Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อตัวเอกของบ้านนำแสดงโดยหลังคาผืนเดียวที่ลาดเอียงลงมาจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าเปรียบเทียบบ้านหลังนี้กับบุคคลิกคน ก็น่าจะเป็นวัยกลางคน ที่ผ่านโลกมีประสบการณ์ นอบน้อมถ่อมตนให้กับธรรมชาติและชุมชน ซึ่งภาษาของบ้านหลังนี้ จะไม่ใช่บ้านที่ตะโกน แต่เป็นบ้านที่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อบอุ่น และเป็นมิตร จนทำให้ DsignSomething เกิดสนใจขึ้นมาว่าสถาปนิกมีกระบวนการคิดอย่างไร วันนี้เราจึงได้มาคุยกับ คุณโอ-เลอพงษ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ สถาปนิก จาก If (integrated field)
Open house – Open heart
สถาปนิกและเจ้าของบ้านร่วมกันทำเวิร์คชอปเพื่อ Design Brief ที่ชัดเจน
การออกแบบ Roof House เริ่มต้นด้วยการทำเวิร์คชอประหว่างสถาปนิกและเจ้าของบ้าน การร่วมกันทำงานนี้ไม่เพียงแค่สร้างความเข้าใจในความต้องการของเจ้าของบ้าน แต่ยังเปิดโอกาสให้สถาปนิกได้สำรวจและเข้าใจวิถีชีวิตและความรู้สึกของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง
ในเวิร์คชอป สมาชิกครอบครัวได้จำลองภาพชีวิตประจำวันของตัวเองโดยการวางแปลนห้องต่างๆ และทดลองวางเรียงเพื่อสร้างภาพจินตนาการการเชื่อมต่อของพื้นที่แต่ละห้อง ลูกๆ ได้ sketch ภาพห้องส่วนตัวในจินตนาการของพวกเขา จากนั้นทีม IF นำข้อมูลทั้งหมดมาใช้ในการสร้างโมเดลแบบไวๆ เพื่อนำมาพูดคุยกับเจ้าของบ้านว่าชอบหรือไม่ชอบในส่วนไหน นอกจากนี้ยังมีการนำตัวอย่างวัสดุและสไตล์การตกแต่งภายในมาพูดคุยกับเจ้าของบ้าน Roof House จึงเป็นบ้านที่ถูกออกแบบจากการค้นพบตัวตนของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง
“เราต้องการดึงความเป็นตัวเขา เพื่อสร้างบ้านให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของมากที่สุด เขาอยากได้บ้านที่ค่อนข้างฟังก์ชั่นเยอะ เขาไม่ได้อยากได้บ้านที่โชว์สถาปัตยกรรมมากเกินไป อยากได้บ้านที่ได้บ้านจริงๆ ประตูก็คือประตู และไม่อยากให้บ้านหลังใหญ่จนเกินไป แม้จะเป็นบ้านสามชั้น ก็ได้มีการแก้หลาย Schematric จนมาถึงอันปัจจุบัน” สถาปนิกกล่าว
One Roof
หลังคาที่โน้มตัวหาผู้คน
บรีฟแรกของ Roof House จากเจ้าของบ้านคือการต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยครบครัน แต่ไม่ดูใหญ่และสะดุดสายตา บนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 189 ตารางวา เจ้าของบ้านต้องการฟังก์ชันที่ครอบคลุมสำหรับสมาชิกครอบครัว 4 คน และสุนัข 1 ตัว ส่วนครัวขนาดใหญ่และพื้นที่รับแขกที่ต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น ด้วยบุคลิกความเป็นคนถ่อมตัวและ private ของเจ้าของบ้าน จึงอยากให้บ้านดูไม่ใหญ่และสร้างความรู้สึกใกล้ชิด เข้าถึงกันได้จากทุกๆ ส่วนในบ้าน
ทีม IF แก้ปัญหาด้วยการใช้หลังคาสโลป 1 ชิ้นที่ครอบคลุมพื้นที่บ้าน 3 ชั้น ด้วยแปลนที่มีคอร์ทในบ้านและ Double Space ระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 และจัดพื้นที่ส่วนตัวเรียงซ้อนกันไว้โซนด้านหลัง ฟอร์มลักษณะนี้ทำให้มองจากด้านนอกแล้วดูเหมือนบ้านชั้นเดียว เมื่อคั่นสเปซอาคารกับรั้วด้วยที่จอดรถและคอร์ทหญ้าเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ก็ยิ่งช่วยลดมุมมองที่ดูใหญ่ของตัวอาคาร
การทดลองหามุมสโลปหลังคาที่ลงตัวโดยการทำโมเดลหลายครั้งช่วยให้ได้มุมที่ใกล้เคียงกับการก่อสร้างจริงมากที่สุด Roof House จึงสะท้อนความเป็นบ้านที่อบอุ่นและเป็นมิตร ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงการเชื่อมโยงพื้นที่ในบ้านและความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย
Connect the dot
จุดเชื่อมต่อความสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน
อีกโจทย์หลักจากเจ้าของบ้านที่อยากให้คนในบ้านสามารถมองเห็นกันได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ห้องไหนของบ้าน
การออกแบบคอร์ทเป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่ Living area ที่เชื่อมต่อกันผ่านคอร์ท ทั้งโซนครัวขนาดใหญ่ ห้องกินข้าว โซนรับแขก สร้างความรู้สึกอบอุ่นต้อนรับให้กับแขกที่มาเยี่ยมเยียน คอร์ทนี้เป็น Double Space ทำให้คนที่อยู่ชั้น 2 และ 3 สามารถมองผ่านกระจกลงมาเห็นกิจกรรมที่ชั้นล่างได้เสมอ และยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของโซนห้องนอนที่อยู่ชั้นบนได้ด้วย
“เวลาเดินเข้าบ้านก็จะเจอสวน ผ่าน Cover way เข้าไป เป็น Circulation ที่เชื่อมตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงบันไดขึ้นห้องนอนเลย” แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่การจะทำบ้านให้เป็นบ้าน ความสะดวก สบาย อบอุ่น รู้สึกเชื่อมสัมพันธ์กับคนในบ้านได้ตลอดเวลาที่ต้องการ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับความเป็นส่วนตัว ที่แต่ละคนจะสามารถแบ่งมุมที่สนใจและอยู่กับตัวเองได้
“หากเราเปิดบานเลื่อนตรงรอบๆ คอร์ท พื้นที่ก็จะสามารถขยายใหญ่ขึ้นได้ เช่น เวลาจะปิ้งบาร์บีคิว ก็สามารถเปิดออกได้ แต่เวลาที่จะไม่ใช้งานก็สามารถปิด แล้วเปิดแอร์ได้เช่นกัน” สถาปนิกกล่าว
ซึ่งการใช้งานพื้นที่ภายในกับคอร์ทยาร์ดค่อนข้างที่จะเป็นใจหลักของบ้านเช่นเดียวกัน เพราะเป็นจุดที่ทุกคนในบ้านสามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนนี้ด้วย
สถาปนิกเลือกใช้ไม้ที่สามารถทำเป็นระแนงที่สามารถให้แดดผ่านได้ ซึ่งจะช่วยให้แสงสว่างสามารถส่องผ่านเข้ามาภายในพื้นที่ได้อย่างพอดี โดยไม่ทำให้พื้นที่ภายในดูมืดมนหรือแออัดจนเกินไป นอกจากนั้นยังเพื่อให้พื้นที่ภายในร้านกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้างมากที่สุด แทนที่จะเด่นเกินไปหรือสร้างความเป็นส่วนตัวมากจนเกินไป
Roof House จึงเป็นบ้านที่ดูสงวนท่าที ซ่อนตัวจากสายตาคนนอก แต่สำหรับคนใน คือการเปิดรับและเชื่อมต่อกันอย่างเต็มที่ ตามความตั้งใจของเจ้าของบ้านที่อยากเห็นสมาชิกครอบครัวได้ใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกัน
Project name : ROOF HOUSE
Architect / Interior Architect : IF
Lighting Designer : FOS Lighting Design
Structural / M&E Engineer : D-Innova
Main contractor : D-Innova
Softscape contractor : Allplants
D&W contractor : Aluzat
Photographer : W Workspace
Area : 1,195 sq.m.
Design : 2020
Completed : 2024
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance