Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
หากให้ลองจินตนาการถึง Sense of Place ของ ถนนเยาวราช ภาพจำแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวของคุณคือภาพอะไร ถ้าเป็นตอนนี้คงหนีไม่พ้น ภาพมุมสูงของถนนเยาวราช ที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ด้วยป้ายไฟจำนวนมากที่ถูกติดตั้งบนมุมสูงของอาคาร อวดโฉมกับราวกับการแข่งขัน ตั้งแต่ภัตตาคารร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว ไปจนถึงห้างทอง ที่ปรากฏขึ้นใน MV เพลง Rockstar – Lisa ด้วยบรรยากาศและภาพจำที่คุ้นเคยของชาวไทย และนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมา
สถานที่แห่งนี้
วันนี้ Dsign Somethimg ขอพาร่วมหาคำตอบว่าแท้จริงแล้ว Sense of Place ของเยาวราช เป็นเพียงความงามโดยตั้งใจ หรือแค่บังเอิญ ผ่านมุมมองจากบทสนทนาของ Urban Designer ทั้ง 2 ท่านจาก Urban Ally
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ์ (อ.พี) ผู้อำนวยการ (รักษาการ) ศูนย์มิตรเมือง (Urban Ally) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ คุณปิยา ลิ้มปิติ (ไอ๋) รองผู้อำนวยการ ศูนย์มิตรเมือง (Urban Ally) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เยาวราช ถนนแห่งเรื่องราว และกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลง
หากให้เล่าถึงประวัติของย่านเยาวราช เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจนึกภาพตามได้ไม่ยากด้วยความที่ย่านเยาวราชนั้นเป็นย่านที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการค้า และวัฒนธรรมจีนอย่างที่หลาย ๆ คนทราบ หาพูดถึงย่านเยาวราชอาจต้องกล่าวถึงย่านที่มีความเชื่อมโยงด้วยอย่าง สำเพ็งชุมชนค้าขายเก่าของชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากจากเมืองจีนในพื้นที่ สู่การตัดถนน ตรอกซอย จากเดิมทีที่มีการใช้รูปแบบของการคมนาคม การขนส่งโดยเรือ โดยนำมาสู่การตัดถนนเยาวราชในช่วงยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 ที่มีการนำอิทธิพลตะวันตกเข้ามาทำให้ถนน และการเดินทางที่เปลี่ยนรูปแบบไปทำให้เกิดการเชื่อมต่อด้วยแบบรูปของแกนถนนจากทิศตะวันตก ไปทิศตะวันออก ที่ตัดกันเป็น (Grid) กริด
ทำให้เกิดขึ้นเป็นย่านของชุมชนชาวจีนที่อยู่อาศัย และทำการค้าขายมาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นภาพอย่างที่ทุกคนคุ้นตาอย่างย่านที่เรียกว่า “China Town ” ที่มีอัตลักษณ์ค่อนข้างชัดเจน และผ่านระยะเวลาของความเปลี่ยนแปลงมาอย่างเรื่อย ๆ จนมาสู่ในยุคสมัยปัจจุบันเมื่อย่านเยาวราชไม่เป็นเพียงที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว
Sense of place จากแนวป้ายไฟที่เรียงตัวบนท้องถนน ภาพจำแรกที่ใคร ๆ ก็นึกถึง
ในมุมของหลาย ๆ คนเชื่อว่าหากถามถึง Sense of place ของเยาวราชที่เกิดขึ้นภาพแรกที่คิดถึงคงหนีไม่พ้นความสวยงามของแสงไฟจาก ป้ายหน้าร้านที่ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่นในถนนเยาวราช ที่ถูกออกแบบขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญ และมีบทบาทในการสื่อสาร ดึงดูดความสนใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า บริการอีกทั้งยังมีผลต่อการสร้างทัศนคติการนำเสนอภาพลักษณ์ของร้านค้าในเชิงพาณิชย์ด้วยตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายการค้า ที่บางป้ายมีข้อความมากถึง 3 ภาษา เพื่อเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา
คุณไอ๋ ปิยา ลิ้มปิติ :
จริง ๆ ต้องขอออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่คนเมืองเก่า แต่ว่าด้วยเนื่องจากมีสตูดิโอออกแบบในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ศึกษาในพื้นที่ของย่านเยาวราชมาเป็นเวลาต่อเนื่อง ทำให้เราได้มองเห็นย่านเยาวราชแห่งนี้ผ่านการวิเคราะห์ที่เกิดขึ้นภายในสตูดิโอถึงรูปแบบของเมือง โครงสร้างของเมือง รูปแบบอาคาร ร่วมถึงสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ ซึ่งคิดว่าทำให้เราสามารถมองเห็นมุมมองพื้นที่จากส่วนนั้น มากกว่ามุมมองของผู้อยู่อาศัยค่ะ
เราจะมองผ่านมุมของ Placemaking ละกันเนอะ คือองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดถิ่นที่ขึ้นซึ่งตามแนวคิดจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบอย่าง การเข้าถึง การเชื่อมโยง การใช้ประโยชน์ ภาพจำอัตลักษณ์ และความคุ้นเคย คิดว่าในความเป็น Place เนี้ยย่านเยาวราชมีองค์ประกอบที่ค่อนข้างครบเนอะ แต่ว่าภาพลักษณ์ของเยาวราชที่ผ่านมา เรามองว่าภาพรวมของย่านหน้าตาอาจไม่ได้ดูเปลี่ยนไปมา และการเข้าถึงที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นกิจกรรมการใช้งานภายในพื้นที่ที่มีความต่างออกไปจากเดิมที่มีการรองรับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้ Use ภายในพื้นที่มันเปลี่ยนซึ่งทำให้ความคุ้นเคยของพื้นที่แบบเดิม ๆ มันเปลี่ยนไปด้วย เลยทำให้คิดว่า Sense of place ที่ยังมีองค์ประกอบอยู่ครบแต่เพิ่ม ๆ ลด ๆ ตามระยะทางมา
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ (อ.พี) :
Place มันไม่ได้พูดถึงแค่กายภาพ มันพูดถึงกิจกรรม ความจดจำได้ว่าอัตลักษณ์มันคืออะไร เราจึงไม่ได้อยากจะพูดถึงแค่ว่ามันคือภาพของป้ายไฟ หรืออะไร แต่สิ่งที่เยาวราชจะสื่อสารมันคือ Place ที่เกิดจากการรับรู้ ความคุ้นเคยต่อพื้นที่มากกว่า
คิดว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ถนนเยาวราช ถูกหยิกยกมาเป็นสถานที่ประกอบการถ่ายทำ MV เพลงดังระดับโลก ?
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ (อ.พี) :
อาจารย์คิดว่าเขาไม่ได้เลือกที่จะถ่ายทำในย่านนี้เพียงเพราะมันเป็นป้ายไฟที่สวย แต่มันกำลังมี Meaning อะไรบางอย่างที่อาจจะเล่าว่า ย่านเยาวราชอาจเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มันมีความ lively พื้นที่ที่มีกิจกรรมหลากหลาย หรือพื้นที่ที่ทุกคนจดจำได้หรือปล่าถึงความเป็นเยาวราช ที่ไม่ใช่แค่ป้ายเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรามองอาจเป็นเพียง Visual แต่ว่า Identity ของ Place มันเป็นความรู้สึกจดจำได้ในหลาย ๆ มิติด้วย
ถ้าให้ลองเดาใจเขาว่าทำไมเขาถึงเลือกย่านเยาวราชในการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ ถ้าเราตอบแบบกันเองก็คิดว่ามันคงเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่คนจะเข้าใจได้ง่ายในทั่วโลก มันเป็นตัวแทนของคนต่างถิ่นที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่อื่น และมีพื้นที่ที่แสดงตัวตนของเขาออกมา Represent Culture บางอย่างออกมาแทนที่จะไปพูดถึงวัด ที่อาจตรงไปตรงมามากเกินไปซึ่งมันอาจจะจำกัดแค่ความเป็นไทยเท่านั้น แต่เขาอาจเลือกที่จะพูดถึงสิ่งที่สากลที่คนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น คิดว่าถ้าให้เดาเราคงเดาออกมาเป็นแนวนั้น
คุณไอ๋ ปิยา ลิ้มปิติ :
เรามองว่าความเป็น China Town มันทำให้คนรู้สึก Relate ได้ หลายเมืองต่าง ๆ ก็มี China Town ซึ่งมันจะเป็นพื้นที่ของชาวเอเชีย ไม่ใช่เป็นแค่พื้นที่ของชาวจีนเท่านั้น ซึ่งมันจะมีความ Asian ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันมีความใกล้กับเรามากกว่า คล้ายกับการเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่หนึ่งที่ถึงแม้จะต่างวัฒนธรรมก็สามารถอยู่ร่วมกันได้
ถนนเยาวราชถือว่า Success ไหม ในความเป็นเมือง ?
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ (อ.พี) :
คือในเชิงโครงข่าย เยาวราชก็ถือเป็นถนนที่สำคัญมาก ๆ เนอะขนานไปกับเจริญกรุงด้วยแล้วก็ไปบรรจบกัน ซึ่งเป็นถนนที่ต้องถูกผ่าน ถูกใช้งานในระดับเมือง ระดับของย่านได้ดีมาก ๆ เมื่อมันมีการสัญจรมากจึงเกิดขึ้นเป็นกิจกรรมที่มาเกาะ อาศัยการเคลื่อนที่ของคุณที่ผ่านไปมา และก็เป็นจุดหมายที่คนเข้ามาทำกิจกรรมได้ง่าย จริง ๆ ปัญหาเรื่องรถติดมันไม่ใช่ปัญหาแค่ที่ว่าคนมาเยอะจึงทำให้รถติด แต่มันคือปัญหาในเชิงโครงข่ายภาพรวมของทาง กรุงเทพมหานครฯ ที่มีทางเลือกในเส้นทางการสัญจรบนถนนสำคัญ ๆ ไม่ได้มีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะไปไหนมาไหนก็จำเป็นต้องใช้งานผ่านถนนเส้นหลักที่พวกเราพอจะเห็นไม่กี่เส้นนี้แหละ มันก็เลยทำให้มีปริมาณการสัญจรที่สูง
คุณไอ๋ ปิยา ลิ้มปิติ :
เรามองว่ากระบวนการการเป็นเมือง มันค่อย ๆ โต เหมือนกับแต่ก่อนที่ชุมชนยังไม่หนาแน่นมากก็มีถนนแค่ไม่กี่เส้น พอถนนเริ่มมีความหนาแน่นมากขึ้นก็เริ่มมีการปรับขยายถนน ตรอก ซอกซอย ก็คือเป็น Process ของการเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ มันคล้ายกับว่าเมืองก็ต้องโตเพื่อรองรับการประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าถามว่าพื้นที่ของย่านนี้ Success ไหมก็ต้องบอกว่าการที่พยุงเยาวราชมาถึง ณ ปัจจุบันในความเป็นย่านธุรกิจมันยังคงบทบาทนั้นอยู่ ในการเป็นย่านค้าขาย เศรษฐกิจยังคึกคักอย่างน้อยอันนี้ถือว่าตอบบทบาทของย่านในการเป็นพื้นที่ค้าขาย
คิดว่าในอีก 30 ปีข้างน้าถนนเส้นนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน ?
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ (อ.พี) :
สำหรับอาจารย์อย่างที่บอกตอนแรกว่า เรามอง China Town แค่ตัวถนนเยาวราชไม่ได้เราต้องมองไปถึงสำเพ็งที่มันอยู่ร่วมกันไปด้วย คือฟากหนึ่งมันเป็นพื้นที่ค้าขายสินค้า ในขณะที่อีกฟากหนึ่งเป็นพื้นที่ค้าขายอาหารการกิน ที่รองรับกลุ่มคนที่อยู่ภายในพื้นที่นั้นในสมัยก่อน ซึ่งในปัจจุบันนี้มันไม่ได้รองรับแค่คนกลุ่มนั้นแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว พร้อมกับมีธุรกิจจำนวนมากที่เข้ามาเปิดจำนวนมากทำให้ Quality ของสินค้าความเป็น Authentic ของของมันก็เปลี่ยนไป โดยเราไม่ได้บอกว่าอะไรดีไม่ดี แต่หมายความถึงของที่อยู่ตรงนั้นมันเปลี่ยนไปแล้ว มันอาจจะไม่ได้เป็นอัตลักษณ์เดิม ๆ อย่างที่เราเข้าใจ
คุณไอ๋ ปิยา ลิ้มปิติ :
ถ้าเรามองว่า 30 ปีข้างหน้าของเยาวราชจะเป็นอย่างไร ก็ให้ลองมองย้อนกลับไปว่า 30 ที่ผ่านมาของเยาวราชเป็นอย่างไรบ้าง เรามองว่า 30 ปีเยาวราชเปลี่ยนจากพื้นที่ที่รองรับครอบครัว กลายเป็นพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว มีการเปลี่ยนผู้ใช้งานในพื้นที่ เปลี่ยนธุรกิจในพื้นที่ เราก็มองว่า 30 ปีข้างหน้ามันก็ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนของเศรษฐกิจ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ถ้าสมมุติจะเน้นการผลักดันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุด ๆ ไปเลยต่อไปเยาวราชอาจจะกลายเป็นย่านที่เปลือกยังคงเหมือนเดิมแต่ข้างในกลายเป็น Mix Culture ไปหมดเลยก็เป็นไปได้
“โดยสุดท้ายป้ายมันกลายเป็นภาพจำไปแล้ว มันกลายเป็นอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของพื้นที่ เราเลยอยากให้มองถึงการใช้งาน อยากให้มองถึงคนที่หมุนเวียนกันเข้าไปอยู่ในพื้นที่ เราก็จะเห็นภาพกิจกรรม วิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ของเยาวราชที่มันครบกว่าแค่เปลือก ถ้าทุกคนลองมองเยาวราชว่านี้คืออัตลักษณ์ของถนนที่มีป้ายอย่างเดียว มันก็จะกลายเป็นเพียงการพูดถึงคุยถึงรูปแบบทางกายภาพ โดยไม่ได้พูดถึงการใช้งานภายในพื้นที่ ”
ขอขอบคุณ :
อ.ดร. พีรียา บุญชัยพฤกษ์ (อ.พี) ผู้อำนวยการ (รักษาการ) ศูนย์มิตรเมือง (Urban Ally) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ
คุณปิยา ลิ้มปิติ (ไอ๋): รองผู้อำนวยการ ศูนย์มิตรเมือง(Urban Ally) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance