See the Sun ร้านอาหารและคาเฟ่ในเมืองปัตตานีที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ได้แรงบันดาลมาใจจากท้องทะเล เส้นสายของคลื่น ผสานกับแสงแดดและลมทะเล ถูกถ่ายทอดผ่านวัสดุและโครงสร้างที่ไม่เหมือนใคร
ตั้งแต่ผนังที่ให้เท็กซ์เจอร์คล้ายทราย ลวดลายโค้งของโครงสร้างที่ล้อไปกับแนวคลื่น แม้จะไม่ได้อยู่ริมทะเล แต่ยังคงให้บรรยากาศของทะเลปัตตานี ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้มีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตามแสงและเงาตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดมิติใหม่ในงานสถาปัตยกรรม และสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวแล้วแต่เวลาที่มา
วันนี้Dsignsomethingได้มีโอกาสคุยกับ คุณอาซีซี ยีเจะแว สถาปนิกจาก IN_T_AF STUDiO เกี่ยวกับทั้งแนวคิดการออกแบบรวมไปถึงการนำเสนอไอเดียอย่างไรให้ลูกค้าซื้อ จนกลายเป็นงานที่มีฟอร์มสุดเฟี้ยวท่ามกลางปัตตานี
Bringing context to architecture
ดึงบริบทสู่งานสถาปัตยกรรม
แนวคิดหลักในการออกแบบร้านอาหารทะเล ที่สามารถสร้างบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับทะเลได้ แม้ที่ดินจะไม่ได้อยู่ติดริมทะเลก็ตาม โดยมีการออกแบบที่เน้นการใช้วัสดุและฟังก์ชันที่สอดคล้องกับธรรมชาติของทะเล เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมของทะเลจริงๆ สถาปนิกมีการวิเคราะห์และจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น การใช้ตัวอาคารเองเป็นทำหน้าที่บังแดด
รวมไปถึงการสร้างพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของรอบเมืองปัตตานีได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการใช้รูปแบบการออกแบบที่มีลักษณะคล้ายคลื่นทะเล เพื่อเพิ่มความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์และสนุกสนานให้กับผู้ใช้บริการ
โครงการซีเดอะซันมีการออกแบบที่เน้นความรู้สึกของทะเล โดยมีรายละเอียดการออกแบบดังนี้
การใช้โค้ง : อาคารมีการออกแบบให้มีโค้งที่ลดความสูงจาก 5 เมตรลงมาเป็น 4 เมตร เพื่อสร้างความรู้สึกที่เข้าถึงได้ง่ายและให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนอยู่ในทะเล
การจัดพื้นที่ : มีการจัดพื้นที่ให้สามารถถ่ายรูปได้จากหลายมุม โดยมีจุดเช็คอินที่น่าสนใจ
การใช้แสงและเงา : การออกแบบให้แสงและเงามีการเคลื่อนไหวคล้ายคลื่นทะเล ซึ่งสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา
การสร้างบรรยากาศ : มีการใช้วัสดุและสีที่สื่อถึงทะเล เช่น การใช้สีฟ้าและการออกแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้น้ำ
การออกแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับทะเลและสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ
ICONIC FORM AND FLOW SPACE
ฟอร์มพลิ้วไหวในสเปซ
โครงการ Sea the Sun การออกแบบฟอร์มและสเปซมีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นให้กับผู้เข้าชมการออกแบบฟอร์มของอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โดยเฉพาะคลื่นและเนินทราย รูปทรงที่โค้งมนและการใช้เส้นสายที่ลื่นไหลช่วยสร้างความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับท้องทะเล ฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดสายตา แต่ยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับสถานที่และสื่อถึงแนวคิดของแบรนด์อย่างชัดเจน
การออกแบบพื้นที่ภายในเน้นการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้บริการ แต่ละโซนถูกจัดวางอย่างมีเอกลักษณ์เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อน พื้นที่รับประทานอาหาร หรือจุดเช็คอิน ทุกสเปซถูกออกแบบให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานและสร้างความประทับใจที่ไม่ซ้ำใคร
โดยมีเทคนิคการออกแบบฟอร์มและสเปซดังนี้
การสร้างบรรยากาศทะเล : แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีทะเล การออกแบบต้องทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเสมือนอยู่ริมทะเล โดยการใช้สีสัน เส้นสาย และองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงท้องทะเล
การจัดการแสงและเงา : การออกแบบต้องคำนึงถึงการเล่นกับแสงธรรมชาติและเงาที่ตกกระทบลงบนอาคาร เพื่อสร้างมิติและความเคลื่อนไหวให้กับพื้นที่ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
การเลือกใช้วัสดุ : การใช้วัสดุที่มีพื้นผิวหรือเท็กซ์เจอร์ที่สะท้อนถึงความเป็นทะเล เช่น ผนังที่มีลักษณะคลื่น หรือการใช้วัสดุที่มีสีโทนธรรมชาติ จะช่วยเสริมบรรยากาศที่ต้องการ
การออกแบบพื้นที่ : การจัดพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น โซนพักผ่อน จุดถ่ายรูป หรือพื้นที่กิจกรรม ต้องถูกออกแบบอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมให้มาเยือน
วัสดุหลักของโครงการ โครงสร้างจะใช้เหล็กเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างเพื่อให้มีความแข็งแรงและทนทาน และมีการใช้ปูนในการสร้างผนัง โดยมีการออกแบบให้มีเท็กเจอร์ที่คล้ายคลึงกับคลื่นทะเล โดยใช้กระเบื้องลอนคู่
Dtips* สถาปนิกให้ช่างสลัดน้ำปูนให้เกิดเท็กเจอร์ที่เหมือนเม็ดทราย ทำให้เกิดเป็นภาษาของงานหลังนี้ขึ้นมา
กระเบื้อง: ใช้กระเบื้องแกรนิโตในการตกแต่งพื้น ซึ่งช่วยสะท้อนแสงและสร้างบรรยากาศที่น่าสนใจ
การออกแบบเน้นให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมของทะเล โดยมีการใช้วัสดุที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้
พื้นที่ภายในร้านเน้นการตกแต่งด้วยสีขาวที่ช่วยเปิดโอกาสให้เล่นกับแสงสีได้ในยามค่ำคืน รวมถึงช่องสกายไลต์ที่เปิดมุมมองสู่ท้องฟ้า ช่วยสร้างความรู้สึกราวกับว่าอยู่ใต้น้ำ ทำให้ในแต่ละช่วงเวลาของวันมีบรรยากาศแตกต่างอย่างชัดเจน กลายเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่มีลูกเล่นในทุกรายละเอียด และสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้เข้ามาใช้งานได้ทุกวัน-เวลา เพราะการสอดรับกันอย่างเป็นจังหวะของที่ว่างและ Mass นี่จึงเป็นที่มาของชื่อบทที่ว่า ฟอร์มพริ้วไหวในสเปซ นั่นเอง
THE NEW VISIONS
อนาคตของการออกแบบในพื้นที่ชนบท
การออกแบบในพื้นที่ชนบทหรือชายขอบเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายทั้งในด้านการเข้าถึงและการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่น การออกแบบในพื้นที่ชนบทมักเผชิญกับความท้าทายในการทำให้ชุมชนยอมรับสิ่งใหม่ ๆ การสร้างสถาปัตยกรรมที่ไม่เพียงแต่มีความสวยงาม แต่ยังสามารถสื่อสารคุณค่าและความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบนั้นเป็นสิ่งสำคัญ บทเรียนจาก ‘Sea the Sun’ แสดงให้เห็นว่า การออกแบบที่ดีต้องเข้าใจและตอบสนองต่อบริบทของพื้นที่นั้น ๆ และสามารถสร้างการยอมรับและเชื่อมโยงกับชุมชนได้ โดยพิสูจน์จากผลงานของสถาปนิกที่น่าเชื่อมั่น
แนวโน้มของการออกแบบในอนาคตของสถาปัตยกรรมในพื้นที่ชนบทและชายขอบเมือง มีความสำคัญต่อการขยายตัวของเมืองและการกระจายตัวของประชากรในอนาคต ‘Sea the Sun’ สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีในงานสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างสถานที่ที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง แต่ยังคงเคารพและเชื่อมโยงกับชุมชนและธรรมชาติรอบตัว ทำให้ปัตตานีได้สร้างหมุดหมายใหม่ที่จะดึงดูดผู้คนในพื้นที่ได้
ในส่วนของพื้นที่ภายในนี้ จะมีการนำเสาไม้จากบ้านเก่ามาแปรรูปเป็นรูปทรงวงกลมต่างๆ เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งผนัง ซึ่งจะสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ คล้ายกับการนำเอาต้นไม้มาสร้างเป็นผนังแบบธรรมชาติ
ทั้งนี้ การผสมผสานระหว่างวัสดุดั้งเดิมและการออกแบบแบบสมัยใหม่ในพื้นที่ภายในนี้ จะช่วยสร้างมิติและบรรยากาศที่อบอุ่น เชื่อมโยงกับธรรมชาติ แต่ก็ยังคงความทันสมัยอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของพื้นที่นี้
โดยการสร้างการเปลี่ยนแปลงสิ่งสำคัญอย่างมากคือ การขายงานสถาปัตยกรรมให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ นั่นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ และการสร้างความเชื่อมั่น โดยเรามี Tips มาฝากทุกคนดังนี้
ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
ศึกษาความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า ทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ งบประมาณ หรือความสำคัญด้านฟังก์ชันการใช้งาน
ฟังและเพื่อเข้าใจในรายละเอียดและทัศนคติของลูกค้าเกี่ยวกับโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะนำเสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการของพวกเขา
นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
ใช้ภาพวาด 3D, โมเดล หรือการจำลองเพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับโครงการ รวมถึงการนำเสนอสภาพแวดล้อมในบริบทจริง เน้นความเป็นเอกลักษณ์ อธิบายว่าการออกแบบของคุณมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างไร และมันจะทำให้โครงการนี้โดดเด่นและน่าจดจำ
เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ
แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของลูกค้าได้อย่างไร เช่น การดึงดูดลูกค้า การสร้างแบรนด์ หรือการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ รวมถึงนำเสนอกรณีศึกษาหรือผลงานที่เคยทำสำเร็จ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคุณ
สร้างความเชื่อมั่นผ่านความเชี่ยวชาญ
แสดงความเชี่ยวชาญ อธิบายขั้นตอนการทำงานของคุณ ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้าง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความสามารถของคุณ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งแสดงถึงความยืดหยุ่นและการใส่ใจในความพึงพอใจของพวกเขา
สร้างความสัมพันธ์ที่ดี
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทางเลือกและวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า แสดงให้เห็นว่าคุณห่วงใยความสำเร็จของพวกเขาไม่ใช่แค่การขายงาน ไม่ว่าลูกค้าจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ การติดตามผลและการติดต่อสื่อสารหลังการนำเสนอยังเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการให้บริการที่ดี
การเสนอแบบงานสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างสถาปนิกกับลูกค้า การนำเสนอวิสัยทัศน์ที่มีความชัดเจน และการสร้างความเชื่อมั่นที่มั่นคงในความสามารถของตัวสถาปนิกนั่นเอง
‘Sea the Sun’ ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในพื้นที่ชนบท แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการออกแบบที่สามารถเชื่อมโยงกับชุมชนและสร้างการยอมรับในบริบทที่ท้าทาย การออกแบบในอนาคตจะต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ความสอดคล้องกับธรรมชาติ และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่ง ‘Sea the Sun’ ได้วางรากฐานสำหรับแนวทางนี้ในวงการสถาปัตยกรรมสำเร็จอีกขั้นแล้วนั่นเอง
SEA THE SUN
Project : 2023
Location : Pattani
Architect : IN_T_AF STUDiO
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.