Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
บ้านไม้สำเร็จรูป ที่สามารถช่วยประหยัดระยะเวลาการก่อสร้างอีกหนึ่งรูปแบบที่พักอาศัยที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายด้วยงบประมาณที่ควบคุมได้ง่าย การก่อสร้างที่ใช้เวลาน้อยกว่าการสร้างบ้านโดยทั่วไป ด้วยโครงสร้างเหล็ก หรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีรูปแบบให้เลือกอย่างจำกัด จึงมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน
CHENhaus ผลงานการออกแบบจากเทคนิคการก่อสร้างเฉพาะตัวด้วย ”ระบบเสาคานไม้แบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม”ของ Timbercharm โดยมีจุดเริ่มต้นจากทางเจ้าของบ้านที่มีความชื่นชอบ และความประทับใจต่อผลงานการออกแบบของทีม Timbercham ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านไม้ที่มีการใช้โครงสร้างไม้แบบญี่ปุ่น บวกกับความต้องการพื้นที่ใช้สอยสำหรับผู้อยู่อาศัย 3 คน อย่างคุณพ่อคุณแม่วัยเกษียณ และลูกสาววัยทำงานที่คอยดูแลครอบครัวไปด้วย
จึงกลายมาเป็นบ้านที่มีแนวคิดที่แตกต่างออกไป ด้วยวิธีการเลือกใช้วัสดุอย่างไม้ญี่ปุ่นมาต่อยอด พร้อมการออกแบบที่พัฒนามาจากระบบบ้านโบราณของญี่ปุ่น เช่น พื้นบ้านที่ถูกยกสูงขึ้น พื้นที่ภายในที่ถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ว่างพร้อมให้แสงและอากาศสามารถผ่านเข้าไปได้ ซึ่งเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อกันมา
พร้อมเทคนิคเข้าไม้แบบญี่ปุ่นยังเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างไม้ เพราะเป็นการเข้าไม้แบบไม่ต้องใช้ตะปูหรือกาว ใช้การตัดไม่เป็นชิ้นๆ นำมาประกอบกันทำให้แนบสนิทราวกับเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก และถือเป็น “งานศิลปะและการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบเดิม” อีกด้วย
ส่วนสำคัญของบ้านทั้งหมดถูกสร้างด้วยไม้ฮิโนกิทั้งหลัง และผสมผสานกับวัสดุร่วมสมัยที่ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานอย่าง#หลังคา จากแผ่นเมทัลชีท #COLORBONDsteel สี Posh Grey ของ (BlueScope) บลูสโคป ด้วยสีสันและรูปสัมผัสที่เติมเต็มกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น โดยเลือกลอนแบบ Seamless แบบซ่อนสกรู ที่นอกจากลุคที่ดูเรียบหรู ยังเป็นแบบที่ตัดปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมได้อย่างดี
ด้วยแนวคิดของ Timbercharm ร่วมกับการออกแบบที่ตอบโจทย์ฟังก์ชัน การใช้งานจริงของผู้ใช้งาน พร้อมปรับแต่งพื้นที่การใช้งาน แต่งเติมเอกลักษณ์ วิถีชีวิตไทย และความงดงามแบบญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดเป็นบ้านไม้ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ และความแตกต่าง
เทคนิคการออกแบบ นำมาสู่บ้านที่ไม่มีใครเหมือน
เทคนิคและการออกแบบนำมาสู่บ้านที่มีความร่วมสมัยอย่างไม่มีใครเหมือน ด้วยรูปทรงของอาคารที่ไร้กาลเวลา และเอกลักษณ์สำคัญของ Timbercharm ในทุกงานออกแบบของบ้านทุกหลัง ซึ่งประกอบไปด้วย
1. จิตวิญญาณของไม้ญี่ปุ่น ด้วยไม้ฮิโนกิทุกท่อน และเทคนิคการเข้าไม้ทุกจุดของ Timbercham ที่มีการผลิตมาจากรากเหง้าวัฒนธรรม นับพันปีจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง อีกทั้งด้วยคุณสมบัติของไม้ฮิโนกิ ที่ไม่บิดตัวเมื่อเจอความชื้น และไม้ฮิโนกิยังมีรูปแบบ ของการใช้งานที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม ด้วยวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีของชาวญี่ปุ่น ที่มีการปลูกไม้ทดแทนขึ้นใหม่ ตามจำนวนของต้นที่ถูกตัดทิ้งไป
2. ตัวตนของคนไทย ด้วยการเข้าใจถึงสภาพอากาศ ภูมิประเทศที่ตั้ง และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศไทยที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย เหมาะกับการใช้ชีวิตทุกวัยของครอบครัว
3. ความทันสมัยของสถาปัตยกรรมฝั่งตะวันตก ที่ว่าด้วยเรื่องของการเติมแต่งวัสดุสมัยใหม่ที่ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานอย่างเหมาะสม ช่วยส่งเสริมคุณภาพ และภาพลักษณ์ของอาคารอย่างลงตัว
แตกต่าง แต่ลงตัว ภายใต้ความงามจากแนวคิดร่วมสมัย
#หลังคาเมทัลชีท วัสดุร่วมสมัยที่ทีมสถาปนิกเลือกนำมาใช้คู่กับตัวไม้ฮิโนกิ ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม และสีเอิร์ธโทนที่เข้ากับบริบทรอบตัวบ้าน นำมาสู่การออกแบบที่พักอาศัยภายใต้บรรยากาศกลิ่นอายสไตล์บ้านญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์ของบ้านหลังนี้ที่ถูกออกแบบ และเลือกสรรวัสดุที่มีความถ่อมตนจากแผ่นหลังคาเมทัลชีท #COLORBOND® steel สี Posh Grey เฉดสีเอิร์ธโทนที่มอบความรู้สึกเรียบง่าย ลงตัวเข้ากับไม้ฮิโนกิซึ่งเป็นวัสดุหลักของบ้านหลังนี้ และการเลือกใช้รูปลอนแบบ seamless ซ่อนสกรู ทำให้ดูไร้รอยต่อและป้องกันปัญหาเรื่องรั่วซึม ทำให้ #Chenhaus เป็นบ้านไม้ญี่ปุ่นที่ดูพรีเมียม และทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าบ้านไม้โดยทั่วไป และมีเสน่ห์ลงตัว ในแบบฉบับของบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัย
ซึ่งนอกจากเรื่องของความสวยงามแล้ว ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบยังใส่เทคนิคการออกแบบหลังคาให้มีโถงหลังคาที่สูง ซึ่งทำให้เกิดระยะห่างของการวางแผ่นเมทัลชีท กับพื้นที่อยู่อาศัยที่มากขึ้น เพื่อให้ช่วยลดเสียงจากฝนน้อยลงไปด้วย รวมถึงการติดตั้งฝ้าเพดานซึ่งสามารถช่วยป้องกันเสียงในยามฝนตก และลดอุณหภูมิในหน้าร้อนได้
บ้าน สถานที่พักผ่อน ที่ต้องการความเงียบสงบ
พื้นที่ภายในของบ้านหลังนี้ ได้ถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่หลัก 3 ส่วนซึ่งประกอบไปด้วย
ส่วนที่ 1 (พื้นที่ส่วนกลาง) ที่สามารถเปิดถึงกันได้อย่างต่อเนื่องแบบ Open Space เพื่อให้เกิดประโยชน์การใช้งานสูงสุดในการประกอบกิจกรรมร่วมกันของผู้อยู่อาศัย อย่าง ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียงหลังบ้าน
ส่วนที่ 2 (พื้นที่พักผ่อน) ที่ประกอบไปด้วยห้องนอนของคุณแม่ ระเบียงส่วนตัว และห้องน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับรถเข็น และอุปกรณ์ช่วยเหลือในอนาคต
