การสร้างบ้านเป็นกระบวนการที่เต็มไปด้วยความท้าทายทั้งในด้านการจัดการเวลา งบประมาณ และคุณภาพ แต่ในยุคสมัยที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็ว และยังมีประสิทธิภาพ บ้านระบบโมดูลาร์จึงสามารถช่วยลดปัญหามลภาวะทางฝุ่นและเสียงรวมถึงลดเวลาที่เจ้าของบ้านต้องใช้ในการคุมหน้างาน เนื่องจากการประกอบทุกอย่างเกิดขึ้นในโรงงาน ทำให้การรบกวนหน้างานมีเพียงช่วงเวลาที่ทำการยกบ้านมาติดตั้งเท่านั้น การเลือกใช้ระบบโมดูลาร์ในการก่อสร้างบ้านจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบโมดูลาร์ไม่เพียงแต่ช่วยให้การก่อสร้างบ้านเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น แต่ยังมีข้อดีหลายประการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มองหาวิธีการก่อสร้างที่ทันสมัยและคุ้มค่า
บ้าน ALPINE บ้านสำเร็จรูประบบโมดูลาร์แบบ Double Space รุ่นพรีเมียมครบรอบ 10 ปีจาก อิสรา ลิฟวิ่ง การออกแบบเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในวิถีการอยู่อาศัย ที่พร้อมทำการขนส่ง และติดตั้งบ้าน ณ สถานที่ที่กำหนดภายใน60 วัน พร้อมความครบครันในฟังก์ชันการใช้งานของภายใน ด้วยพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 45.1 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่ครัว พื้นที่ทำงาน ห้องนอน และห้องน้ำ
บ้าน ALPINE ได้ผ่านกระบวนการออกแบบแบบองค์รวม (Integrated Design) ที่รวมหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การตกแต่งภายใน การออกแบบแสงสว่าง รวมถึงระบบน้ำและไฟฟ้า โดยทุกองค์ประกอบถูกผสมผสานอย่างลงตัว เพื่อให้ได้บ้านโมดูลาร์ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่จำกัดแต่ต้องการความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
Compact and Self – Contained กระชับพื้นที่ เติมเต็มการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ
การออกแบบเพื่อตอบสนองต่อวิถีการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลง เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์พื้นที่ที่สามารถปรับตัว และรองรับต่อความต้องการของผู้คนในยุคสมัยที่วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในอดีต บ้านหรืออาคารมักถูกออกแบบมาเพื่อรองรับฟังก์ชันที่ตายตัว แต่ปัจจุบันความยืดหยุ่นในการใช้สอยและการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เข้ากับวิถีชีวิตที่หลากหลาย กลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากยิ่งขึ้น
การออกแบบบ้าน ALPINE จึงเป็นการออกแบบเพื่อตอบสนองต่อวิถีการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลง โดยยังคงความครบครันในฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร ครัว ทำงาน และห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว ทั้งหมดนี้ถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ที่กระทัดรัด ซึ่งการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยในแนวตั้ง ช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้มากขึ้น แม้จะมีขนาด Footprint เท่าเดิม
รูปทรงของอาคารภายนอก ได้ถูกออกแบบให้หลังคามีความลาดเอียงไปในทิศทางเดียว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูเขาสูง (อันเป็นที่มาของชื่อรุ่น Alpine) พร้อมออกแบบฝ้าเพดานของพื้นที่ภายในให้เอียงรับตามองศาของหลังคา ทำให้พื้นที่ในห้องนั่งเล่นมีบรรยากาศอบอุ่นและมีมิติ โดยพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในเมือง รวมกว่า 45.1 ตารางเมตร
Double-Height Living Roomยกระดับกิจกรรมคุณภาพด้วยฝ้าเพดานสูง
เมื่อเข้ามาสู่พื้นที่ภายในบ้านจะสังเกตเห็นได้ถึงรูปแบบของการนำเสนอการใช้พื้นที่แนวตั้งในบริเวณ
ห้องนั่งเล่น ด้วยการออกแบบเพดานสูงโปร่ง (Double-Height Space) กว่า 5 เมตร สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่ผู้ใช้งานจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างจากความต่อเนื่องทางสายตา (Visual Linkage) โดยพื้นที่ใช้สอยที่ลื่นไหล และเชื่อมโยงต่อกันภายในตัวบ้าน ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมของบ้านมีความสงบและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของพื้นที่เตรียมอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น ได้ถูกออกแบบให้มีการเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อโดยไม่มีผนังกั้น วัสดุปูพื้นห้องครัวที่ใช้กระเบื้องดินเผา ให้ผิวสัมผัสที่แตกต่างจากกระเบื้องยางลายไม้ ทำให้พื้นที่แยกกันเป็นสัดส่วน แต่ยังคงไว้ซึ่งความกลมกลืน
ทำให้บรรยากาศภายในของบ้านนี้ถูกออกแบบให้มีชีวิตชีวา จากใช้สีสันและการผสมผสานระหว่างสไตล์เก่า และใหม่ในแบบ Eclectic เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหลากหลายสไตล์ที่จัดวางให้ลงตัวกับพื้นที่ และยังคงความสามารถในการใช้งานได้จริง ผนังภายในบางส่วนถูกเน้นด้วยสีสดใสที่ตัดกับสีโทนพาสเทลของเฟอร์นิเจอร์ Built-in และไม้สีอ่อน สร้างความโดดเด่นและสมดุลให้กับพื้นที่
พื้นที่การใช้งานแบบ Open Planที่พร้อมรองรับทุกการเปลี่ยนแปลง
บ้านรุ่น Alpine ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดที่ยังคงคำนึงถึงสุนทรียศาสตร์ โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้พื้นที่ในแนวตั้งอย่างเต็มที่ ภายใต้พื้นที่ที่จำกัด อีกทั้งยังคำนึงถึงการเชื่อมต่อภายในที่มีความโปร่งโล่งระหว่างพื้นที่ต่างระดับ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้บ้านดูปลอดโปร่ง แต่ยังเสริมสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัยผ่านทั้งสายตา และบรรยากาศของพื้นที่ ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบตั้งใจออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับการตกแต่งภายในที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย
อีกทั้งพื้นที่เอนกประสงค์กลางบ้านสามารถทำให้บ้านมีฟังก์ชันที่หลากหลายและยืดหยุ่น ตัวอย่างพื้นที่ที่สื่อถึงความเป็นเอนกประสงค์อย่าง พื้นที่กลางบ้าน พื้นที่เปิดโล่งที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เป็นลานนั่งเล่น พื้นที่ทำกิจกรรมครอบครัว หรือจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ได้ หรือแม้แต่ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร: พื้นที่นี้สามารถใช้งานได้ทั้งในกิจกรรมครอบครัวหรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูง โดยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบยืดหยุ่น ทำให้สามารถเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการ และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
สำหรับพื้นที่ภายในบ้านตัวอย่างหลังนี้ ทีมออกแบบตกแต่งภายใน และสถาปนิกได้ร่วมกันสร้างสรรค์
พื้นที่ที่รวมเฟอร์นิเจอร์ Built-in เข้ากับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว ด้วยการยกพื้นให้เป็นที่นั่งที่เชื่อมต่อกับชานพักบันได หรือการออกแบบโต๊ะยาวที่ทำหน้าที่เป็นราวกันตกในชั้นห้องนอน ซึ่งการผสานองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้พื้นที่ภายในบ้านรู้สึกต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกัน และมอบความสวยงามที่มีฟังก์ชันการใช้งานสูงสุด ในลักษณะของ Open Plan แนวคิดการออกแบบพื้นที่ที่เน้นความเปิดโล่งและการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านหรืออาคาร ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายและกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
การก่อสร้างรูปแบบโมดูลาร์ เพิ่มความคุ้มค่าง่ายดาย คล่องตัว
บ้านรุ่น Alpine ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบการก่อสร้างแบบโมดูลาร์ ที่ช่วยให้การก่อสร้างมีคุณภาพสูง สามารถควบคุมระยะเวลา และงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาที่มักเกิดขึ้นจากผู้รับเหมา และการใช้งบประมาณเกินกำหนด ด้วยตัวโครงสร้างของบ้านที่สร้างจากเหล็กและวัสดุคุณภาพสูง พร้อมผลิต และประกอบในโรงงานจนเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงการติดตั้งระบบน้ำและไฟฟ้าภายในตัวอาคารอย่างครบถ้วน ทำให้ลดปัญหารบกวนที่จะพบเจอในพื้นที่หน้างาน ไม่มีปัญหาฝุ่นหรือเสียงรบกวน พร้อมทำการขนส่ง และติดตั้งบ้าน ณ สถานที่ที่กำหนด และเข้าใช้งานได้ภายในเวลาเพียง 60 วัน
บ้านรุ่น Alpine ที่มีก่อสร้างด้วยระบบโมดูลาร์จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมสำหรับการก่อสร้างยุคใหม่ ซึ่งต้องการความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานที่สูงในการก่อสร้าง
อีกทั้งองค์ประกอบเล็กน้อยที่ทำให้บ้าน Alpine พิเศษ และน่าอยู่ยิ่งขึ้น เป็นความใส่ใจในรายละเอียดของทีมผู้ออกแบบที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน อย่างการเลือกสรรองค์ประกอบของตัวบ้าน ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี อย่างการเลือกใช้ประตูหน้าต่างคุณภาพระดับสูงจาก TOSTEM แบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่น แน่นสนิทให้ความรู้สึกพรีเมียมอย่างแตกต่าง ที่มาพร้อมทั้งเรื่องของความสวยงาม ความทนทาน ดูแลรักษาน้อย ทำความสะอาดง่าย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และการออกแบบจัดสัดส่วนช่องเปิดให้รับรับวิวเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างเต็มที่ คำนึงถึงการระบายอากาศที่ดีเพื่อสร้างภาวะน่าสบายแก่ผู้อยู่อาศัย
Integrated Design การออกแบบผสมผสาน เติมเต็มทุกองค์ประกอบบ้านอย่างลงตัว
การออกแบบของบ้าน Alpine หลังนี้จึงได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่อยู่สบาย โดยหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญนั้นคือการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบแสงสว่าง โดยแสงสว่างภายในบ้านได้ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะตามหลักการของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythms) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับแสงสว่างที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังในช่วงเวลากลางวันหรือสร้างบรรยากาศที่สงบเงียบในยามพักผ่อน
บ้าน Alpine ผ่านกระบวนการออกแบบแบบองค์รวม (Integrated Design) ที่รวมหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม การตกแต่งภายใน การออกแบบแสงสว่าง รวมถึงระบบน้ำและไฟฟ้า โดยทุกองค์ประกอบถูกผสมผสานอย่างลงตัว เพื่อให้ได้บ้านโมดูลาร์ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่จำกัดแต่ต้องการความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
อีกทั้งโครงสร้างของบ้าน Alpine ได้รับการออกแบบ และคำนวณจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้สามารถมั่นใจในความแข็งแรง และมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการก่อสร้างแบบทั่วไป นอกจากนั้นแสงสว่างภายในพื้นที่อาคารยังสามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อสร้างบรรยากาศและ Mood and Tone ที่หลากหลาย ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย ด้วยระบบอุปกรณ์แสงสว่างที่สามารถ Set Scene ได้ เป็นระบบแสงที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลายภายในบ้าน โดยการตั้งค่าแสงในแต่ละสถานการณ์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน และเสริมสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลา ทำให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและเป็นไปตามความต้องการเฉพาะบุคคล
บ้านระบบโมดูลาร์เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย Alpine มี 2 รูปแบบให้เลือก
1. ALPINE A1 / A2
พื้นที่ใช้สอย 45.1 m²
ราคาเริ่มที่ 1.79 ล้านบาท*
2. ALPINE B
พื้นที่ใช้สอย 29.25 m²
ราคาเริ่มที่ 1.35 ล้านบาท*
* รวมห้องน้ำแล้ว
* รวมงานฐานราก
* ระเบียง กันสาด สั่งเพิ่มเติมได้
* ฟรีค่าขนส่ง (กทม. และปริมณฑล)
* ต่างจังหวัด คิดตามระยะทาง
* ไม่รวม งานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ built-in
* ไม่รวม ถังบำบัดน้ำเสีย (มีบริการเพิ่มเติม)
* ไม่รวม เครื่องปรับอากาศ (มีบริการเพิ่มเติม)
* รับประกันงานทั่วไป 1 ปี งานโครงสร้าง 5 ปี พร้อมบริการหลังการขาย
หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://bit.ly/EsaraLivingALPINE
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.