ถ้าจะมีบ้านตากอากาศสักหลัง ก็คงอยากได้บ้านที่เป็นเหมือนการตั้งแคมป์ สามารถดูวิวได้ทุกองศา อยากมีหลังคาที่ดูบางเฉียบเหมือนฟลายชีท มีเสาภายนอกที่ออกแบบเป็นเส้นตั้งเรียวเล็กคล้ายเหล็กตั้งเต้นท์ ทั้งหมดนี้อยู่ใน Sheruta 108 บ้านพักที่ออกแบบโดย INLY STUDIO องค์ประกอบที่ดูเหมือนง่ายแต่ซ่อนไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อน วันนี้เราจะพาไปสำรวจซอกมุมของบ้านหลังนี้กัน
Sheruta – Shelter
ดึงบริบทภายนอกมาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘เปลือก’ อาคาร
อาคารแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นบ้านพักตากอากาศ โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย และผังบริเวณที่โล่งโปร่ง เพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้สอยตามความต้องการของผู้พักอาศัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ระหว่างแนวเขาในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 275 ตารางเมตร
ผู้ออกแบบวางผังบ้านให้มีความเรียบง่าย มีคอร์ทไม้กลางบ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเจ้าของบ้าน ผนังกระจกของบ้านมีม่านซ้อนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว และใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดวางพื้นที่ใช้สอย
ตัวอาคารมีรั้วเหล็กโปร่งแบบเรียบง่ายล้อมรอบ เพื่อบอกขอบเขตของพื้นที่ โดยผนังกระจกของอาคารสะท้อนบริบทของทิวเขาโดยรอบ สร้างการรับรู้สภาพแวดล้อมธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากตัวอาคารแล้ว ภายนอกยังมีพื้นที่แคมป์ปิ้งสำหรับการพักผ่อนและสังสรรค์ด้วย
โดยมีแนวคิดหลักจากคำว่า “Shelter” ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นที่พักพิงสำหรับหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองมาสู่ธรรมชาติอันงดงาม
Horizon Linear
สร้างความรู้สึกเบาและลอยโดยใช้เส้นนอนในการออกแบบ
สถานที่ตั้งของบ้านหลังนี้ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและทุ่งนาของชาวบ้าน มีบ่อน้ำตามธรรมชาติอยู่ด้านข้าง ทำเลที่ตั้งเปิดโล่งกว้างขวาง เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของน้ำและขุนเขาอันสวยงามในระยะไกล ด้วยบริบทแวดล้อมดังกล่าว ทีมสถาปนิกจึงออกแบบรูปทรงของอาคารให้มีลักษณะแนวราบ เพื่อสอดรับกับพื้นที่โดยรอบที่เป็นทุ่งนาและภูเขา ไร้ซึ่งอาคารสูงใดๆ เลย
โครงสร้างของบ้านถูกยกระดับขึ้นจากพื้นดินเล็กน้อย สร้างความรู้สึกเบาสบาย ไม่หนักอึ้ง ในขณะที่หลังคายื่นยาวออกมา 3.5 เมตร เพื่อสร้างร่มเงาและพื้นที่กันฝน บ้านหลังนี้เน้นการใช้เส้นนอนเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายน่าพักผ่อน
ผนังกระจกใสของบ้านช่วยเปิดมุมมองออกสู่ธรรมชาติข้างนอก แล้วถ้าสังเกตให้ดีจะไม่มีวงกบอะลูมิเนียมเลย เพราะเขาใช้วิธีการนำเหล็กสี่เหลี่ยมขนาด 1 x 1 ซม. มาหนีบกระจกไว้แล้วให้ฝ้าวิ่งมาชนกับเหล็กเลย เพราะถ้าใช้วงกบอะลูมิเนียมก็จะทำให้เกิดเส้นทึบแนวตั้งเพิ่มขึ้นมา ซึ่งคงทำให้เส้นสายของส่วนผนังกระจกลดทอนความเป็นเส้นนอนลง
ขณะเดียวกันก็มีกำแพงรั้วและเนินดินที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แฮ้งเอ้าท์ภายนอกบ้าน ส่งเสริมการพักผ่อนในยามค่ำคืน
เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ผนังกระจกใสจะสะท้อนบรรยากาศอันงดงามของภูเขาและแสงสีส้มอมชมพูจากพระอาทิตย์ตกดิน กลายเป็นภาพวาดธรรมชาติบนผนังบ้าน ส่วนผังภายในบ้านก็ถูกออกแบบให้เปิดโล่งและมีช่องแสงจากหลังคา เพื่อปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในบ้านตลอดทั้งวัน
วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างล้วนเป็นวัสดุธรรมชาติและแท้จริง อาทิ หินก้อนจากธรรมชาติ ท่อนซุงไม้เก่าจากหมู่บ้าน ทำให้บ้านหลังนี้ดูสวยงามตามธรรมชาติ ปราศจากการแต่งเติมสิ่งประดิษฐ์เทียมเจือปน วัสดุเหล่านี้ยังทำให้บ้านดูแลง่ายและสามารถปล่อยให้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้อย่างสวยงาม
God is in the details
พระเจ้าอยู่ในรายละเอียดของหลังคาเมทัลชีท
“ครอบครัวของเรามีสมาชิก 3 คน ได้แก่ พ่อ แม่ และลูก ดังนั้นบ้านที่มี 2 ห้องนอนและ 2 ห้องน้ำจึงเพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย แต่ทุกห้องจะต้องมองเห็นวิวโดยรอบได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่ครอบครัวไม่ได้พักอาศัย เราต้องการให้สามารถเปิดบ้านหลังนี้เป็นที่พักแบบ Airbnb ได้ในอนาคต และสิ่งสำคัญคือเราต้องการให้การก่อสร้างเสร็จสิ้นโดยเร็ว” นี่คือข้อกำหนดจากเจ้าของบ้าน ดังนั้นสถาปนิกจึงเลือกใช้วิธีการก่อสร้างแบบแห้ง โดยสั่งผลิตโครงสร้างเหล็กและหลังคาจากโรงงานแล้วนำมาประกอบแบบ Knock down ที่หน้างาน เพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้างภายในระยะเวลาเพียง 3-4 เดือน
และตัวอาคารเองดึงเอาสภาพแวดล้อมในบริเวณโดยรอบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกกระจกอาคาร ผ่านการสะท้อนบริบทของทิวเขาโดยรอบ สร้างการรับรู้แนวเขาสภาพแวดล้อมให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
รูปทรงของสถาปัตยกรรมหลังนี้ มีหลังคาเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญ เป็นตัวกำหนดแนวเส้นนอนขนาดใหญ่ที่สร้างความรู้สึกเบาสบายและลอยละล่อง ทำให้โครงสร้าง วิธีการก่อสร้าง และการเลือกใช้วัสดุต้องเป็นไปตามแนวคิดนี้ ลักษณะของพื้นที่ใช้สอยจึงถูกยกระดับขึ้นเป็นแนวยาวจากพื้น มีผนังเป็นกระจกใส และมีเพียงผนังทึบบริเวณห้องน้ำเท่านั้น
เนื่องจากต้องการหลังคาที่มีความชันน้อย จึงเลือกใช้แผ่นเมทัลชีท ซึ่งเป็นวัสดุอุตสาหกรรมที่หาซื้อได้ทั่วไปในทุกภูมิภาค แต่ได้รับการพัฒนาให้สามารถติดตั้งในแนวนอนขนานไปกับพื้น โดยร่วมมือกับผู้ผลิตเมทัลชีท ทีมช่างก่อสร้าง และสถาปนิกผู้ออกแบบ เพื่อพัฒนาโปรไฟล์หลังคาเมทัลชีทแนวนอนแบบใหม่นี้ ทดลองหาความชันที่เหมาะสม รวมถึงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างและหลังเปิดใช้งานอาคารแล้ว
โดยในขณะที่หลังคาเมทัลชีททั่วไปมักจะถูกติดตั้งในแนวตั้ง แต่สำหรับบ้านหลังนี้ได้สั่งผลิตแผ่นหลังคาเมทัลชีทใหม่เพื่อให้ได้เอกลักษณ์เส้นนอนของหลังคาที่บางแต่คมชัด ประกอบกับการออกแบบให้หลังคายื่นยาวจากตัวอาคาร 3 เมตร กลายเป็นชายคาที่สร้างร่มเงาให้ผู้พักอาศัยมีพื้นที่กึ่งกลางแจ้งเพิ่มขึ้นอีก
อาคารหลังนี้จึงเป็นความพยายามของนักออกแบบในการนำเสนอสถาปัตยกรรมที่มีความเรียบง่ายสูงสุด โดยการพัฒนารายละเอียดการก่อสร้างร่วมกับทีมผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ และพัฒนาคุณสมบัติของวัสดุร่วมกับผู้ผลิต จนสามารถสร้างสรรค์โครงการนี้ขึ้นได้อย่างประสบความสำเร็จ
Project: Sherutā 108
Location: Chaingmai Thailand
Area : 175 sq.m.
Architect : INLY STUDIO | Pakorn Yoodee | Nattaporn Gongaew
Structure Engineer : Nakadech Pintasee
Landscape : Azoons & Bobby
Construction : PDJ Engineering Limited Partnership
Photographer : Rungkit charoenwat
Writer : Rujira Jaisak