ตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์เราต่างครุ่นคิดถึงคำตอบของ “เมืองในอุดมคติ” ทำอย่างไรถึงสามารถอยู่ร่วมกันโดยยังคงรักษาสมดุลความต้องการของผู้คนและทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ได้ หลากหลายทฤษฎีถูกคิดค้นตีพิมพ์สู่สาธารณะ บ้างก็นำมาสร้างจริงจนกลายเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ท่ามกลางนักคิดทั่วโลกมีเพียงจำนวนหนึ่งที่โดดเด่นเช่นเดียวกับ โซเลรี โซเลรี (Paolo Soleri) สถาปนิกผู้เคยศึกษาภายใต้ แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ (Frank Lloyd Wright) โซเลรีมองเมืองในฐานะระบบนิเวศเชื่อมโยงในแนวดิ่งกระจุกตัวกันอย่างหนาแน่นเพื่อเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ผู้นิยามคำว่า Arcology (Architecture + Ecology) และก่อตั้งเมืองยั่งยืนกลางทะเลทรายอาร์โคซานติ สถานที่ซึ่งสถาปัตยกรรมและระบบนิเวศหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
สถาปนิกนอกกรอบ ผู้นำพาธุรกิจชุมชนสู่เวทีโลก
ปาโล โซเลรี เกิดเมื่อค.ศ.1919 ณ เมืองตูริน ประเทศอิตาลี และจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากสถาบัน Politecnico di Torino ในปีค.ศ. 1946 ต่อมาเขาได้เดินทางสู่ประเทศอเมริกาเพื่อเรียนรู้กับสถาปนิกระดังโลก แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ เป็นเวลาเกือบสองปี ในระหว่างนั้นเขาเริ่มสะสมชื่อเสียงจากงานประกวดออกแบบสะพาน ผลงานสร้างจริงของโซเลรีช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1950 เป็นที่สนใจด้วยรูปลักษณ์ล้ำสมัยอย่าง The Dome House บ้านพักส่วนตัวที่รัฐแอริโซนาและเป็นผลงานอาคารกึ่งใต้ดิน (Semi-Subterranean Architecture) ชิ้นแรก ๆ หรือ The Ceramica Artistica Solimene โรงงานผลิตเครื่องเซรามิคที่ประเทศอิตาลี
ต่อมาช่วงปีค.ศ. 1955 โซเลรีและภรรยาตัดสินใจลงหลักปักฐานบนที่ดินขนาด 5 เอเคอร์ทางตอนเหนือของเมืองฟีนิกซ์ และจัดตั้งสตูดิโอภายใต้ชื่อ Cosanti (มาจากภาษาอิตาลี Cosa และ Anti แปลว่า Against Things เป็นการแสดงจุดยืนต่อต้านกระแสบริโภคนิยม) เพื่อให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ไว้ทดลองออกแบบสถาปัตยกรรมนอกกรอบ แสวงหาคำตอบการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ทักษะเครื่องเซรามิคที่เขาเรียนรู้จากการออกแบบโรงงานที่อิตาลีได้เปลี่ยนโฉมธุรกิจชุมชนจากชาวไร่ปศุสัตว์สู่ Cosanti Original ย่านผลิตกระดิ่งลมบรอนซ์และเซรามิคที่มีชื่อเสียงระดับโลก
เขาและภรรยาอุทิศชีวิตให้กับการศึกษาทดลองการวางผังเมืองอย่างจริงจัง โดยจัดสรรรายได้จากธุรกิจกระดิ่งลมมาใช้สร้างมูลนิธิเพื่อการศึกษาโดยไม่แสวงหาผลกำไร The Cosanti Foundation ในปี 1965 จุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในการออกแบบสภาพแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) ควบคู่กันไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศ มีนักศึกษา สถาปนิก นักออกแบบจำนวนมากเดินทางเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการและสามารถพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างเรียกว่า Earth-Cast Concrete ได้สำเร็จ
รูปที่ 9 และ 10 Cosanti Original ส่วนประกอบอาคารสร้างด้วยเทคนิค Earthcasting ใช้ดินเป็นแม่แบบคอนกรีตแทนที่จะเป็นไม้หรือเหล็ก จากนั้นขุดดินโดยรอบออกเผยให้เห็นชิ้นงาน เทคนิคนี้ช่วยประหยัดวัสดุก่อสร้างไปได้มาก
ภาพจาก https://www.tripadvisor.com/Attraction_Review-g31300-d288271-Reviews-Cosanti-Paradise_Valley_Arizona.html
สถาปัตยกรรมนิเวศ เส้นทางสู่เมือง Arcosanti
ช่วงปีค.ศ. 1959 โซเลรีวาดฝันเมืองแห่งอนาคตหลายโครงการ เช่น Mesa City เมืองกลางทะเลทรายสำหรับประชากรราวสองล้านคน โซเลรีเห็นความสำคัญกับระบบนิเวศสวนกระแสสังคมสมัยนั้นเช่นเดียวกับแฟรงก์แต่เขาผลลัพธ์ของการพัฒนาเมืองต่างออกไป ในขณะที่แฟรงก์ต้องการจะขยายเมืองออกในแนวราบ (Broadacre City) จากนั้นจึงสร้างศูนย์รวมชุมชนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน พื้นที่ส่วนกลาง สวนหรือศาลาประชาคมตามจุดต่าง ๆ แต่ที่เมืองเมซ่าซิตี้แห่งนี้มีการเติบโตหนาแน่นในแนวตั้งเป็นหลักเพื่อลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อาศัย และตอบสนองความต้องการทั้งหมดภายใต้พื้นที่จำกัดในรูปลักษณ์อันสวยงาม ต่อมาในปีค.ศ. 1969 งานเขียน Arcology: The City in the Image of Man ตีแผ่หลักแนวคิดของโซเลรีสู่สาธารณชนด้วยคำนิยาม Arcology (Architecture + Ecology) และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Arcosanti โครงการเมืองยั่งยืนขนาดเล็กซึ่งมีผู้ร่วมก่อตั้งนับพันคนในปีค.ศ. 1970
Arcosanti เมืองยั่งยืนขนาดจิ๋วกลางทะเลทราย
เมืองอาร์โคซานติตั้งอยู่กลางทะเลทรายระหว่างเมืองฟินิกซ์และเซโดนา ณ รัฐแอริโซนา ลักษณะเป็นเมืองขนาดกะทัดรัดสามารถเดินไปสุดอีกฝั่งหนึ่งได้ใน 15 นาที พื้นที่ส่วนกลางและลานอเนกประสงค์จำนวนมากกระจายอยู่ทั่วเมืองรองรับความต้องการที่หลากหลายส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ อาคารออกแบบตามหลักการ Passive Design ช่วยประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ยังลดปริมาณขยะและมลพิษด้วยการวางผังระบบสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง เรียกได้ว่าเป็นเมืองเมซ่าย่อส่วนคงไว้ตามทฤษฎี Arcology อย่างสมบูรณ์ โครงการเมืองยั่งยืนแห่งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ปี 1970 มีผู้ร่วมโครงการเวิร์คชอปสร้างเมืองอาร์โคซานติมากถึง 8,000 คนเลยทีเดียว
เมืองอาร์โคซานติตั้งอยู่บนหลักแนวคิดสี่ประการของโซเลรีได้แก่ความประหยัดมัธยัสถ์ (Frugality and Resourcefulness), ความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศน์ (Ecological Accountability), เรียนรู้จากการทดลอง (Experiential Learning) และลดปริมาณคาร์บอนฟุตปริ๊นท์เพื่อแก้ปัญหากระแสบริโภคนิยมเกินจำเป็น การขยายตัวของเมืองแบบกระจัดกระจาย การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง และความโดดเดี่ยวทางสังคมในโลกปัจจุบัน เมืองแห่งวิสัยทัศน์แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า The Urban laboratory จากนิตยสาร New York Times อีกด้วย
สถาปัตยกรรมจากกาแล็กซีอันไกลโพ้น
ภายในเมืองอาร์โครซานติเต็มไปด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมแปลกตาราวหลุดมาจากภาพยนตร์ไซไฟ The Vault อาคารทรงโค้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองสร้างจากแผ่นคอนกรีตหล่อในที่ไว้ใช้สังสรรค์จัดงานกิจกรรม Ceramic Apses อาคารทรงโดมผ่าครึ่งสถานที่สำหรับเวิร์คชอปสร้างสรรค์กระดิ่งลมและเครื่องเผาเซรามิค ตัวอาคารออกแบบโดยคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศเปิดรับแสงแดดทางทิศใต้เมื่อตะวันคล้อยต่ำในช่วงหน้าหนาว และให้ร่มเงาเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นสูงในฤดูร้อนจึงสามารถใช้งานกลางแจ้งได้ตลอดปี อีกฝั่งอาคารลดหลั่นระดับเป็นอัฒจันทร์มองลงมาสู่เวทีขยับได้ตรงกลางสำหรับใช้เป็นเวทีสำหรับคอนเสิร์ตและงานรื่นเริง ไม่ไกลจากอาคารโดมเป็นที่อยู่อาศัยรวมของประชากรใน
East Crescent อพาร์ทเมนต์และสเปซสำหรับนักเรียน ล้อมรอบด้วยเนินดินทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันจากสภาพภูมิอากาศทะเลทรายที่โหดร้าย แสงอาทิตย์จากทิศตะวันตกสาดผ่านระเบียงและหน้าต่างวงกลมเข้ามาในห้องสร้างบรรยากาศอันอบอุ่น Amphitheater อัฒจันทร์ขนาดใหญ่ S.O.D. (Soleri Office and Drafting Unit) ออฟฟิศและที่พักของโซเลรี Foundry Apse อีกหนึ่งอาคารเวิร์คชอปที่เชื่อมกับส่วนพักอาศัยด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีห้องแลป ห้องดนตรี และอาคารอื่นๆที่ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบรับความต้องการของผู้อาศัยได้อย่างครบถ้วน
การขยายตัวอันไร้ระเบียบของเมืองส่งผลเสียต่อทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและสภาพแวดล้อม แนวคิดพื้นที่อยู่ร่วมกันขนาดกะทัดรัดของโซเลรีนำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการวางผังเมืองที่เน้นการเติบโตสูงขึ้นไป มีพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์รองรับความต้องการหลากหลายบนสเปซจำกัด และส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อาศัยบนสเปซทับซ้อน สถาปัตยกรรมแปลกตาที่สร้างด้วยเทคนิค Earthcasting เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเมืองอาร์โคซานติจะสร้างแล้วเสร็จไปประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ และมีผู้อาศัยประมาณร้อยคน แต่เมืองอาร์โคซานติแห่งนี้สามารถเรียกนักท่องเที่ยวได้มากถึงห้าหมื่นคนในแต่ละปี นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับในฐานะเมืองยั่งยืนต้นแบบที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เช่นเดียวกันกับโซเลรีที่ต้องการรักษาธรรมชาติให้คงอยู่กับโลกต่อไปในอนาคต
References
Arcosanti. (n.d.). Retrieved from https://www.arcosanti.org/
Britannica. (n.d.). Paolo Soleri. Retrieved from https://www.britannica.com/biography/Paolo-Soleri
Malloy, C. (2018, March). Step Inside This City of the Future That Time Forgot. Architectural Digest. Retrieved from https://www.architecturaldigest.com/story/paolo-soleri-arcosanti-arizona
sarak. (2013, April). Paolo Soleri. Architectuul. Retrieved from https://architectuul.com/architect/paolo-soleri
Stevens, P. (2016, May). inside arcosanti: paolo soleri’s experimental desert town. designboom. Retrieved from https://www.designboom.com/architecture/arcosanti-experimental-desert-town-arizona-paolo-soleri-05-19-2016/
Stott, R. (2017, June). Spotlight: Paolo Soleri. archdaily. Retrieved from https://www.archdaily.com/391428/happy-birthday-paolo-soleri
วุฒิชาติวานิช, พ. (2015, May). ผลกระทบเมื่อประชากรโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะ Urban Sprawl. FTPI. Retrieved from https://www.ftpi.or.th/2015/2791