาศริมทะเล TOTO Seawind  และ โครงการ Awaji Yumebutai ที่เกาะ Awaji เมือง Hyogo และยังมีโครงการอื่นๆอีกมากมายที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ทั้งหมดนี้สามารถการันตีได้เลยว่าการเดินทางภูมิภาคคันไซถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้ที่ชื่อชอบสถาปัตยกรรมของ Ando อย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่ผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของ Ando ที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชนทางตอนเหนือของเมือง Osaka อย่าง Church of Light (หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Ibaraki Kasugaoka Church) ที่มีการออกแบบสเปซภายในอันชาญฉลาด ทำให้เกิดการรับรู้เชิงพื้นที่ที่เชื่อมกับสัญลักษณ์ทางศาสนาได้อย่างน่าคารวะ ได้ถูกปิดตัวชั่วคราว ไม่เปิดให้คนภายนอกชมเยี่ยมชมภายในอาคารเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากขาดผู้ดูแลและไม่มีผู้นำพาทัวร์เข้าเยี่ยมชม ทำให้ผลงานระดับ iconic ชิ้นนี้ไม่ได้เปิดเผยสุนทรียะทางสถาปัตยกรรมสู่สายตามแฟนๆอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้สนใจ มาด้อมๆมองๆ ถ่ายรูป ด้านนอกอาคารกันอย่างไม่ขาดสาย ทางผู้เขียนได้แต่หวังว่าในอนาคต ผลงานชิ้นนี้จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมอีกครั้ง

Picture of Torpong Limlunjakorn

Torpong Limlunjakorn

ฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่พยายามสื่อสารแนวคิดผ่านตัวหนังสือ วันว่างมักจะหนีไปหายใจที่ใต้ทะเล เงียบๆ คนเดียว
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading