เมื่อแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมที่เคยพบเห็นผลักดันให้เราอยากสร้างสรรค์และแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับผู้อื่น การนำแนวคิดจากสถาปัตยกรรมในต่างแดนมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคาเฟ่จึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสถานที่ แต่ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษที่ได้สัมผัส ซึ่งจะกลายเป็นมากกว่าความทรงจำเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน ที่สามารถสร้างความประทับใจและความรู้สึกที่ดีได้ทุกครั้งที่มาเยือน
คาเฟ่ช็อกโกแลตที่ผสานงานออกแบบสไตล์ออร์แกนิกด้วยแรงบันดาลใจจากอันโตนี เกาดี
เหมือนกับ Matchima Chocolate คาเฟ่ที่เกิดจากความรักในช็อกโกแลตของคุณมัช มัชฌิมา วิฑูรชาติ ด้วยความตั้งใจที่ต้องการเล่าเรื่องราวของแต่ละกระบวนการการผลิตช็อกโกแลต ตั้งแต่การเก็บเมล็ดโกโก้ไปจนถึงการสร้างช็อกโกแลตบาร์ที่สมบูรณ์แบบ โดยกระบวนการนี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและความแฟนตาซีผ่านบรรยากาศพื้นที่ภายในร้าน ซึ่งต้องการให้ลูกค้ารับรู้และสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน สู่การตีความแนวคิด และวิธีการออกแบบรูปทรง บรรยากาศ สเปซของร้าน ที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกจาก Anonym
คุณมัช เจ้าของร้าน Matchima Chocolate เล่าถึงแนวคิด และที่มา
Matchima Chocolate ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ขายช็อกโกแลต แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่เริ่มต้นตั้งแต่การมองเห็น ตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมออร์แกนิกของ อันโตนี เกาดี (Antoni Gaudí) สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงแห่งยุค Art Nouveau ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยเส้นโค้งและรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงธรรมชาติที่ตนได้พบเจอตอนไปท่องเที่ยว
Tips
“อันโตนี เกาดี (Antoni Gaudí) สถาปนิกชาวสเปนผู้ทรงอิทธิพลในยุคศิลปะ Art Nouveau หรือที่เรียกว่า Modernisme ในคาตาโลเนีย ผลงานของเขาเป็นที่จดจำได้ทันทีจากรูปทรงอิสระ ลวดลายที่สะท้อนแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และการผสานวัสดุที่มีทั้งความกลมกลืนและขัดแย้งอย่างลงตัว เกาดีใช้เส้นโค้งแทนเส้นตรง สร้างสรรค์อาคารที่ดูเหมือนมีชีวิตและเคลื่อนไหวได้ เช่น Sagrada Família และ Casa Batlló ซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียดที่สะท้อนความซับซ้อนของธรรมชาติและจิตวิญญาณ ความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบนี้มักเน้นการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำให้เกิดความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ แนวเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ Matchima Chocolate ต้องการถ่ายทอดผ่านอาคารที่เปรียบเสมือนงานศิลปะมีชีวิตที่ชวนให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติในทุกครั้งที่มาเยือน”
Form อาคารมีรูปทรงที่เปรียบเสมือน “เปลือกโกโก้” ด้วยความเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเดินผ่านประตูเข้าสู่ด้านในเปรียบเหมือนการเดินทางเข้าสู่โลกแห่งช็อกโกแลต ที่ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการนำเสนอผลงานที่เสร็จสมบูรณ์
ด้วย Form ของตัวอาคารภายนอกที่ถูกออกแบบด้วยรูปทรงที่โค้งมน สร้างความรู้สึกลึกลับ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านประตูมิติก่อนเข้าสู่ภายในร้าน พื้นที่ภายในเต็มไปด้วยรายละเอียดของฝ้าและผนังที่เน้นเส้นโค้งต่อเนื่อง สร้างความเคลื่อนไหวทางสายตา โดยทุกองค์ประกอบได้รับการจัดวางอย่างตั้งใจเพื่อสะท้อนถึงกระบวนการสร้างช็อกโกแลตที่ละเอียดอ่อน
เคลือบสเปซด้วยบรรยากาศของช็อกโกแลต
ด้วยแนวคิดการออกแบบของ Matchima Chocolate ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความรู้สึกต่อเนื่องและไหลลื่น เสมือนกับเส้นทางของเมล็ดโกโก้ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปไปสู่ช็อกโกแลตบาร์
ภายนอกอาคาร
ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะโค้งมน คล้ายกับเปลือกเมล็ดโกโก้ที่โอบล้อมแก่นภายใน รูปทรงที่ไม่สมมาตรและพื้นผิวที่ขรุขระเล็กน้อยให้ความรู้สึกไหสิ่งมีชีวิต
ภายในอาคาร
ภายในพื้นที่ร้าน เน้นเส้นสายที่ไหลลื่น เสมือนสายน้ำที่เคลื่อนตัวผ่านโขดหิน เส้นโค้งของผนังและฝ้าเพดานช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนหลงใหลในรายละเอียด
การเลือกใช้วัสดุ
วัสดุที่ใช้ภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความดิบของธรรมชาติและความประณีต อย่างผิวคอนกรีตเปลือยที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและซื่อตรง ผสมกับไม้เนื้ออ่อนที่ให้สัมผัสอบอุ่น และแผ่นกระจกที่ช่วยสะท้อนแสงธรรมชาติ
สีของร้านถูกเลือกให้อยู่ในโทนอุ่นด้วยสีน้ำตาลจากไม้ โทนสีดิน และเฉดสีของโกโก้ เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้โอบล้อมด้วยความอ่อนโยน ขณะที่การจัดแสงธรรมชาติผสานแสงไฟภายในช่วยสร้างมิติของแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา
แรงบันดาลใจของสเปซ ที่มาจากป่าโกโก้
พื้นที่ภายในของร้าน ทีมผู้ออกแบบได้มีแนวคิดในการออกแบบที่ให้มีความสัมพันธ์กับเรื่องราวของแบรนด์ช็อกโกแลต โดยมีการสร้างเส้นทางที่คล้ายกับกระบวนการผลิตช็อกโกแลต ตั้งแต่เมล็ดโกโก้จนกลายเป็นบาร์ช็อกโกแลตที่สมบูรณ์
ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะสัมผัสได้ถึงความลึกลับและความแฟนตาซีผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ จากโครงสร้างร้านที่ไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ภายในได้ทั้งหมดจากด้านหน้า และการแบ่งพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในป่าโกโก้ราวกับ Matchima Chocolate ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนความรักในช็อกโกแลตผ่านงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และบอกเล่าเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง ผ่านแรงบันดาลใจจากศิลปะและธรรมชาติที่สอดประสานกันอย่างลงตัว
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญภายในร้าน คือการออกแบบที่มีการเปิดช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่เพื่อให้แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาในพื้นที่ร้าน โดยเมื่อแสงที่ตกกระทบผนังและพื้นทำให้เกิดมิติใหม่ในทุกช่วงเวลา อีกทั้งการเลือกใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสเหมือนธรรมชาติ เช่น ไม้ และคอนกรีตเปลือย ซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูอบอุ่นเมื่อได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายในร้าน
“เมื่อได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้เราเชื่อว่าคุณจะไม่ได้เพียงแค่ดื่มด่ำกับรสชาติของช็อกโกแลต แต่ยังได้สัมผัสกับฝันของเจ้าของร้านที่สื่อสารผ่านทุกมิติของการออกแบบและของบรรยากาศที่ช่วยหลอมรวมความทรงจำที่ดีและความสุขของทุกคนที่แวะเข้ามา”
ทำให้ Matchima Chocolate เป็นมากกว่าคาเฟ่ช็อกโกแลตทั่วไป แต่เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงศิลปะการออกแบบกับความรักในช็อกโกแลตทุกกระบวนการ ทั้งการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ การเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ และการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานสถาปัตยกรรม คาเฟ่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับคนรักช็อกโกแลต แต่ยังเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ
Project Name : Matchima Chocolate
Year : 2024
Owner : มัชฌิมา วิฑูรชาติ
Architect/Interior/Lighting/Landscape Designer : Anonym
M&E Engineer : EXM consultants
Structural Engineer : Wor consultant
M&E Engineer : EXM consultants
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.