Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อนึกถึงร้านขายของฝาก ภาพที่หลายคนอาจคุ้นเคยคือร้านที่โดดเด่น เต็มไปด้วยสีสันที่ดึงดูดสายตา ให้ต้องหยุดและจอดรถซื้อของฝากก่อนออกจากจังหวัดนั้นๆ แต่ “Kaew Boutique” กลับนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไป ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างร้านของฝากที่เป็นมากกว่าร้านขายของ นี่คือพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดพักผ่อนสำหรับครอบครัว พร้อมทั้งเป็น Pet Friendly รองรับการมาเยือนของสัตว์เลี้ยงที่เป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยการออกแบบยังคงความเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบข้าง ไม่หวือหวาแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์
ทั้งหมดจึงเป็นเสมือนการรื้อภาพจำของร้านขายของฝากแบบดั้งเดิม พร้อมสร้างมิติใหม่ที่ผสมผสานความทันสมัย ความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติไว้อย่างลงตัว วันนี้ DsignSomething จึงมาคุยกับสถาปนิกจาก Mobius Studio – design creator ซึ่งก็คือคุณ บี – กิตติภณ สุดฉาย ที่จะมาเล่าถึงแนวคิดการออกแบบให้เราได้เข้าใจกันมากขึ้นนั่นเอง
Begin Again
การรีดีไซน์ให้แบรนด์มีเอกลักษณ์มากกว่าเดิม
โครงการนี้เริ่มต้นจากร้านของฝากดั้งเดิมในจังหวัดกาญจนบุรีที่เปิดมานานกว่า 30 ปี ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ต้องผ่านในการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น น้ำตกเอราวัณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว และเขื่อนศรีนครินทร์ เจ้าของร้านได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวที่มีลักษณะหลากหลายตามเจเนอเรชั่นที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มักจะมองหาประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่เพียงแค่การซื้อของฝากเท่านั้น แต่ยังมองหาสถานที่ที่มีการออกแบบที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จากการเปลี่ยนแปลงนี้ เจ้าของร้านจึงวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ เพื่อให้เข้ากับความต้องการของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ร้านกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกาญจนบุรี ที่นอกจากจะเป็นจุดแวะพักเพื่อซื้อของฝากแล้ว ยังเป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจและมีบรรยากาศที่ทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาในเชิงการตลาด เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ที่ต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างและมีคุณภาพ
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของโครงการคือการสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนในท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด โดยมีการออกแบบพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น การออกแบบทางเดินที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุหรือคนที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงการจัดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนในบรรยากาศที่ร่มรื่น ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจและชุมชนท้องถิ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
Family And Pet Friendly Space
พื้นที่ไข่แดงเพื่อโอบรับทุกคน
การออกแบบอาคารในโครงการนี้เน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากสิ่งที่ผู้คนเคยพบเจอในร้านของฝากทั่วไป หนึ่งในแนวคิดที่สำคัญในการออกแบบคือการเลือกใช้รูปทรงวงกลมเป็นโครงสร้างหลักของอาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่นจากบริบทโดยรอบที่ส่วนใหญ่เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการต้องการสร้างความแตกต่างให้กับอาคาร และทำให้ผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาต้องหยุดมอง ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของวงกลม นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างอาคารกับธรรมชาติ เนื่องจากวงกลมเป็นรูปทรงที่ไม่มีมุมแหลม ทำให้ดูมีความอ่อนโยนและสบายตา
โครงการนี้มีการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการก่อสร้างเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาคารและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ หนึ่งในเทคนิคที่โดดเด่นคือการใช้ “เนินดิน” อีกหนึ่งเหตุผลนอกจากการที่เนินดำสามารถยกต้นไม้ที่ค่อนข้างเตี้ยให้ดูสูงและร่มรื่นขึ้นได้ด้วย นอกจากนั้นยังส่งเสริมความยั่งยืน เพราะดินเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น ลดการพึ่งพาวัสดุที่ต้องนำเข้าจากแหล่งอื่น และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีการใช้พลังงานสูง เช่น ปูนซีเมนต์หรือเหล็ก การใช้ดินเป็นวัสดุหลักในบางส่วนของอาคารยังช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติและทำให้อาคารดูกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์โดยรอบไปด้วย
ในส่วนของการจัดฟังก์ชันภายในอาคาร พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายโซนเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น โซนของฝากซึ่งยังคงเป็นหัวใจหลักของร้าน คาเฟ่ที่เน้นการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อน และโซนสำหรับเวิร์คชอป ที่จะเป็นพื้นที่ให้กับกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบพื้นที่กลางแจ้งให้มีการจัดแสดงงานศิลปะหรือกิจกรรมชุมชนต่างๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
การใช้รูปทรงวงกลมในโครงสร้างอาคารยังมีประโยชน์ในการสร้างสเปซที่ลื่นไหล การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และทางเดินภายในอาคารทำให้ไม่มีมุมแหลม ซึ่งช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้วัสดุที่โปร่งใส เช่น กระจก ยังช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่ภายในดูสว่างและโปร่งสบาย สร้างบรรยากาศที่เชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสและใช้เวลาอยู่ในอาคารได้นานยิ่งขึ้น
THE TECTONIC OF STRUCTURE
เทคนิคการสร้างและการเลือกใช้วัสดุ
เนื่องจากโครงสร้างอาคารที่เป็นวงกลมและรูปทรงฟรีฟอร์ม ทำให้เทคนิคการก่อสร้างมีความซับซ้อนกว่าการสร้างอาคารทั่วไป โดยเฉพาะในส่วนของหลังคาที่เป็นจุดที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ เจ้าของโครงการจึงเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับการก่อสร้างอาคารรูปทรงนี้ เช่น ชิงเกิ้ลรูฟ ซึ่งเป็นหลังคาที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพอากาศและมีน้ำหนักเบา การใช้ชิงเกิ้ลรูฟในอาคารนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำซึมหรือปัญหาโครงสร้างในระยะยาวได้
หลังคาของอาคารนี้ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดหลักของโครงการที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาคารกับธรรมชาติ หลังคาที่ถูกเลือกใช้ในโครงการนี้เป็น “หลังคาชิงเกิ้ล” (Shingle Roof) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อน้ำและการกัดกร่อนจากสภาพอากาศ เช่น ฝนตกหนักหรือแดดแรง และยังมีน้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการติดตั้งและบำรุงรักษา
การออกแบบรูปทรงหลังคาในโครงการนี้มีลักษณะโค้งและฟรีฟอร์ม ซึ่งทำให้เกิดความลื่นไหลไปกับรูปทรงของอาคารที่เป็นวงกลม การเลือกใช้รูปทรงโค้งช่วยให้หลังคาสามารถระบายน้ำฝนได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ หลังคายังถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับกับการระบายอากาศตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี ลดการสะสมของความร้อนภายในอาคารในช่วงกลางวัน และลดการใช้เครื่องปรับอากาศด้วย
นอกจากนี้ วัสดุอื่น ๆ ที่ถูกเลือกใช้ในโครงการยังคำนึงถึงการผสมผสานกับธรรมชาติและภูมิอากาศท้องถิ่น โดยมีการเลือกใช้วัสดุจากท้องถิ่น เช่น ไม้และอิฐ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิร้อน การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ช่วยให้การก่อสร้างไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความทนทาน ลดการสึกหรอจากสภาพแวดล้อมได้ดี
นอกจากการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมแล้ว การสร้างหลังคารูปทรงฟรีฟอร์มยังมีการพัฒนานวัตกรรมทางวิศวกรรมเพื่อให้สามารถรองรับน้ำฝนและจัดการระบบการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในพื้นที่ที่มีปริมาณฝนสูง การออกแบบให้หลังคามีการโค้งรับกับรูปทรงของอาคารช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำขังหรือการรั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
สุดท้าย โครงการนี้ยังคำนึงถึงความง่ายในการบำรุงรักษา วัสดุที่ถูกเลือกใช้ทั้งหมดมีคุณสมบัติที่ต้องการการดูแลรักษาน้อย เช่น การเลือกใช้เหล็กที่ผ่านการเคลือบป้องกันสนิม และการใช้ไม้ที่ผ่านการอบและเคลือบน้ำยากันเชื้อรา ซึ่งช่วยให้โครงการมีความทนทานและดูแลรักษาง่ายในระยะยาวอีกด้วย
Architect: Mobius Studio – design creator
Owner: Kaew Boutique
Photographer: W Workspace
Lacation: Kanchanaburi Thailand
Area: 3,000 sq.m
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance