จบลงไปแล้วกับงาน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2024 ซึ่งสังเวียนสุดท้ายที่อังกฤษ กับ สเปน ชิงชัยกัน บนสนาม Olympiastadion (Berlin Olympic Stadium) หรือชื่อเต็มคือ โอลิมเปียชตาดิโยน สนามที่ใหญ่ที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2024 ด้วยมีความจุกว่า 71,000 คน วันนี้ Dsign Something ขอพาเพื่อน ๆ ร่วมค้นหาความหมายของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังในการสะท้อนถึงการเดินทางของประเทศเยอรมนีจากช่วงเวลาที่มืดมนสู่ประเทศแห่งความก้าวหน้า บนพื้นที่สนามลูกหนัง Olympiastadion
สัญลักษณ์ และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่มาจากสนามฟุตบอล
เดิมที Olympiastadion Berlin หรือสนามกีฬาโอลิมปิกสเตเดียม ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1916 ภายใต้ชื่อ Deutsches Stadion แต่เมื่อการแข่งขันที่ถูกยกเลิกไปเนื่องด้วยเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยในปี 1931 เมืองเบอร์ลิน(ในช่วงขณะที่ยังไม่ถูกปกครองภายใต้พรรคนาซี) ได้รับเลือกให้จัดโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1936 และหลังจากที่พรรคนาซีได้เข้ามามีอำนาจจึงใช้โอกาสนี้ในการโปรโมทพรรคของตนเอง และประเทศจึงได้สั่งให้มีการสร้างสนามขึ้นใหม่ในชื่อ Olympiastadion Berlin โดยใช้เวลาสร้างร่วมกว่า 2 ปี (1930 – 1936)
ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของ Werner March ในอดีตด้วยรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจที่มาจากสไตล์กรีกโบราณด้วยรูปทรงวงรีของสนามฟุตบอลที่เปิดโล่งพื้นที่ด้านบน พร้อมปิดล้อมพื้นที่ด้วยหินปูนราวกับอนุสาวรีย์ โดยการแข่งขันโอลิมปิกปี 1936 สนามกีฬาแห่งนี้มีความจุประมาณ 9 หมื่นคน และยังไม่ได้มีการปิดพื้นเพดานอาคารด้วยหลังคา
สถาปัตยกรรมเก่า ที่คงไว้ซึ่ง กิจกรรมทางวัฒนธรรม
Werner March สถาปนิกผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะมุ่งสร้างโครงสร้างที่จะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความทะเยอทะยาน ของระบอบนาซีในช่วงเวลานั้น รูปปั้น และหอระฆังที่เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ของสนามกีฬาทำหน้าที่เป็นจุดโฟกัสที่โดดเด่นในคอมเพล็กซ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ รูปปั่นที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าหลักของสนามกีฬา แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของการแข่งขัน และการแสวงหาความเป็นเลิศ ด้วยร่างสีบรอนซ์ยืนสูงตระหง่าน ด้วยท่าทางที่มีความมุ่งมั่นของนักกีฬาที่ครั้งหนึ่งเคยเข้าร่วมการแข่งขันในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ อีกทั้งยังมีความหมายโดยในเพื่อเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของระบอบนาซีในการส่งเสริมอุดมการณ์ และการแสดงอำนาจของพวกเขา
ในขณะที่รูปปั้น และหอระฆังยังคงทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังได้ไตร่ตรองประวัติศาสตร์ และผลที่ตามมาของอุดมการณ์อย่างมีวิจารณญาณ ยังแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ และความรับผิดชอบของสังคมที่มุ่งมั่นเพื่อให้เกิดสันติภาพ ความยุติธรรม และความเท่าเทียมอย่างต่อเนื่อง การเข้าใช้งานพื้นที่ภายในของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ยังเป็นการสะท้อนบทเรียนที่เกิดขึ้นจากอดีต และสนับสนุนให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาบทเรียนที่เกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังประกอบไปด้วยหอระฆังที่เป็นตัวอย่างอันงดงามของสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิก ที่ประกอบไปด้วยเสาหลายเสา และโดยสูงจากหอระฆังที่ประดับไปด้วยรายละเอียด และประติมากรรมที่ซับซ้อน ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางสายตาที่ช่วยเพิ่มความยิ่งใหญ่ให้กับสนามกีฬาโอลิมปิกแห่งนี้
นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว Olympiastadion ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศ อย่างการใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ต นิทรรศการศิลปะ และกิจกรรมอื่น ๆอีกด้วย
ความงามจากอดีต สู่การเติมแต่งของยุคสมัย
รูปแบบการออกแบบดั้งเดิมของอาคาร ประกอบไปด้วยหิน และเสาอันโออ่าคล้ายกับโครงสร้างกรีก และโรมันคลาสสิก ก่อนที่จะถูกปรับเปลี่ยน และเติมแต่งใหม่ด้วยความมันวาวของกระจก และโลหะจากยุคสมัยเปลี่ยนแปลง รูปแบบพื้นที่ และกิจกรรมก็เปลี่ยนไป สนามรูปครึ่งวงรี และที่นั่งของผู้ชมโดยรอบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยถูกจัดวางไว้ใกล้กับของสนามมากขึ้น และถูกเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่นั่ง VIP พร้อมกับเลานจ์ขนาดใหญ่ ที่ถูกเพิ่มขึ้นมาในปี 2012
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พิสูจน์ว่าสนามกีฬาโอลิมปิกเบอร์ลินได้รับความนิยมไม่เพียงแต่สำหรับการใช้งานในการจัดการแข่งขันขนาดใหญ่ แต่ยังรวมไปถึงการจัดคอนเสิร์ต และพิธีสำคัญทางศาสนาอย่างพิธีมิสซาของสมเด็จพระสันตะปาปา ด้วยสถานที่ที่ทันสมัย และมีอุปกรณ์ครบครันทางเทคนิค ที่มีความพร้อมสำหรับกิจกรรมที่หลากหลาย
และในเวลาต่อมาเนื่องในโอกาสฟุตบอลโลก ปี 1974 สนามกีฬาแห่งนี้ได้ถูกปรับโฉมใหม่ด้วยการออกแบบที่ถูกออกแบบตามกฎของ FIFA ว่าสนามในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต้องมีหลังคาเหนือพื้นที่นั่งของผู้ชม ทำให้ต้องมีการต่อเติมหลังคาให้แล้วเสร็จในปี 2006 และทำให้ความจุของสนามลดลงเหลือ 7 หมื่นกว่าที่นั่ง ซึ่งทำให้สนาม Olympiastadion Berlin กลายมาเป็นสนามที่มีความจุเป็นอันดับ 3 รองจาก Signal Iduna Park ของ Borussia Dortmund ที่จุได้ 81,359 คน และ Allianz Arena ของ Bayern Munich ที่จุได้ 75,000 คน
จากการได้ศึกษาสนาม Olympiastadion แห่งนี้ทำให้เราได้รับรู้ถึงแนวคิดตลอดมาของสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์นี้ อาจทำให้เราทราบถึงประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน และเห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้ออกแบบที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสถาปัตยกรรม และถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาออกมาผ่านพื้นที่ภายในสนามแห่งนี้ อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ Olympiastadion เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการจดจำประวัติศาสตร์ และเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตที่ซะท้อนถึงการเดินทางของชาวเยอรมนีที่เดินทางจากช่วงเวลาที่มืดมนสู่ประเทศแห่งความก้าวหน้า บนพื้นที่สนามลูกหนังแห่งนี้
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.