ส่วนที่ 3 (พื้นที่พักผ่อน) พื้นที่ของลูกสาวคนเล็ก ได้แก่ห้องนอน และห้องน้ำส่วนตัว โดยห้องนอนทั้งสองได้มีการวางตำแหน่งแยกกันในคนละปีกของตัวบ้านเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้อยู่อาศัย แต่ยังสามารถเข้าถึงกันได้อย่างรวดเร็ว
เดิมทีทางเจ้าของบ้าน ได้เล่าถึงความชอบและต้องการให้มีพื้นใช้สอยภายในบ้าน เช่น ระเบียงชานแบบกว้าง ทางทีมสถาปนิกผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบให้พื้นที่ส่วนนี้เกิดประโยชน์สูงสุด สู่ระเบียงกึ่งในร่มบริเวณหน้าโถงทางเข้าบ้าน โดยที่เหล่าสมาชิกภายในครอบครัว และแขกผู้มาเยือนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างอบอุ่น ในส่วนของผนังด้านทิศตะวันตกได้ถูกออกแบบเป็นระแนงไม้ฮิโนกิ ที่ทำหน้าที่แสดงตัวตนของบ้านขึ้นมาเพื่อกรองแสงแดดในยามบ่าย ที่จะช่วยลดความร้อนให้แก่ตัวบ้าน และสามารถรับลมที่พัดผ่าน จากทิศตะวันตกเฉียงได้สะดวก
บ้านที่เตรียมความพร้อม สำหรับสภาพอากาศทุกประเภท
ด้วยคุณสมบัติของไม้ฮิโนกิที่มีการเจริญเติบโตของไม้อย่างรวดเร็ว และมีลายไม้เป็นเส้นตรงทำให้ไม้ฮิโนกิไม่เกิดการบิดตัว และมีน้ำหนักเบาทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง เพียงแค่ประกอบด้วยรางลิ้นจากนั้นจึงทำการยึดด้วยตะปู หรือสกรูลงไปที่ด้านข้างของไม้ เพื่อทำให้เกิดความเนี้ยบ และดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ช่างญี่ปุ่นใช้
อีกทั้งทางทีมสถาปนิกผู้ออกแบบได้ผสมผสาน และเลือกสรรวัสดุที่เหมาะสมพร้อมรับกับสภาพอากาศของประเทศไทย ทั้งตัวไม้ฮิโนกิที่มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานกว่าไม้ทั่วไป และเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาอย่าง เมทัลชีท #COLORBOND® Steel จาก #BlueScope เพราะคุณสมบัติด้านสีและผิวสัมผัส ที่เข้ากันได้ดีกับวัสดุไม้ และความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ทนแดด และทนฝน รวมกันลมพายุของประเทศไทยเช่นกัน อีกทั้งยังมีเทคนิคการออกแบบหลังคา ด้วยโถงหลังคาสูงเพื่อสร้างระยะห่างระหว่างพื้นที่หลังคาและพื้นที่ใช้งานทำให้สามารถลดเสียงจากในยามฝนตก และลดอุณหภูมิให้แก่พื้นที่ภายในบ้านได้
#CHENhaus ผลงานการออกแบบจาก #Timbercharm จึงกลายเป็นบ้านไม้ญี่ปุ่นที่มีแนวคิดที่แตกต่างออกไปจากบ้านไม้ทั่วไป และพื้นที่ภายในที่ถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ว่างให้แสง และอากาศสามารถผ่านเข้าไปได้ เปรียบเหมือนกับงานศิลปะ เป็นการเข้าไม้แบบญี่ปุ่น มาจากองค์ความรู้ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างไม้ และถือเป็น “การคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบดั่งเดิม” ที่ดัดแปลงให้เข้ากับสภาพอากาศของโลกยุคปัจจุบัน
Project Name : CHENhaus
Location: Pak Chong
Architect & Interior : ภาณุวัฒน์ ว.เพียรพิทย์
Dream delivery: ทีมงาน Timbercharm
Area : 120sq.m.
Photographs: Timbercharm
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance