Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ทุกอาคารเก่าล้วนเป็นหนังสือที่บันทึกเรื่องราวของกาลเวลาทั้งโครงสร้าง ผิวสัมผัส และร่องรอยที่หลงเหลือเปรียบเสมือนตัวอักษรที่บรรยายถึงยุคสมัย สภาพแวดล้อม และผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ภายใน
ในงานออกแบบที่ดี การรีโนเวทไม่ใช่เพียงแค่การปรับโฉมใหม่ให้ดูร่วมสมัย แต่คือการรักษาแก่นแท้ของอาคาร ปรับปรุงให้ตอบโจทย์การใช้งานโดยไม่ลบเลือนเสน่ห์ของอดีต มันคือการทำให้ “หนังสือเล่มเก่า” ยังคงมีคุณค่าและถูกอ่านได้อย่างร่วมสมัย โดยยังคงหัวใจของเรื่องราวเดิมไว้
ประโยคที่กล่าวว่า “หนังสือที่ดีไม่มีวันเก่า” อาจเปรียบได้กับอาคาร ที่บรรจุเรื่องราวของเวลาเอาไว้ อย่างร้าน “ริมขอบฟ้า” อดีตร้านหนังสือขวัญใจนักอ่านที่เปิดบทใหม่ของตัวเองอีกครั้ง หลังจากย้ายจากถนนราชดำเนินมาสู่ย่านบางพลัด ตั้งอยู่ในอาคารเก่าสามชั้นที่ได้รับการรีโนเวทใหม่ให้สอดรับกับยุคสมัย ได้รับการออกแบบโดยคุณป้อง-บดินทร์ เมืองลือ และคุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง จาก BodinChapa Architects ผู้ที่ตีความพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของทั้งนักอ่านและผู้หลงใหลในกลิ่นกาแฟ
ในจุดเริ่มต้นของงานออกแบบ คุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง หนึ่งในทีมผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังถึงอาคารหลังนี้ที่เดิมทีเคยเป็นสำนักงานที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งแต่เต็มไปด้วยข้อจำกัด ทั้งพื้นที่ที่ปิดทึบและระดับฝ้าเพดานที่ค่อนข้างต่ำ การรีโนเวทครั้งนี้จึงเริ่มต้นด้วยการเปิดพื้นที่ ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างบรรยากาศ ลดความอึดอัดของพื้นที่ภายในโดยการเจาะพื้นบางส่วนของชั้นสอง เปิดโถงสูงแบบ Double Space เพื่อให้ชั้นล่างและชั้นบนมีความต่อเนื่องกัน เสริมความโปร่งโล่ง และดึงสายตาขึ้นไปยังชั้นหนังสือที่ไล่ระดับขึ้นไปตามแนวโครงสร้างเดิมของอาคาร
ร้านกาแฟ ส่วนผสมที่ลงตัวของพื้นที่นักอ่าน
พื้นที่ชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างสมดุล ด้านหนึ่งเป็นร้านหนังสือที่มีการจัดวางชั้นวางอย่างเป็นธรรมชาติ อีกด้านคือคาเฟ่ที่เชื้อเชิญให้คนเข้ามาพักผ่อน ทว่าเส้นแบ่งนี้ไม่ได้ตัดขาดจากกันโดยสิ้นเชิง เพราะการออกแบบเน้นให้ฟังก์ชันทั้งสองส่วนซ้อนทับกันเป็นจังหวะ หนังสือไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่โซนขายเท่านั้น แต่แทรกตัวอยู่ในทุกมุม ตั้งแต่ชั้นหนังสือที่เรียงตัวตามผนัง บันไดที่เชื่อมระหว่างชั้น ตลอดจนพื้นที่นั่งอ่านที่กระจายตัวอยู่ทั่วร้าน
อีกหนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของร้าน คือ “Tower Wall” ผนังสูงที่กินพื้นที่จากชั้นล่างถึงชั้นบน พร้อมช่องเปิดรูปสี่เหลี่ยมที่ทำหน้าที่ช่วยนำแสงและมุมมองไปยังพื้นที่ชั้นสอง ผนังนี้เป็นทั้งเส้นแบ่งพื้นที่ และเป็นจุดนำสายตาที่เชื้อเชิญให้คนเดินขึ้นไปสู่ชั้นบน ผ่านบันไดที่โค้งไหลต่อเนื่องจากโซนแคชเชียร์ โดยใช้ราวกันตกที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Tower Wall อย่างไร้รอยต่อ ที่ถือเป็นการออกแบบที่ใช้สถาปัตยกรรมเป็นสื่อกลางในการนำทางสายตาและการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน
หัวใจสำคัญของร้านอีกจุดหนึ่งบนพื้นที่ชั้นสอง นอกจากเป็นพื้นที่จัดเก็บหนังสือ ทีมสถาปนิกแบบยังได้ออกแบบให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย มีมุมสำหรับอ่านหนังสือเงียบ ๆ และโซนพื้นที่ที่ถูก
เตรียมไว้สำหรับจัดเสวนาหรืออีเวนต์ขนาดเล็ก โดยการเลือกใช้ชั้นวางเตี้ยที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการของร้าน หนังสือที่จัดแสดงไม่เพียงแค่เป็นสินค้า แต่ยังเป็นองค์ประกอบของสเปซ ถูกวางเรียงในลักษณะที่โอบล้อมผู้อ่าน ทำให้เกิดบรรยากาศที่กระตุ้นการสำรวจและการค้นพบ
จากประสบการณ์สู่การออกแบบ: ร้านหนังสือในมุมมองของนักออกแบบ
คุณว่าน และคุณป้อง เล่าให้เราฟังถึงการเข้าร้านหนังสือที่ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อหนังสือ แต่เป็นการสัมผัสกับ “สเปซ” ของร้านเหล่านั้น หรือพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้คนได้ค้นพบและดื่มด่ำกับหนังสือในแบบของตัวเอง
“ทุกครั้งที่ไปเที่ยว ไม่ว่าที่ไหนเราพยายามแวะเข้าร้านหนังสือเสมอ เพราะการได้หยิบจับหนังสือที่เราสนใจคือประสบการณ์ที่สำคัญ ซึ่งพอมาทำงานออกแบบเราก็คิดถึงเรื่องนี้ตลอด” คุณว่านกล่าว
การออกแบบร้านหนังสือจึงไม่ใช่แค่การจัดวางชั้นวางให้เป็นระเบียบ แต่เป็นเรื่องของการพรีเซนต์หนังสือให้โดดเด่นและมีเสน่ห์ การเลือกวิธีนำเสนอแต่ละเล่มให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหน้าหนังสือบางส่วน การใช้แสง หรือการเลือกวัสดุของชั้นวาง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้อ่าน
“ร้านหนังสือริมถนนหรือร้านขนาดเล็กอาจไม่ได้มีรูปแบบการนำเสนอเหมือนร้านหนังสือใหญ่ แต่เราก็สามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวให้กับร้านได้ โดยใช้การออกแบบที่สะท้อนถึงบุคลิกของร้านและหนังสือที่ขาย” ซึ่งคุณว่านมองว่า ร้านหนังสือไม่ได้เป็นเพียงที่ขายหนังสือเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่กระตุ้นให้เกิดความสนใจในการอ่าน และสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้คนกับหนังสือ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญเมื่อออกแบบพื้นที่เหล่านี้
เพื่อให้ร้านหนังสือแห่งนี้สะท้อนแนวคิดของ “ริมขอบฟ้า” ทีมออกแบบเลือกใช้กระเบื้องอิฐดินเผาสีส้มที่ไล่เฉดจากอ่อนไปเข้ม แทนค่าการเปลี่ยนแปลงของแสงขอบฟ้าในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน เสริมด้วยช่องแสงและการจัดแสงภายในที่ช่วยขับเน้นมิติของวัสดุ นอกจากนี้ การเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในองค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้บรรยากาศของร้านเป็นกันเอง อบอุ่น และเชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาสัมผัส
เนื่องจากอาคารตั้งอยู่ในจุดที่ไม่โดดเด่นจากมุมมองภายนอก การออกแบบด้านหน้าอาคารจึงถูกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยใช้ฟาซาดไม้ที่ลาดเอียงเข้าหาหน้าต่าง สร้างจังหวะคล้ายกับชั้นวางหนังสือ และใช้กำแพงอิฐสีส้มเป็นจุดนำสายตา ดึงดูดให้ผู้คนที่สัญจรไปมาหันมาสนใจ ขณะเดียวกันก็ไม่แปลกแยกจากบริบทของพื้นที่โดยรอบ
การรีโนเวทร้านริมขอบฟ้าไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมอาคารเก่าให้ดูทันสมัย แต่เป็นการตีความใหม่ของพื้นที่เดิม ให้ยังคงจิตวิญญาณของร้านหนังสือที่เคยเป็นมา ขณะเดียวกันก็เปิดรับผู้คนรุ่นใหม่ที่อาจมองหารูปแบบการใช้งานที่แตกต่างออกไป อาคารหลังนี้จึงเป็นเหมือนหนังสือที่ผ่านการพิมพ์ซ้ำ มีปกใหม่ แต่เนื้อหายังคงเข้มข้นและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอให้ถูกค้นพบอีกครั้ง
Project Name : ร้านหนังสือริมขอบฟ้า
Architect Firm : BodinChapa Architects
Architect : คุณป้อง-บดินทร์ เมืองลือ , คุณว่าน-พิชชาภา โล่ห์ทอง
Year : 2024
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance