Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ในสายตาของชาวโลก เชื่อได้เหลือเกินว่าภาพของท้องทะเลสีฟ้าครามคงเป็นภาพแรกๆที่ใครหลายคนนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อประเทศไทย ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีเขตติดต่อกับทั้งชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเป็นแนวยาวตลอดด้ามขวาน สำนึกหน้าที่จึงถูกปลูกฝังในใจเราอยู่กลายๆว่าการอนุรักษ์หวนแหนธรรมชาติทางทะเลนั้นเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชาวสยามประเทศทุกคน
สำหรับน้องโบว์ลิ่ง ภัณฑิรา บุญประภากร สายน้อยบัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งชื่นชอบความสวยงามแปลกตาของเหล่าปลาน้อยใหญ่ใต้ท้องทะเลเป็นชีวิตจิตใจแล้ว เมื่อถึงคราวต้องทำวิทยาพนธ์ในชั้นปีสุดท้าย เธอจึงสร้างสรรค์ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center ศูนย์จัดแสดงและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเลสงขลา ขึ้นมาเป็นหัวข้อสำหรับธีสิสก่อนจบของเธอนั่นเอง
นอกจากแพสชั่นส่วนตัวที่มีต่อโลกใต้สมุทรแล้ว โบว์ลิ่งยังมีเหตุผลระดับสังคมที่คอยซัพพอร์ตการสร้างโครงการของเธออีกมากมายหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการเล็งเห็นปัญหาการเกยตื้นของสัตว์น้ำที่เกิดจากกิจกรรมน้ำมือมนุษย์ หรือแผนแม่บทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการจัดการให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีคุณค่ามากที่สุด
เหตุทั้งหมดที่กล่าวถึงไปเมื่อข้างต้นนี้ นำมาสู่วัตถุประสงค์ในการสร้างโครงการขึ้นมาทั้งหมดสามข้อหลักๆ ได้แก่
1.เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องของสัตว์ทะเล
2.เพื่อรักษาและฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล
3.เพื่อเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์และให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในยามเจ็บป่วย
เริ่มต้นทำความรู้จักกับโครงการ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center กันจากสถานที่ตั้งที่โบว์ลิ่งเลือกมาเป็นอย่างดีกันก่อนเป็นประการแรก เธอบอกกับเราว่าสาเหตุที่ปักหมุดไว้ยังจังหวัดสงขลานั้นเป็นเพราะมีเขตติดต่อกับท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย สำหรับโครงการประเภทเดียวกันนี้ทางฝั่งอันดามันนั้นมีอยู่ ณ จังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว โบว์ลิ่งจึงอยากเติมเต็มประโยชน์ให้อีกหนึ่งชายฝั่งที่เหลือของประเทศเราดูบ้าง
และที่เหนือไปกว่านั้น ปัจจุบันที่สงขลายังมีศูนย์วิจัยทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเปิดทำการอยู่แล้ว ซึ่งโบว์ลิ่งมองไกลไปว่าในอนาคตโครงการของเธออาจสามารถร่วมพันธกิจกับศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทำเลที่เธอเลือกจึงเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนติณสูลานนท์ เคียงข้างกับศูนย์วิจัย และรายล้อมไปด้วยย่านสถานศึกษา ย่านชุมชน และย่านที่ทำการราชการนั่นเอง
ขยับเข้ามาดูโปรแกรมกันต่อ โดยหลักแล้วโบว์ลิ่งจัดแบ่งโปรแกรมๆใหญ่ๆออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดง หรือ Aquarium Exhibition ซึ่งเป็นส่วนเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม และปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม ต่อมาคือส่วนสำหรับการเพาะพันธุ์ หรือ Reproduction มีเป้าหมายเพื่อเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรคืนสู่ท้องทะเล และท้ายสุดก็คือส่วนของการรักษาและฟื้นฟู หรือ Emergency and Rehabilitation โดยมีเป้าหมายในการจัดการด้านเวชศาสตร์สำหรับสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมและเต่าทะเลเป็นหลัก ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตนั่นเอง
หากเรามาลงลึกกันอีกนิดถึงเรื่องการจัดวางโปรแกรมต่างๆในโครางการ แน่นอนว่าโซนพระเอกอย่าง Aquarium Exhibition นั้นจะถูกจัดแสดงไว้บริเวณตรงกลาง รายล้อมไปด้วย canteen ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน บริเวณโชว์ปลาโลมา รวมถึงศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเล
อีกส่วนสำคัญที่ทำให้การออกแบบอควาเรียมแตกต่างจากอาคารประเภทอื่นๆไปโดยสิ้นเชิงนั้นน่าจะอยู่ที่โซน service ซึ่งสำหรับโครงการนี้ โบว์ลิ่งจัดวางโซนนี้ไว้บนชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร ซึ่งจะเป็นส่วนที่ใช้ service แทงค์ใหญ่จากทางด้านบน ในบริเวณนี้ถูกออกแบบให้มีแม้กระทั่ง circulation สำหรับลำเลียงสัตว์น้ำขนาดใหญ่ด้วยเครนไว้อย่างดีเลยทีเดียว
สำหรับรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาของตัวอาคารนั้น ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sea Life in a Whole New Live” ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม โบว์ลิ่งมีแนวคิดในการขึ้นฟอร์มตามลักษณะจำเพาะของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ โดยก่อนจะออกมาเป็นอาคารหน้าตาสวยงามที่เราได้เห็นกันนี้ โบว์ลิ่งได้ไล่ศึกษารูปร่างของสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในแต่ละสปีชี่มาจนครบเลยทีเดียว และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหยิบเอา Manta Ray หรือปลากระเบนแมนตาขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Mass Development เนื่องจากกระเบนชนิดนี้มีรูปร่างที่เอื้ออำนวยต่อการออกแบบให้รองรับกับฟังก์ชั่นต่างๆที่ถูกลิสต์ไว้เป็นอย่างดีนั่นเอง
สำหรับเราแล้ววิทยานิพนธ์ชิ้นนี้เป็นอีกชิ้นหนึ่งที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจได้มากที่สุด ไม่ว่าจะในแง่มุมของความสวยงาม ประโยชน์ใช้สอย โครงสร้าง หรืองานระบบ โบว์ลิ่งล้วนออกแบบมาอย่างละเมียดละไมและคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของสัตว์ทุกตัวภายในโครงการอย่างจริงจัง และเราเชื่อเหลือเกินว่าโครงการสำหรับเพื่อนร่วมโลกหลากหลายสายพันธุ์เช่นนี้จะช่วยยกระดับอัตราการตระหนักรู้และการรักษาสิ่งที่ธรรมชาติสรรสร้างในเขตดินแดนของเราให้สูงขึ้นอีกมาก
Designer: ภัณฑิรา บุญประภากร (phanthirabppk@gmail.com)
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance