Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ภาพจำของแบรนด์ Aesop สำหรับคุณคืออะไร? ร้านแฟลกชิปดีไซน์สวยที่มาคู่กับงานคราฟต์อันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในร้านอันอบอุ่นด้วยงานไม้และอบอวนไปด้วยเครื่องหอม หรือสกินแคร์คุณภาพดีกับกลิ่นละมุนทุกครั้งที่สัมผัส ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ที่แบรนด์ Aesop คิดในแบบองค์รวมตั้งแต่สร้างแบรนด์ในปี 1987 ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่เชื่อว่า งานออกแบบอย่างละเอียดลออย่อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รอบด้านของแบรนด์ตั้งแต่โปรดักต์ สถานที่ หรือแม้แต่ประสาทสัมผัส ที่ต้องประสานเป็นหนึ่งเดียวผ่านการออกแบบอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน จึงไม่แปลกใจที่งานออกแบบร้าน Aesop จากทั่วโลกจะกลายเป็นกรณีศึกษาให้กับนักเรียนออกแบบทั้งด้านงานออกแบบพื้นที่และงานออกแบบอัตลักษณ์
งานออกแบบประสบการณ์ผ่านทุกประสาทสัมผัสในแบบ Aesop
สำหรับใครที่เคยไปเยี่ยมร้าน Aesop ด้วยตัวเอง หรือยังไม่เคยไป เราจะลองนำทางคุณเข้าไปในร้านด้วยกัน เริ่มต้นจากสายตาที่มองเห็นหน้าร้านซึ่งสินค้าทุกชิ้นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบด้วยบรรจุภัณฑ์สีดำ ฉลากสีขาวบนเส้นคาดสีดำ หลังจากกดครีมทามือหน้าร้านแล้วผลักบานประตูเข้าไป รอบตัวคือกลิ่นไม้หอมพร้อมเสียงเพลงคลอเบาๆ ตรงหน้าเป็นเคาน์เตอร์ขนาดยักษ์กลางร้านพร้อมอ่างล้างมือที่เรียงรายไปด้วยโปรดักต์ตัวทดลอง พนักงานเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรพร้อมเสิร์ฟชาในถ้วยกระเบื้องสีขาว ลูกค้าสามารถทดลองโปรดักต์ที่ตนเองสนใจหรือโปรดักต์ใหม่ที่พนักงานแนะนำได้อย่างเต็มที่ หรือใครที่อยากเดินสำรวจร้านดูก่อน ก็เดินชมได้รอบๆ หลังเสร็จสิ้นการจับจ่าย น้ำหอมกลิ่นพิเศษถูกพรมลงบนถุงผ้าที่บรรจุสินค้าและแซมเปิ้ลทดลองใช้ นี่คือ Experience Design ในแบบ Aesop ที่เป็นเหมือนกันในทุกชอปทั่วโลก
งานออกแบบประสบการณ์ที่เป็นเหมือนแกนหลักในงาน Retail Design แปลความเป็นงานออกแบบอินทีเรียร์ดีไซน์ที่ Aesop ตั้งคอนเซปต์ให้กับแบรนด์ผ่านปรัชญาของความเรียบง่าย ที่ถึงแม้จะเปลือยเปล่าที่สุด แต่นี่คือรากฐานแท้จริงที่รอการขัดเกลา ซึ่งหมายความถึงว่า แบรนด์ยึดถืองานดีไซน์ถึงความเรียบง่ายของสีขาว-ดำ เส้นตรงที่นิ่งสงบ และความเป็นธรรมชาติในส่วนผสมของแต่ละสูตรโปรดักต์ สะท้อนตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงงานดีไซน์ภายใน ที่เหลือก็แล้วแต่ว่าชอปแห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ใด ก็พร้อมจะหยิบเอาบริบทของสถานที่แห่งนั้นมาเป็นหลักใหญ่ในการทำงานอินทีเรียร์
ผังพื้นที่เป็นหัวใจ สอดประสานกับอัตลักษณ์ของแต่ละที่ตั้ง
การวางผังพื้นโดยรวมของทุกร้าน จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงโปรดักต์ที่เรียงรายครบทุกรุ่น อ่างกลางร้านเป็นพื้นที่รับรองและทดลองโปรดักต์ อาจมีพื้นที่ตกแต่งหน้าร้านบางส่วน และที่เหลือก็แล้วแต่บริบท อัตลักษณ์ หรือความนิยมด้านงานดีไซน์ของแต่ละโลเคชั่นมาเลือกใช้
อย่างในเมืองไทยเองที่พึ่งเปิดแฟลกชิปสโตร์สาขาแรกที่ทองหล่อ งานออกแบบโดย Sher Maker ได้หยิบเอาความผูกพันระหว่างคนไทยกับงานไม้เข้ามาเป็นบทสนทนาหลักของพื้นที่ภายใน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ส่วนพื้นที่ Shop ที่เรียบง่ายในแบบ Aesop และส่วนจัดแสดงห้องฝาไหลที่มีคอนเซปต์หลักในการบอกเล่าเรื่องราวของกลิ่นผ่านโปรดักต์ต่างๆ
Sher Maker บอกว่า โปรเจกต์นี้เล่าทั้งเรื่องราวศักยภาพของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ไปพร้อมกับการใช้วัสดุไม้ในสถานที่เดิมนำกลับมาปรับใช้กับร้าน โดยลงรายละเอียดของงานไม้ที่เป็นภูมิปัญญาเดิมหรือการพัฒนาและการเสาะหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้นำเสนอเรื่องราวของท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ภาษาของงานไม้อันโดดเด่นอยู่ที่การแสดงความซื่อสัตย์และเคารพต่อวัสดุไม้ทุกชิ้นให้ได้มากที่สุด การปรับแต่งทำเท่าที่จำเป็น แต่เน้นให้เอกลักษณ์ของไม้แต่ละชิ้นประกอบสร้างความรื่นรมย์ในพื้นที่ผ่านประสาทสัมผัสทุกส่วน
ออกเดินทางไกลไปที่ Aesop สาขา Garosu-Gil ย่านชอปปิ้งหรูหราใจกลางกรุงโซล ของประเทศเกาหลีใต้ หน้าร้านที่ตั้งอยู่ริมถนนแนะนำตัวผ่านทางประติมากรรมจากเครื่องทองเหลืองอย่างทรอมโบนและทรัมเป็ต สมกับเป็นย่านแห่งแฟชั่นที่แต่ละร้านแข่งขันในเรื่องความฮิปชิค แท้จริงแล้ว Window Display แห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปตามคอนเซปต์แต่ละช่วงเวลา ในช่วงที่เราไปเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวแบบเต็มตัว หน้าร้านจึงรีเฟรชตัวเองด้วยการใช้ความสนุกสนานของสีทองสำหรับเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี เข้ากับความนิ่งเรียบในแบบ Aesop ได้อย่างลงตัว
หรือที่ Aesop Nanxi บนถนน Zhongshan ในไทเป ประเทศไต้หวัน ย่านดีไซน์สุดชิคของวัยรุ่น ร้านสาขานี้จึงหยิบเอาเรื่องราวมรดกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของไต้หวัน อย่างงานเฟอร์นิเจอร์ที่อ้างอิงหรือส่งอิทธิพลถึงยุคต่างๆ ของไต้หวัน ซึ่งบอกเล่าถึงความละเอียดลออของงานฝีมือแบบดั้งเดิม มาแปลความทั้งในทางตรงอย่างการหยิบเอาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นมาวางในพื้นที่ หรือการหยิบเอาแพตเทิร์นมาเป็นส่วนประดับตกแต่งแบบเงียบๆ โดยไม่รบกวนกับอัตลักษณ์โดยรวมของแบรนด์
เราเรียกว่าความสำเร็จของแบรนด์ Aesop คือการดีไซน์ให้การจดจำแบรนด์อยู่ในทุกประสาทสัมผัส ตั้งแต่สายตาที่มองเห็นความคุ้นเคยจากเส้นสาย หรือกลิ่นหอมแบบธรรมชาติที่เป็นหัวใจของโปรดักต์ ชนิดที่แค่เห็นหน้าร้านยังไม่เห็นป้ายก็รู้ว่านี่คือร้าน Aesop แน่นอน
และเราเชื่อว่า สำหรับแฟนคลับ Aesop อย่างเราหรือผู้สังเกตการณ์งานดีไซน์ ความตื่นเต้นเกิดขึ้นในทุกครั้งที่เราจะได้เห็นสาขาใหม่ๆ ของ Aesop ในแต่ละภูมิภาคของประเทศว่า จะออกมาหน้าตาเป็นแบบไหน หรือดึงเอาเอกลักษณ์อะไรของแต่ละท้องถิ่นมาใช้ในงานดีไซน์ และความท้าทายสำหรับ Aesop นั่นคือ งานดีไซน์โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์แบบ Aesop ที่เราจดจำได้จะออกมาในรูปแบบใดได้อีกบ้าง
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance