Simple Art Museum พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่เชื่อมต่ออดีตสู่ปัจจุบัน
ด้วยการเล่าประวัติศาสตร์ผ่านดีไซน์ผนัง

เมื่อสถาปัตยกรรมกลายเป็นเครื่องมือถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่ยังเป็นร่องรอยจากอดีตสู่ปัจจุบัน สถาปัตยกรรมเชื่อมโยงชีวิต วัฒนธรรม และการเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละยุคสมัยไว้ด้วยกัน ผ่านการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์และความเชื่อของผู้คนในช่วงเวลานั้น สถาปัตยกรรมจึงทำหน้าที่ไม่ต่างจากหน้ากระดาษที่บันทึกประวัติศาสตร์อันล้ำค่า ให้เราได้มองเห็นและสัมผัสถึงความงดงาม ความท้าทาย และบทเรียนที่เคยผ่านเข้ามา

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ประเทศจีนได้เผชิญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ เมืองต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดการฟื้นฟูวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์ใหม่ และการพัฒนาสังคม ซึ่งกำลังสร้างวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับภูมิทัศน์เมืองของประเทศ 

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การจัดงานระดับชาติและนานาชาติอย่าง โอลิมปิกปักกิ่ง, เวิลด์เอ็กซ์โปรที่เซี่ยงไฮ้, เอเชียนเกมส์ที่หางโจว รวมถึงวิกฤตการณ์โรคระบาดทั่วโลก ทำให้เมืองจีนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อาคารที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้พัฒนาไปสู่การออกแบบที่เน้นมนุษยชาติ ชีวิต ศิลปะ และความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น

เชื่อมอดีต และปัจจุบันผ่านองค์บรรยากาศการใช้งาน

พิพิธภัณฑ์ Simple Art Museum จึงเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่มุ่งสะท้อนความสัมพันธ์ของศิลปินต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่ โดยตั้งอยู่ในมณฑลอานฮุย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาเมืองใกล้ชายขอบของเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันในขณะที่เมืองกำลังเติบโต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแบบ “ฮุย” ที่มีหลังคา หน้าจั่ว และเสาค้ำยันที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

โดย Jenchieh Hung และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี (Kulthida Songkittipakdee) สถาปนิกผู้ก่อตั้ง HAS Design and Research ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ทางวัฒนธรรมใหม่ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์ พวกเขาได้แรงบันดาลใจจากรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอานฮุย ซึ่งทำให้พิพิธภัณฑ์นี้เป็นการตีความองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น หลังคาและหน้าจั่วให้เป็นพื้นที่ร่วมสมัยที่เป็นจุดนัดพบระหว่างจิตวิญญาณของมนุษย์และการสื่อสารทางสังคม

การออกแบบของพิพิธภัณฑ์นำเสนอหลังคาที่ลอยตัวและโค้งเป็นคลื่น ซึ่งพัฒนาจากหน้าจั่วที่หันเข้าหาและป้องกันไฟ มาใช้เป็นโครงสร้างที่เปิดออกเพื่อรับรองผู้ใช้งาน โดยสร้างบรรยากาศที่เชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกให้อยู่ในรูปแบบที่ไหลลื่น การสร้างพื้นที่สำหรับแสดงงานศิลปะ ห้องแกลเลอรี เวิร์กช็อป ห้องมัลติมีเดีย และคาเฟ่ ทำให้สถาปัตยกรรมนี้เป็นที่นัดพบของผู้คน และเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์

เชื่อมโยงผู้คนผ่านพื้นที่ศิลปะ

ชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีร่มเงาผืนใหญ่ โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้คนในชุมชนเข้ามาใช้เวลาร่วมกันและสร้างปฏิสัมพันธ์ แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสพักผ่อน พลิกชีวิตประจำวันให้เกิดมิติใหม่ด้วยการเข้าถึงศิลปะอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บรรยากาศที่สงบช่วยเพิ่มความรู้สึกอิสระและความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรม ศิลปะบำบัด หรือกิจกรรมชุมชนอื่น ๆ ที่ทำให้พิพิธภัณฑ์มีบทบาทเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองของผู้คนในพื้นที่

พื้นที่ชั้นบนเป็นศูนย์รวมของพื้นที่สำนักงานและสตูดิโอศิลปะ โดยผนังและหลังคาที่มีลักษณะโค้งช่วยลดขอบเขตของพื้นที่ทำงานแบบดั้งเดิม ทำให้เกิดบรรยากาศที่สร้างสรรค์และส่งเสริมการทำงานร่วมกัน องค์ประกอบเหล่านี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้พื้นที่ทำงานเป็นที่ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ได้ผลิบาน การใช้แสงธรรมชาติผ่านทางช่องแสงช่วยให้พนักงานและศิลปินมีพื้นที่ทำงานที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ

ในส่วนของพื้นที่ภายนอกพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบให้เป็นลานสาธารณะพร้อมหลังคาที่ลอยตัวซึ่งให้เงาร่มเย็นในช่วงกลางวัน โดยการใช้แสงเงาในการออกแบบนี้ช่วยเพิ่มมิติทางสถาปัตยกรรม ทำให้ลานกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถพักผ่อนหย่อนใจและสงบจิตใจในพื้นที่เปิดโล่ง และในยามค่ำคืน พิพิธภัณฑ์จะเปล่งประกายจากแสงไฟภายใน กลายเป็นแสงสว่างที่สะท้อนความเชื่อมโยงและการอยู่ร่วมกันของชุมชน

สถาปัตยกรรมที่สะท้อนชีวิตริมแม่น้ำหนานเฟย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำหนานเฟย ซึ่งสถาปนิกได้แรงบันดาลใจจากสายน้ำที่ไหลเอื่อย ซึ่งสร้างความสวยงามและสร้างจังหวะให้กับการออกแบบ ด้วยผนังโค้งและหลังคาที่คล้ายคลึงกับคลื่นน้ำ พิพิธภัณฑ์จะกลายเป็นภาพสะท้อนชีวิตของพื้นผิวของแม่น้ำหนานเฟยในช่วงเวลาแห่งแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะในช่วงบ่าย ที่แสงจะสาดส่องผ่านช่องเปิด ทำให้ภายในเต็มไปด้วยแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์

Simple Art Museum ไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตของชุมชนในอานฮุยไว้อย่างกลมกลืน การออกแบบที่ผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบฮุยดั้งเดิมและองค์ประกอบสมัยใหม่ได้สะท้อนจังหวะชีวิตของเมืองที่กำลังเติบโต พิพิธภัณฑ์นี้ยังสร้างพื้นที่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ความสงบเงียบ และการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับศิลปะและสังคมรอบตัว ภายใต้แสงแห่งสถาปัตยกรรมที่ลื่นไหลอันเป็นเอกลักษณ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ก่อเกิดเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตทางวัฒนธรรมที่ไม่เพียงแต่เชื่อมต่ออดีตกับปัจจุบัน แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการแบ่งปันแรงบันดาลใจและจินตนาการใหม่ให้แก่คนรุ่นต่อไปผ่านการใช้งาน

Project name: Simple Art Museum
Location: Hefei, China
Completion year: 2024
Architecture firm: HAS design and research
Website: http://www.hasdesignandresearch.com
Lead architects: Jenchieh Hung, Kulthida Songkittipakdee
Design team: Jenchieh Hung, Kulthida Songkittipakdee, Atithan Pongpitak
Lighting consultant: Jenna Tsailin Liu
Lighting technology: Visual Feast (VF)
Landscape consultant: Weili Yang
Construction consultant: Zaiwei Song
Constructor: Guangdong Xingyi Decoration Group Anhui Co., Ltd
Site area: 600 sq.m.
Gross built area: 1,150 sq.m.
Photo credit: W Workspace, Fangfang Tian

Picture of Heamarat Chimchavee

Heamarat Chimchavee

สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading