Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
นิทรรศการศิลปะและสถาปัตยกรรม La Biennale di Venezia มีต้นกำเนิดจากเมืองเวเนเซีย ประเทศอิตาลี เมืองแห่งสายน้ำที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่มีการแสดงครั้งแรกในปี 1895 ซึ่งจัดติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 130 ปีแล้ว โดยเริ่มแรก จะเป็นการจัดแสดงเฉพาะชิ้นงานศิลปะ จากกลุ่มศิลปินยุคก่อนราฟาเอล (Pre-Raphaelites) นำโดยจิตรกรมือเอกจากอิตาลีและอังกฤษและศิลปินชั้นนำของยุโรป ต่อมาในปี 1980 มีการเพิ่มการจัดแสดงในส่วนของนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติเข้าไปด้วยเป็นครั้งแรก (ตามจริงมีการเพิ่มแขนของ ดนตรี ศิลปะ การแสดง ภาพยนตร์เข้าไปด้วย ในหลายช่วงเวลาในต้นศตวรรษที่ 20) โดยในปัจจุบัน มีการจัดแสดงงานทุกๆปี ในช่วงประมาณเมือน พฤษภาคม – พฤศจิกายน โดยจัดสลับกันระหว่างศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบปีเว้นปี ซึ่งงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในนิทรรศการศิลปะและสถาปัตยกรรมนานาชาติที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
La Biennale di Venezia (ในส่วนของ Art และ Architecture) มีพื้นที่จัดแสดงหลักอยู่ที่ Giardini Della Biennale ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงงานดั้งเดิม ที่มีพาวิลเลียนจากประเทศต่างๆที่ใช้จัดแสดงงานอย่างมากมายกว่า 30 หลัง และ Arsenale Exhibition Space ที่ใช้กลุ่มอาคารอู่ต่อเรือและคลังอาวุธเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเวเนเซียนในยุคก่อนอุตสาหกรรมมาพัฒนาเป็นพื้นที่จัดแสดง โดยพื้นที่นิทรรศการสามารถเข้าถึงได้ด้วยทางเรือ ferry สาย 1 ประมาณ 20 นาที จากสถานี S. Marco-San Zaccaria และมีการเก็บค่าเข้าชมประมาณ 25 – 30 ยูโรต่อคน (แนะนำให้จองออนไลน์ล่างหน้า) และอยากให้ใช้เวลาเดินเยี่ยมชมงานประมาณ 2-3 วันเป็นอย่างต่ำ เพื่อเก็บรายละเอียดของงาน (พื้นที่จัดแสดงงานมีขนาดใหญ่มาก) โดยในแต่ละปีจะมี คอนเสปและธีมแตกต่างกันไป ซึ่งตลอดทั้งงานจะมีการจัดแสดงแนวคิดทางสถาปัตยกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งการออกแบบพาวิลเลียนแต่ละประเทศ จากองค์กร ศิลปิน หรือสถาปนิกบิ๊กเนมสัญชาตินั้นๆ รวมถึงมี Guest Speaker จากสถาปนิก นักวิชาการ เข้าร่วมบรรยายอย่างคับคั่ง ทำให้มีผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก และในปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 800,000 คน
DsignSomething จะขอพาท่านผู้อ่าน ย้อนรอยไปถึงประวัติศาสตร์ การก่อกำเนิดของนิทรรศการสถาปัตยกรรมเบียนาเลครั้งแรกของอิตาลี ก่อนที่จะย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ La Biennale di Venezia ในเวลาต่อมา ซึ่งริเริ่มโดยปรามาจารย์สถาปนิกอิตาเลียน Aldo Rossi ในปี 1979 ที่เริ่มจัดแสดงภายในอาคารที่เขาออกแบบเองอย่าง Teatro del Mondo ตั้งอยู่บนเกาะลอยเล็กๆ (สุดฮิป) ที่ลอยลำอยู่บริเวณ Grand Canal ที่มาบรรจบกับคลอง Giudecca ในเมืองเวเนเซีย โดยถึงแม้ว่าสถานที่จัดงานดังกล่าวจะรองรับผู้เข้าร่วมงานได้เพียง 250 คน และเข้าถึงได้โดยทางเรือขนาดเล็กและสะพานเชื่อมเกาะลอย แต่ก็มีผู้เยี่ยมชมให้ความสนใจอย่างหนาแน่นตลอดช่วงเวลาของการจัดงาน
นอกจากจะเป็นสถาปนิก Aldo Rossi ยังเป็นนักทฤษฎีสถาปัตยกรรม นักเขียน และศาสตราจารย์ทางด้านสถาปัตยกรรมที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 และยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งขบวนการ Neo-Rationalist หรือแนวคิดสถาปัตยกรรมเหตุผลนิยมที่ใช้วิธีคิดแบบเชิงตรรกะ หรือรู้จักกันในชื่อ La Tendenza Rossi โดยเขายังเป็นผู้นำที่สำคัญในการจัดแสดงนิทรรศการสถาปัตยกรรมเบียนาเลครั้งแรก โดยอาคารTeatro Del Mondo ที่เขาออกแบบ (หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Venetian Theater) มีลักษณะฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายกับโรงละครที่มีท่าเรือส่วนตัวขนาดเล็กตั้งอยู่บนบนเกาะลอยน้ำชั่วคราว (ที่สามารถใช้เรือลากจูงเพื่อเคลื่อนย้ายได้) โดยทอดสมอลอยลำอยู่ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Punta Della Dogana เพื่อจัดแสดงนิทรรศการในปีดังกล่าว
อาคาร Teatro Del Mondo คือสถาปัตยกรรมในจินตนาการของ Rossi ที่ได้แรงบัลดาลใจจากประสบการณ์อันหลากหลาย รวมถึงสิ่งที่เขาสนใจมาหลอมรวมกัน อย่างเช่นอัตลักษณ์ของโรงละครลอยน้ำซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเมืองเวเนเซียและงานรื่นเริงคาร์นิวัลในศตวรรษที่ 18 บทกวีและวิวทิวทัศน์ที่เขาชื่นชอบ รวมถึงลักษณะของโรงละครในแคว้น Padua ร่วมกับรูปแบบโรงละครของเชคเสปียร์ ซึ่งถ่ายทอดเป็นอาคารในจินตนาการที่ใช้ลักษณะทางสถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิตขั้นพื้นฐาน มีฟาซาดอาคารสีเหลืองและยอดโดมทรงกรวย 8 เหลี่ยมสีฟ้าคล้ายกับสิ่งปลูกสร้างที่มีหอคอยทองคำสวมมงกุฎ ลอยลำอยู่กลางทะเล
องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมทั้งหมด ได้ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของสถาปัตยกรรมชั่วคราวโดยใช้โครงสร้างนั่งร้านเหล็กท่อยึดกับโครงสร้างไม้รูปแบบเดียวกับสถาปัตยกรรมของโรงละครในยุคก่อนหน้า ก่อให้เกิดโครงสร้างอาคารแบบเวเนเซียนโกธิคที่มีความสูง 25 เมตรคล้ายปราสาทที่มีประตูทางเข้าออกทางด้านหน้าทางเดียว ส่วนที่เป็นหอคอยสูงทรงแปดเหลี่ยมมีหลังคาที่ใช้วัสดุเป็นสังกะสี พื้นที่ภายในชั้นล่างมีลักษณะเป็นที่นั่งเป็นอัฒจันทร์โรงละครโครงสร้างไม้แบบสมมาตรที่รองรับผู้เข้าชมได้อย่างจำกัดภายใต้โถงดับเบิลสเปซขนาดใหญ่ ที่ถูกจัดวางด้วยองค์ประกอบเรขาคณิตบริสุทธิ์ ได้แก่ สี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นฐานที่วางขนานกับเวทีกลาง โดยมีปล่องบันไดสีเหลี่ยมขนาบอยู่ทางด้านข้างของอาคารทั้งสองเพื่อการเข้าถึงพื้นที่จัดแสดงงานแกลอรี่ 2 ชั้นที่อยู่ชั้นบน
Rossi ได้นำองค์ประกอบในประวัติศาสตร์ที่มีอยู่แล้วตีความใหม่ เป็นที่เชื่อมโยงระหว่างความจริงของโลกทางกายภาพและสถาปัตยกรรมในจินตนาการ ซึ่งผลงาน Teatro Del Mondo เป็นสถาปัตยกรรมในอุดมคติ ที่อาจเป็นได้ทั้งประภาคาร หอระฆัง หอคอย สุเหร่า โรงละคร หรือแกลอรี่ ที่ตั้งอยู่ร่วมกับบริบทภูมิสถาปัตยกรรมในจินตนาการโดยรอบ ท่ามกลางขอบฟ้า ทะเล และสายลม โดยเขาให้คำจำกัดความกับโครงการนี้ว่า ‘ Teatro Del Mondo คือสถานที่ที่บริบททางสถาปัตยกรรมได้สิ้นสุดลงและโลกแห่งจินตนาการเริ่มต้นขึ้น’ ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงานครั้งแรกในปี 1979 อาคาร Teatro Del Mondo ได้ถูกใช้เป็น venue ในจัดการแสดงงาน การอภิปราย และกิจกรรมต่างๆ มากมาย และมีผู้เข้าเยี่ยมชมกันอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของ Rossi ในการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในอุดมคติ ความเป็นโรงละครบนเกาะลอยริมน้ำ และนิทรรศการสถาปัตยกรรมของชาวเวเนเซียน
จากความสำเร็จของการจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมครั้งแรกของ Rossi ทำให้ในปีต่อมา 1980 นิทรรศการสถาปัตยกรรมเบียนาเลนานาชาติครั้งที่ 1 ได้เข้าไปอยู่ในร่มเงาของ La Biennale di Venezia อย่างเป็นทางการ และย้ายไปจัดใน Vanue หลักของงาน ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การนำของ Aldo Rossi ในธีม La Presence del Passato หรือ “การมีอยู่ของอดีต” ที่เป็นการอภิปรายถึงกระแสสถาปัตยกรรมหลังสมัยใหม่ (Post-Modern) โดยสถาปนิกบิ๊กเนมอย่าง Frank O. Gehry, Robert Venturi, หรือ Rem Koolhaas และสถาปนิกชั้นนำอีกลายท่านที่มีส่วนร่วมในการออกแบบ “Strada Novissima” ของ Portoghesi ซึ่งเป็น “ถนน” สมมุติในจินตนาการ รายล้อมไปด้วยฟาซาดของอาคารในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมยุคหลังสมัยใหม่ พร้อมทั้งจัดอภิปรายทางสถาปัตยกรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ La Biennale di Venezia (Architecture) จนถึงทุกวันนี้
หลังจากที่ Teatro Del Mondo ได้ตั้งลอยลำอยู่ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ Punta Della Dogana เป็นเวลาสองปี อาคารดังกล่าวได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ โดยเรือลากจูงออกไปทางทะเล Adriatic และถูกรื้อถอนออกไปในฤดูร้อนปี 1981 ที่ Dubrovnik ซึ่งในในปี 2004 ที่ผ่านมา อาคารดังกล่าวได้รับการสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง (reproduction) ในเมืองท่า Genao โดยเป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของ “Genoa European Capital of Culture” ในยุโรป
Reference
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance