Full Stop House ประกอบร่างบ้านทรงกล่อง
จากจุด เส้น ระนาบเพื่อสร้างสุนทรียภาพเฉพาะตัว

เมื่อบ้านกลายเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นการแสดงออกถึงตัวตนของเจ้าของบ้าน ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นคาแรคเตอร์ของการออกแบบ สเปซภายใน หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้น ล้วนสื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์และมีความหมายเฉพาะตัว บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่พักพิง แต่เป็นผืนผ้าที่เจ้าของได้ทอลายของตัวเองผ่านการเลือกใช้วัสดุ การจัดวางพื้นที่ และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความชอบ และคุณค่า บ้านจึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของตัวตนที่ลึกซึ้ง

Full Stop House บ้านหลังนี้มีโจทย์ในการออกแบบที่น่าสนใจมาก โดยมีจุดเริ่มต้นจากความต้องการของเจ้าของบ้านที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและความสะดวกในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบข้าง สู่การตีความของทีมสถาปนิกผู้ออกแบบจาก Mooof ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการนำเสนอความเรียบง่ายของเส้นสายและวัสดุ เพื่อให้เกิดความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความมีเอกลักษณ์ของบ้าน

โดยบ้านหลังนี้มีการจัดวางพื้นที่ที่เน้นการใช้งานของพื้นที่ ที่มีการจัดวางช่องหน้าต่างและประตูที่เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการใช้สเปซที่เปิดโล่งให้แสงและลมสามารถหมุนเวียนได้ดี บ้านนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นจุดหยุดพักของความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน คล้ายกับการหยุดพักผ่อนในทางกายภาพ

การออกแบบพื้นที่เพื่อชีวิตที่เต็มไปด้วยความหมายบนความยืดหยุ่น

ในมุมมองของนักออกแบบคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์พื้นที่เพื่อตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน Full Stop House หลังนี้ถือเป็นบ้านที่น่าสนใจสำหรับผมหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับความตั้งใจของการออกแบบได้อย่างลงตัว

ในช่วงเริ่มต้นของการออกแบบบ้านหลังนี้ สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการคือบ้านที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังต้องเป็นบ้านที่แก้ปัญหาเรื่องของการดูแลรักษาในระยะยาวอย่างปัญหา “น้ำรั่ว” หรือ “ปลวก” ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นในบ้านทั่วไป แต่ Full Stop House ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงแต่ป้องกันปัญหาเหล่านี้ แต่ยังสร้างพื้นที่ให้เจ้าของสามารถปรับการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติรอบตัวได้อีกด้วย

จุดเด่นของโครงสร้างที่รับน้ำหนัก เพื่อเชื่อมต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยจุดที่น่าสนใจที่สุดของบ้านหลังนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องโครงสร้าง พื้นและหลังคาของบ้านถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้อย่างสมดุล การเลือกใช้เสาเหล็กและเสริมความแข็งแรงด้วยไอเดียโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่เพื่อรองรับพื้นที่ด้านบน ทำให้โครงสร้างนี้ไม่เพียงแต่ดูแข็งแรง แต่ยังทนทานต่อสภาพอากาศและการสั่นสะเทือน หากเกิดแผ่นดินไหว สิ่งนี้เป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชันและความปลอดภัย

พื้นที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ในบ้านหลังนี้ ทีมผู้ออกแบบได้ออกแบบพื้นที่ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้ตัวบ้านสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติและลมได้จากทุกทิศทาง การวางช่องเปิดขนาดใหญ่ที่ทำให้ลมและแสงสอดแทรกเข้ามาในแต่ละห้องได้อย่างพอเหมาะ ทั้งนี้ยังช่วยในการระบายความร้อนใต้หลังคา และสร้างสภาพแวดล้อมที่สบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป อีกทั้งยังให้เจ้าของบ้านได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงของแสงตลอดวัน ทำให้บรรยากาศในบ้านมีความหลากหลายไปตามธรรมชาติ

“จริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ตีความซับซ้อน เรามองว่าความเป็น Interval Space มันคล้าย ๆ กับชื่อบ้านที่ชื่อ Full Stop มันเหมือนการหยุด แล้วเริ่มต้นใหม่ เปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ผู้ใช้งานจะหยุดจากกิจกรรมในพื้นที่หนึ่ง ก่อนที่จะถูกเริ่มอีกกิจกรรมหนึ่งขึ้นในพื้นที่ต่อไป”
ทีมผู้ออกแบบเล่าให้เล่าฟังถึง Full Stop House

โครงสร้างเบาบางที่แฝงด้วยความแข็งแรง

หากมองเผิน ๆ โครงสร้างของ Full Stop House อาจดูเหมือนเบาบางและเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วนั้นได้ซ่อนความซับซ้อนและความแข็งแรงไว้ภายใต้การออกแบบที่ดูทันสมัยและนุ่มนวล ทีมสถาปนิกและวิศวกรได้ร่วมมือกันอย่างละเอียดในการออกแบบและคำนวณโครงสร้าง เพื่อให้บ้านหลังนี้มีทั้งความสวยงามและความปลอดภัย โครงสร้างทุกส่วนตั้งแต่เสา พื้น ไปจนถึงหลังคา ถูกคิดค้นอย่างพิถีพิถันเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิศวกรรม ทั้งยังรับน้ำหนักและแรงดึงได้อย่างมั่นคง โดยคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ที่เบาบางและโปร่งสบายด้วยเสาเส้นบางทั้ง 27 ต้น

โครงสร้างของ Full Stop House ถูกเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและเสถียรภาพของโครงสร้าง เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวโครงสร้างของบ้านถูกออกแบบให้วางอยู่บนเสาเข็มเจาะที่ลงไปถึงชั้นดินแข็งเหนือชั้นทรายที่ระดับ -19.00 เมตร เพื่อให้การรับน้ำหนักและความมั่นคงของบ้านมีความปลอดภัยและยั่งยืน

โครงสร้างอาคาร ส่วนของอาคารพักอาศัยเป็นระบบคานคอนกรีตเสริมเหล็ก และพื้นสำเร็จรูปที่เชื่อมต่อกับคานเหล็ก โดยใช้ระบบโครงสร้างแบบ Composite ที่ผสมผสานระหว่างเหล็กและคอนกรีต เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและความทนทาน

เสาโครงสร้าง เสาที่ใช้ในโครงสร้างเป็นเสาเหล็กแบบ Concrete-Filled Tube (CFT) ที่เสริมด้วยวัสดุแกนกลางที่เป็น Non-shrink Epoxy ซึ่งมีกำลังอัดสูงกว่า 600 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง โดยเสาเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นโครง Bracing ให้กับอาคาร และยังทำหน้าที่รับน้ำหนักของโครงหลังคาทั้งหมดด้วย

โครงสร้างหลังคา โครงสร้างพื้นหลังคาออกแบบเป็นพื้นคอนกรีตไร้คาน (Flat Slab) ซึ่งมีการยึดหัวเสา CFT ด้วยแผ่นเหล็ก (Steel Base Plate) ตามมาตรฐาน ACI-318-11 และเสริมด้วยเหล็กเฉพาะบริเวณหัวเสาเพื่อช่วยรับแรงเฉือนและแรงดึงจากแผ่นพื้นหลังคา ทั้งนี้ยังมีการควบคุมการโก่งตัวของโครงสร้างเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ให้เกินอัตรา 1:360

โครงสร้างหลังคาที่ออกแบบมาเป็นพิเศษนี้ จึงสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างทนทานและมีเสถียรภาพสูง

การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละห้องและช่วงเวลา

จากโจทย์ในการออกแบบของบ้านหลังนี้ ด้วยแนวคิดของเจ้าของบ้านที่ชื่นชอบ และสนุกกับการทดลองของพื้นที่ ราวกับการใช้งานบ้านหลังนี้เป็นเหมือนสนามทดลองการใช้ชีวิตในพื้นที่ขนาดต่าง ๆ การเลือกที่จะย้ายตำแหน่งการใช้งานอย่างการนั่งอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งการนอนเล่นตามแต่ละมุมของบ้าน ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเขา เช่น การนั่งทำงานใต้แสงจันทร์หรือนอนฟังเสียงฝนที่ตกลงมาผ่านช่องเปิดขนาดใหญ่ในห้องนั่งเล่น ทุกมุมของบ้านถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ในทุกช่วงเวลา และปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศหรือความต้องการของเจ้าของบ้าน

อีกทั้งสีขาวที่ถูกใช้เป็นธีมหลักในงานออกแบบเนื่องจาก ทีมผู้ออกแบบมองว่าสีขาวจะช่วยสะท้อนตัวตนและอารมณ์ของบ้านได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสีขาวจะดูเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาของแต่ละวัน บางวันสีขาวอาจดูสดใส ในขณะที่บางวันอาจดูหม่นหมองเล็กน้อยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้า ทำให้การใช้สีขาวทำให้บ้านดูเรียบง่าย นอกจากนี้การออกแบบยังคำนึงถึงการใช้รูปทรงและโครงสร้างที่แตกต่างกันของแต่ละส่วนของบ้าน ซึ่งเมื่อลมและแสงเข้ามาทางด้านข้างก็จะทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยมีผนังสีขาวทำหน้าที่เป็นฉากสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ

ความสนุกในการใช้งานพื้นที่ร่วมกันในครอบครัว

สิ่งที่ทำให้ Full Stop House มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งคือการที่บ้านนี้สามารถเชื่อมต่อผู้คนในครอบครัวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าผู้พักอาศัยจะอยู่ที่ห้องไหนของบ้าน ความสนุกในการใช้สอยพื้นที่จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เด็ก ๆ สามารถวิ่งเล่นไปทั่วบ้านได้โดยไม่มีข้อจำกัด ห้องนอนที่เปิดกว้างไม่มีความเป็นส่วนตัวจนเกินไป ทำให้ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้ามาพบปะและใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้เสมอ

สุดท้ายแล้วเรามองว่า Full Stop House ไม่ใช่แค่บ้านที่ออกแบบมาเพื่อความสวยงามหรือการป้องกันปัญหาเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้านสามารถค้นพบความหมายใหม่ ๆ ของชีวิตผ่านการใช้งานพื้นที่ในแต่ละวัน บ้านหลังนี้เป็นการทดลองที่ประสบความสำเร็จในการสร้างพื้นที่ที่สามารถปรับตัวและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน

Firm : Mooof
Architect : คุณบุษดี งามภักดีพาณิช
Interior Design : คุณสุนทร กีรตยาคม
Structural Engineer : TDA Consultants
Contractor : คุณชลยุทธ์ ขันแสง
Construction Supervision : คุณชนินทร์ ลิมาภรณ์วณิชย์

Picture of Heamarat Chimchavee

Heamarat Chimchavee

สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading