“ที่ชอบที่สุดคือเราคิดถึงภาษานี้ยังไง เราทำแบบนั้นโดยที่แทบไม่ประนีประนอมเลย เราบอกแล้วว่าฟินแนวตั้ง จะทำจากหินเท่านั้น พุ่งเข้ามาเท่านั้น แล้วก็เราต้องการฟินที่มีมิติ มีหน้ามีหลัง มีสูงมีเตี้ย แล้วเรารักษาสัญญากับตัวเองได้ทุกข้อ หลังนี้ ภายในภายนอก หรือแม้กระทั่งแค่ถ่ายรูปเซลฟี่เล่นๆ ก็รู้ว่ามันคือ The Genti หลังนี้เท่านั้น”
คุณวิน ธาวิน หาญบุญเศรษฐ ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ WARchitect อันโด่งดังเกริ่นให้เราฟังถึงไฮไลท์ในงานออกแบบบ้าน The Genti บ้านย่านลาดพร้าวซึ่งโดดเด่นสะดุดตาแต่ไม่โดดเดี่ยวจากเพื่อนบ้านในละแวก
ก่อนจะไปพูดคุยถึงรายละเอียดเบื้องหลังดีไซน์ของผลงานชิ้นนี้ เราอยากจะเอ่ยถึงความพิเศษในแง่ของโจทย์ที่คุณขจี เกศจุมพล owner ของโครงการให้ไว้กับคุณวินกันสักเล็กน้อย โดยปกติแล้วงานที่พักอาศัยที่มาถึงมือสถาปนิกนั้นมักจะถูกกำหนดด้วยข้อจำกัดอันหลากหลาย ทั้งในแง่พฤติกรรมจำเพาะของผู้ใช้งาน บัดเจ็ท รสนิยมส่วนตัว และอื่นๆอีกมากมาย แต่สำหรับจุดตั้งต้นของ The Genti นั้นกลับเต็มไปด้วยอิสรภาพทางความคิดอันเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ในการสร้างงานของคุณขจีนั่นเอง
“ชื่อขจี เกศจุมพลครับ เป็นช่างปลูกบ้าน ทำอาชีพเป็นช่างมาตลอดชีวิต 30 กว่าปี เราทำงานบ้านมาตลอดชีวิต วันนึงเราก็อยากจะสร้างงานที่น่าสนใจที่เราสามารถคุมดีไซน์ตัวเองได้ ก็เป็นโปรเจ็คต์ที่ให้โอกาส วิน WARchitect มาร่วมกันสร้างโปรเจ็คต์นี้”
อย่างที่คุณขจีกล่าวแนะนำตัวไว้เมื่อข้างต้น ความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้างของเขานั้นมีล้นเหลือชนิดไม่เป็นสองรองใคร เมื่อมาถึงวันที่มีโอกาสพอเหมาะพอเจาะในการเริ่มลงทุนสร้างบ้านขายด้วยโจทย์ตามใจฉันในนาม Hachi Brand แล้ว เขาจึงมองว่าอยากจะให้อาคารแต่ละหลังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอเจ้าของที่แท้จริงนั้นเป็นดั่งงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และให้ค่ากับจินตนาการสดใหม่ของสถาปนิกรุ่นหลัง ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่ขออะไรสถาปนิกมากนอกจากทำให้บ้านสวยงามและอยู่สบาย โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องความยากง่ายในการก่อสร้างทั้งสิ้น เพราะเมื่อเขาเป็นคนดูแลหน้างานเองแล้ว เขาจะสามารถจัดการเสกสรรค์ทุกอย่างให้เกิดขึ้นจริงได้ตามที่ใจสถาปนิกหมายได้อย่างแน่นอน “เราเป็นช่างปลูกบ้าน เราก็ชอบปลูกบ้าน ความสุขของเราคือการปลูกบ้าน อีกส่วนหนึ่งตัวเราทำงานให้ดีไซเนอร์มาตลอดชีวิตอยู่แล้ว อาจจะมีข้อจำกัดที่ owner บางท่านไม่สะดวก เราก็เลยอยากให้ดีไซเนอร์สามารถดีไซน์ได้ตามจินตนาการ เราก็คิดว่าเราน่าจะสนองได้ เพราะด้วยประการณ์หน้างานของเรา 30 ปีได้ที่เราทำมา”
คุณวินขยายความเพิ่มเติมถึงที่มาที่ไปของการเจอกันระหว่างเขาและคุณขจีให้เราฟัง “เท้าความสักเล็กน้อยก็คือตอนนั้น ทำออฟฟิศ สมัยนั้นชื่อว่า Octane Architect & Design เราได้รับโอกาสทำบ้านหลังหนึ่งซึ่งค่อนข้างใหญ่ ซึ่งหนึ่งในผู้รับเหมาที่เรารบกวนมาเสนอราคาก็คือ พี่ขจี นายช่างไทย พี่ขจีได้เห็นว่าเราได้สร้างบ้านหลังนั้นอย่างน่าสนใจ ก็เลยเริ่มต้นให้เรามาทำอพาร์ทเมนต์ชื่อ Hachi หลังจากนั้นเราก็รู้จักกัน แล้วก็มีงานต่อเนื่องกันมา จนมาถึงงานนี้ เดิมเป็นบ้านเก่าแล้วก็รื้อทุบไป ซึ่งที่ดินมันออกจะค่อนข้างผอมๆ ยาวๆ พี่ขจีก็เลยคิดว่าจะทำเป็นเหมือนบ้านสักหลังหนึ่งขาย เป็นความฝันของแกว่าอยากจะทำอาคารขาย เมื่อได้สร้างสรรค์งานตัวเองก็อยากจะให้อิสระกับสถาปนิก ไม่ต้องไปบีบเรื่องฮวงจุ้ย หรือฟังก์ชั่นบางอย่าง ที่อย่างนั้นอย่างนี้ คือให้อิสระมาก ก็เลยเกิดเป็นโปรเจ็คต์นี้”
มาลงลึกถึงดีเทลในงานออกแบบกันสักหน่อย นอกจากความสวยงามที่เราสามารถสัมผัสได้ด้วยตาผ่านการปราดมองอย่างเร็วๆแล้ว รายละเอียดต่างๆในเนื้องานก็ชวนให้เราต้องใช้เวลากับการพินิจพิจารณาอาคารมันเสียทุกซอกทุกมุม
“ตอนนั้นก็คือมีในใจว่าอยากทำแบบนี้มานานแล้ว คือกลุ่มที่เป็นตระกูลซีรีส์ plane ทั้งหลาย หรือเป็นซีรีส์ plane ที่เสียบไปในบางอย่าง ตระกูลนี้ยากที่สุด โอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด แล้วพอโอกาสมันมา เราก็ต้องทำ เพราะว่าไซต์มันดันลึกยาวพอดี มองที่ดินคือเรามองไปทางใต้ บ้านกำลังหันทิศเหนือ เพราะฉะนั้นการที่เราสร้างฟินอะไรบ้างอย่างเพื่อกันแดด ออก ตก มันชอบธรรม แล้วลมที่เข้าเหนือใต้ก็ถูกต้อง แล้วเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆ เราก็คงไม่ได้อยากมองเห็นหลังคาของเขา สิ่งที่เราอยากทำกับบริบท มันสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เราก็เลยเลือกทำสิ่งนี้ขึ้นมา เราทำบ้านที่ขนานกับห้องนั่งเล่นมาเยอะแล้ว เราอยากให้การว่ายน้ำมันไม่เป็นของแถมบ้าง เราต้องการให้การว่ายน้ำมันเป็นความพิเศษ แล้วการที่ว่ายน้ำอยู่ระหว่างผนังหิน แล้วมันพุ่งออกไป ฝั่งตรงข้ามก็เป็นบ้าน มีท้องฟ้า เห็นต้นไม้ขึ้นมา อันนี้แหละมันคือการว่ายน้ำของแท้ เราก็เลยเอาสระว่ายน้ำขึ้นไปไว้ชั้น 2 เพื่อให้พื้นที่พอ แล้วก็สอดคล้องกับด้านล่างที่เป็นที่จอดรถ ความชื้นก็จะไม่อมลงมาที่ห้องข้างล่าง ชั้นล่างก็จะเป็น Living มีครัว กินข้าว อะไรก็ว่าไป แล้วชั้น 2 ก็จะเป็นสระว่ายน้ำ ที่มีห้องนอน 2 ห้อง แล้วก็เป็น open to below เห็นต้นไม้ชะลูด กลางคอร์ทหน้าบ้าน ชั้นที่ 3 เนี่ยเป็นห้อง Master แล้วก็จะมีห้องนอนเล็กๆอีกห้อง ซึ่ง Master เนี่ยก็จะมีโถงทางเข้า มีส่วนห้องนอน มี walk-in แล้วก็จะมีตัวห้องน้ำ แล้วก็จะมีคอร์ทจากชั้นล่างพุ่งขึ้นมา และชั้นสุดท้ายก็จะเป็น deck ดาดฟ้า เอาไว้ใช้อิสระส่วนตัว จะเป็นโยคะ เป็นสังสรรค์ก็ได้” คุณวินว่าไว้เช่นนั้น
ในแง่ของวัสดุที่ถูกเลือกใช้เองก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทีมงานของเราทุกคนรู้สึกสนใจเหลือเกิน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในพ.ศ.นี้ เราจะยังหาบ้านกลางเมืองหลวงที่มีพื้นผิวจากวัสดุธรรมชาติแบบ 100% ได้เช่นนี้ ทั้งผนังหินและพื้นไม้ต่างมาจากวัสดุจริงที่มิได้ผ่านการแปรรูปทางวิศวกรรม เคมี หรือเทคโนโลยีต่างๆแต่อย่างใด
“เหตุผลก็คือ แกอินมากกับวัสดุธรรมชาติ คือบ้านหลังนี้มันเน้นสุนทรีย์ในการอยู่มากกว่าเหตุผลต่างๆ เราคิดฟอร์ม คิดสเปซต่างๆ ก็ว่ากันไป แต่อย่างพวกเชิงช่าง อย่างวงกบไม้อย่างนี้ ถ้าไม่ได้เป็นพี่ขจีเสนอว่าจะทำ ก็ไม่กล้าทำ กระเบื้องในห้องน้ำ ยังไม่เป็นกระเบื้องเลย มันยังเป็นหินเลย แล้วก็เป็นไม้จริง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากที่จะมีโอกาสแบบนี้ อย่างบานเลื่อนข้างล่างที่มันสูงชะลูดขนาดนั้น แล้วจะเห็นว่ามันแสดงออกว่ามันคือกรอบไม้ จริงๆมันก็มีเหล็กอยู่ข้างใน แต่ก็เชื่อว่าถ้าเราไปสั่งทำ อาจจะไม่มีใครกล้าทำ พวกนี้ช่วยต่อยอดให้งานเราไปได้เรื่อยๆสุดทาง” คุณวินกล่าว
คุณขจีขยายความต่อ “พี่มองว่าวัสดุธรรมชาติมันให้ความรู้สึกโฮมมี่ คือความน่าอยู่อาศัย อบอุ่น แล้วมีความเป็นยูนีคซึ่งเฉพาะ อีกอย่างนึง พี่มองว่าบ้านมันคือชีวิต ชีวิตของเจ้าของบ้าน คนที่มาซื้อก็ต้องรู้สึกว่าตอบสนองกับไลฟ์สไตล์เขา รู้สึกอยู่แล้ว มีความรู้สึก มีความสุข อบอุ่น จะเห็นว่าเรามีคอร์ทกลางบ้าน มีการรับลม การถ่ายเทอากาศดี ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจะไม่มากนัก แต่สามารถสร้างฟังก์ชั่นการใช้สอย การถ่ายเทอากาศต่างๆ ได้สมบูรณ์แบบหมดเลย เพราะสิ่งที่เราทำ เราทำด้วยแพชชั่น ด้วยความรัก พอเรารัก เราผูกพัน เราค่อยๆเห็นความเจริญเติบโตของบ้านขึ้นมา มันเหมือนเราเลี้ยงลูกของเรา ส่วนเรื่องการดูแล คุณก็ไม่ต้องดูแลเลย เพราะว่าทางทีมงานของ Hachi Brand จะเป็นคนดูแลให้ เพราะเราเป็นผู้สร้าง เราก็ต้องดูแล และ maintenance ต่างๆ เราก็เหมือนศูนย์บริการ ดูแลลูกค้าไปตลอดชีวิต ก็หวังว่าจะมีคนสนใจในโปรเจ็คต์งานที่ดีไซเนอร์ได้ปล่อยพลังความคิดตามจินตนาการของเขา”
สำหรับผู้มาเยือนอย่างเราแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างอบอวลไปทั้งหัวใจคือเรารู้สึกอิจฉาว่าที่เจ้าของบ้านในอนาคตจากใจจริง ทั้งความสวยงาม ความเงียบสงบ ความอบอุ่น และความสะดวกสบายที่ถูกตระเตรียมไว้อย่างครบครันด้วยความตั้งใจของ Hachi Brand แล้ว ก็ทำให้เราอดเผลอวาดฝันชีวิตของตัวเองและครอบครัวในบ้านหลังนี้ไม่ได้เลยทีเดียวล่ะ!
Project Name: The Genti
Owner: Hachi Brand
Architect: WARchitect
Completion Year: 2023
Location: Bangkok, Thailand
Photo: Tanatip Chawang
Narrative is just another form of architecture.