KAAN RESTUARANT
ร้านอาหารริมแม่น้ำแคว ที่ให้ความเคารพแม่น้ำและธรรมชาติ
ผ่านกำแพงหินสีน้ำผึ้ง

ในอดีตบ้านของผู้คนจะหันหน้าไปหาแม่น้ำเสมอ เพราะพาหนะหลักที่ใช้เดินทางคือเรือ และสนามหน้าบ้านในสมัยนั้นก็จะเป็นท่าเรือแทน นี่คือวิถีชีวิตริมแม่น้ำแคว แต่เมื่อเวลาผ่านไป การสัญจรก็ถูกเปลี่ยนเป็นมีผู้ใช้รถมากกว่าใช้เรือ หรือแพ อาคารหลังนี้จึงมีการเข้าถึง (Approach) หลักให้กับทั้งสองด้านของร้านอาหาร เพราะหน้าที่ของร้าน KAAN RESTAURANT เปรียบเหมือนทั้งห้องรับรองแขก และห้องทานข้าวไปด้วยกัน ซึ่งออกแบบโดย PHTAA ที่เราคุ้นเคยกันนี่เอง

Blend in context

กลมกลืนไปกับบริบทด้วยวัสดุพื้นถิ่น 

 

ริมแม่น้ําเป็นจุดที่นักออกแบบต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพราะมีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ หรือการพัฒนาเชิงพื้นที่ใช้สอยให้ได้รับวิวที่ดีที่สุด โดยเราได้เห็นความพยายามของสถาปนิกในการสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น

ด้วยการออกแบบอาคารให้เตี้ยลงและกลมกลืนกับบริบทของธรรมชาติ เพื่อไม่ให้กีดขวางทัศนียภาพริมน้ำ แต่ก็ยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ริมน้ำอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกิจกรรมนันทนาการ ช่น ล่องแพ พายเรือ ที่จะช่วยเชื่อมโยงกับกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ได้อย่างลงตัว

 

นอกจากนี้ การใช้วัสดุธรรมชาติที่มีความแข็งแรง เช่น หินแม่น้ำสีน้ำผึ้ง ยังช่วยเสริมความทนทานให้กับโครงสร้างและการออกแบบ โดยไม่ต้องเสียสละความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้  อีกทั้งหินกรวดแม่น้ำสีน้ำผึ้งมีความคงทนมากกว่า ทำให้น้ำซึมเข้าไปได้ยาก อีกทั้งยังเป็นหินแร่สำคัญที่มีสีเฉพาะตัวที่ขุดขึ้นมาโดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี สร้างความกลมกลืน กับธรรมชาติรอบตัวนั่นเอง

 

โดยรวมแล้ว การออกแบบที่ลงตัวและกลมกลืนกับบริบท จะช่วยให้พื้นที่ริมน้ำนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในเชิงการใช้งานและการรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ อันจะส่งผลดีต่อชุมชนในระยะยาว

 

Retaining wall

กำแพงกันดินที่มากกว่า

 “เนื่องจากระดับพื้นดินและแม่น้ำต่างกันประมาณ 3 เมตร การทำกำแพงกันดินจึงมีความสำคัญในการช่วยให้ตลิ่งไม่ถูกน้ำกัดเซาะเมื่อเวลาผ่านไป และยังช่วยรองรับน้ำหนักของอาคารหลักด้วย” สถาปนิกกล่าว

เขาได้สร้างพื้นที่โดยรอบริมฝั่งแม่น้ำให้อยู่ในระดับผิวน้ำเพื่อใช้เป็นท่าเทียบเรือ ท่าแพ และกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เหมือนที่กล่าวไป เพื่อรักษากิจกรรมท้องถิ่นที่สำคัญริมแม่น้ำแคว และยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกใช้วัสดุในท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ เช่น ใช้กรวดแม่น้ำสีน้ำผึ้งขนาดเท่ากำปั้นแทนวัสดุเทียมที่ใช้กันทั่วไปในพื้นที่ 

 

ในการสร้างกำแพงกันดิน สาเหตุหลักคือใช้ป้องกันการพังทลายของดิน ให้ริมน้ำมีความทนทานมากเป็นพิเศษ สร้างขึ้นมาเพื่อต้านแรงดันของมวลดิน โคลนและน้ำ ในพื้นที่ที่มีความลาดชันและระดับดินที่ต่างกัน และกำแพงดินยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารด้วย 

ในส่วนของตัวอาคาร ผู้ออกแบบพยายามลดหลังคาของอาคารให้สูงไม่สูงกว่าแนวต้นไม้โดยรอบเพื่อให้กลมกลืนกับบริบท ส่งผลให้พื้นที่ระเบียงยื่นออกมาจากแนวหลังคาเพื่อใช้เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร . อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สังเกตการณ์ริมแม่น้ำแควใหญ่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ตลอดทางไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ขยายเรื่องหลังคาให้มากขึ้น

 

The Building Approach

เข้าอาคารอย่างไรให้น่าจดจำ

การเข้าถึงพื้นที่ในโครงการนี้จากทางเท้ามีความสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเข้าถึงจากทางรถยนต์ ผู้ใช้งานจะได้เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

การเดินผ่านพื้นที่ภูมิทัศน์จะทำให้ผู้เข้ามาได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของโครงการ การจัดวางทางเดินแบบนี้จะช่วยให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร

ในส่วนของการเข้าสู่ตัวอาคาร จะมีลักษณะเป็นอุโมงค์ที่ค่อยๆ นำผู้คนจากภายนอกสู่ภายใน ซึ่งจะช่วยสร้างความต่อเนื่องและความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน ทำให้ผู้เข้าใช้งานรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกันของพื้นที่ทั้งหมด

 

ในส่วนของพื้นที่ภายในนี้ จะมีการนำเสาไม้จากบ้านเก่ามาแปรรูปเป็นรูปทรงวงกลมต่างๆ เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งผนัง ซึ่งจะสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ คล้ายกับการนำเอาต้นไม้มาสร้างเป็นผนังแบบธรรมชาติ

ทั้งนี้ การผสมผสานระหว่างวัสดุดั้งเดิมและการออกแบบแบบสมัยใหม่ในพื้นที่ภายในนี้ จะช่วยสร้างมิติและบรรยากาศที่อบอุ่น เชื่อมโยงกับธรรมชาติ แต่ก็ยังคงความทันสมัยอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของพื้นที่นี้

 

สถาปนิกเลือกใช้ไม้ที่สามารถทำเป็นระแนงที่สามารถให้แดดผ่านได้ ซึ่งจะช่วยให้แสงสว่างสามารถส่องผ่านเข้ามาภายในพื้นที่ได้อย่างพอดี โดยไม่ทำให้พื้นที่ภายในดูมืดมนหรือแออัดจนเกินไป นอกจากนั้นยังเพื่อให้พื้นที่ภายในร้านกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างมากที่สุด แทนที่จะเด่นเกินไปหรือสร้างความเป็นส่วนตัวมากจนเกินไป

 

สถาปนิกพยายามออกแบบให้สถาปัตยกรรมเหล่านี้ดูเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยเลือกใช้วัสดุที่เข้ากับบริบทรอบๆ และพยายามทำให้มีขนาดเล็กลงเพื่อไม่ให้ดูโดดเด่นเกินไป เราเรียกว่า “เคารพธรรมชาติ” คือการออกแบบให้สิ่งก่อสร้างนั้นกลมกลืนและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

 

Project name : KAAN RESTUARANT

Project address : Tha Ma Kham, Mueang Kanchanaburi District, Kanchanaburi 71000 Thailand

Area : 800 sqm.

Architect / interior / Landscape : PHTAA

Photo credit : Kukkong Thirathomrongkiat

Writer
Picture of Prawpisut Tiangphonkrang

Prawpisut Tiangphonkrang

From the River to the Sea, Palestine will be Free !

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading