Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
การเลือก Wedding Venue ไม่ใช่เพียงแค่หาสถานที่สำหรับจัดพิธีแต่งงาน แต่คือการเลือกฉากแห่งความทรงจำที่จะตราตรึงไปตลอดชีวิต สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างอาคารหรือพื้นที่จัดงานเท่านั้น แต่ยังเป็น สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตคู่ ที่เต็มไปด้วยความหมายด้วย
สถานที่จัดงานแต่งที่ดี ต้องมีความลงตัวทั้งในแง่ของ บรรยากาศ พื้นที่ และการออกแบบ ไม่ว่าจะให้ความรู้สึกหรูหรา อบอุ่น หรือโรแมนติก แต่ละองค์ประกอบล้วนส่งผลต่ออารมณ์และประสบการณ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมถึงแขกที่มาร่วมงานทั้งนั้น
ทั้งหมดจึงเป็นเสมือนการสร้างนิยามใหม่ให้กับสถานที่จัดงานแต่งงาน ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความหรูหรา ความอบอุ่น และความเป็นธรรมชาติไว้อย่างลงตัว วันนี้ DsignSomething จะพาไปชมงานออกแบบจาก I LIKE DESIGN STUDIO เพื่อเจาะลึกแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Wedding Venue อย่าง NIRHAN และทำความเข้าใจว่าทุกองค์ประกอบของที่นี่ล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ความรักของทุกคู่เป็นนิรันดร์
Reflection of Timeless Elegance
NIRHAN ถ่ายทอดความงดงามผ่านสถาปัตยกรรมที่เรียบหรูและไร้กาลเวลา โครงสร้างโดดเด่นด้วย เส้นโค้ง (arches) ที่เรียงตัวกันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกถึงโครงสร้างที่มั่นคงสวยงาม เปิดรับแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน ทำให้สถาปัตยกรรมมีความตื้นลึก ผสานกับ Reflection Pool ที่สะท้อนภาพอาคาร เพิ่มมิติและความสงบให้กับพื้นที่
รวมถึงการใช้แสงยามค่ำคืน เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและโรแมนติก แสงไฟที่ติดตั้งอย่างประณีต เน้นไฮไลต์โครงสร้างและพื้นผิวของสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว ช่วยให้พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต
โครงสร้างสถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้รับแสงธรรมชาติผ่าน ช่องเปิดทรงโค้ง ในเวลากลางวันทำให้พื้นที่ภายในสว่างไสวและอบอุ่น ขณะที่แสงไฟที่ถูกติดตั้งในยามค่ำคืนช่วยเน้นลวดลายของเสาและผนังให้เกิดความลึกมากขึ้น
ช่วงกลางวัน พื้นที่เปิดรับ แสงธรรมชาติ ผ่านกระจกบานสูงและผนังโปร่งแสง ทำให้เกิดมิติของแสงเงาที่เปลี่ยนไปตลอดวัน ส่วนช่วงค่ำ ระบบ ไฟซ่อนตัวและไฟแนวเส้น (Linear Lighting) ช่วยขับเน้นพื้นผิวของสถาปัตยกรรม สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและอบอุ่น
Material Palette & Textural Sensibility
โทนสีของวัสดุที่ถูกเลือกใช้ใน Wedding Venue แห่งนิรันดร์ เป็นเฉด เอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับแนวคิดของสถานที่ที่ต้องการให้เป็นพื้นที่สำหรับการเฉลิมฉลองที่เหนือกาลเวลา การเลือกใช้วัสดุที่มี ผิวสัมผัสละเอียด และพื้นผิว คอนกรีตขัดมัน ไม่เพียงช่วยเพิ่มความรู้สึกของความมั่นคงและเรียบง่าย แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางการออกแบบที่มุ่งเน้นไปที่ ความสง่างามที่อยู่ในรายละเอียด
โครงสร้างโค้งมนของเสาและเพดาน ช่วยสร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ ลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ทำให้เกิด เส้นสายที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสถานที่แห่งนี้ นอกจากนี้ ผิวสัมผัสของวัสดุได้รับการคัดเลือกให้มีความนุ่มนวลต่อสายตาและให้สัมผัสที่สอดคล้องกับบรรยากาศโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นผนังฉาบละเอียดแบบ Smooth Stucco หรือการใช้หินขัดที่มีผิวสัมผัสแบบด้าน เพื่อสร้างมิติที่สมดุลระหว่างความหรูหราและความเป็นธรรมชาติเข้าด้วยกัน
ลวดลายดอกไม้ที่ปรากฏบนฝ้าเพดานเป็นองค์ประกอบทางสุนทรียะ ทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับธรรมชาติภายนอก สร้างความรู้สึกของความอ่อนโยนและความสงบ เสมือนเป็นการนำองค์ประกอบจากสวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมภายใน ความลึกและมิติที่เกิดขึ้นจากการออกแบบฝ้านี้ช่วยให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น ละมุนละไม และยังทำทำให้พื้นที่ของห้องพิธีนี้กลายเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปด้วย
องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้ Wedding Venue แห่งนิรันดร์ เป็นสถานที่ที่สามารถ รองรับการปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานในบรรยากาศสุดโรแมนติก งานเลี้ยงที่ต้องการความอบอุ่นและเป็นกันเอง หรืออีเวนต์สำคัญอื่น ๆ ที่ต้องการพื้นที่ที่มีเสน่ห์ในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการตกแต่งเพิ่มเติมมากเกินไป
DTIPS : ดาวน์ไลท์ขนาดเล็กแบบฝังจุด ช่วยเพิ่มเอฟเฟกต์ของแสงเงา ทำให้เกิดความลึกและมิติ
ภายใน Wedding Venue แห่งนิรันดร์ ได้รับการออกแบบให้รองรับ พิธีแต่งงานแบบไทย ด้วยพื้นที่ที่สงบ อบอุ่น และเป็นทางการ การเลือกใช้โทนสีอบอุ่นและวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้สีอ่อนและผนังโทนสีครีม ทำให้บรรยากาศของห้องเต็มไปด้วยความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสำหรับพิธีสงฆ์ที่ต้องการความเคารพและความสำรวม
บริเวณที่นั่งของพระสงฆ์ถูกออกแบบให้มีระดับที่สูงขึ้นกว่าผู้เข้าร่วมพิธี สอดคล้องกับหลักการของพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และมีการติดตั้งระบบแสงแบบ Indirect Lighting เพื่อให้แสงกระจายตัวอย่างนุ่มนวล สร้างบรรยากาศที่สงบและเป็นมงคล
ห้องโถงหลักของ Wedding Venue แห่งนิรันดร์ ถูกออกแบบโดยใช้แนวคิด Timeless Elegance ที่เน้นความเรียบง่ายแต่สง่างาม วัสดุที่เลือกใช้ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างบรรยากาศที่ หรูหรา อบอุ่น และปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะการใช้งานของแต่ละอีเวนต์ เสาเรียงตัวเป็นจังหวะยังช่วยสร้างความรู้สึกสมมาตรที่สมดุลและเพิ่มมิติให้กับห้อง
หลังคาของห้องถูกออกแบบให้เป็น กระจกโปร่งแสง ที่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้พื้นที่มีชีวิตชีวาและมีบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน การใช้วัสดุแข็ง เช่น เหล็กโครงสร้างทาสีโทนอ่อน ผสมผสานกับวัสดุอ่อนโยน เช่น พรมและผนังฉาบเรียบ ทำให้เกิดความสมดุลระหว่าง ความแข็งแรงของสถาปัตยกรรม และ ความอบอุ่นของบรรยากาศภายใน
ทุกองค์ประกอบของวัสดุในห้องนี้ถูกออกแบบให้สื่อถึงความ หรูหราแบบเรียบง่าย และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะของอีเวนต์ต่าง ๆ ได้อย่างกลมกลืน
Organic Flow
สวนของนิรันดร์ ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่สีเขียว แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่าง สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้งาน โดยใช้แนวคิดของ Organic Flow ซึ่งเน้นการออกแบบที่มีความต่อเนื่องและกลมกลืนไปกับอาคาร
เส้นสายโค้งมนและเส้นทางคดเคี้ยว ถูกนำมาใช้ในองค์ประกอบของสวนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทางเดิน ลานนั่งเล่น หรือเส้นขอบของแปลงต้นไม้ เพื่อให้เกิดความลื่นไหล ลดความแข็งกระด้างของพื้นที่ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ทางเดินและแพทเทิร์นของวัสดุ ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นธรรมชาติ ผ่านการใช้ แผ่นหินรูปทรงกลมที่วางตัวแบบไม่สมมาตร บนพื้นกรวดละเอียด ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นธรรมชาติ และทำให้ผู้เดินรู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนผ่านพื้นที่ที่มีชีวิตชีวา
ต้นไม้หลักที่มีใบพลิ้วไหวและโครงสร้างโปร่ง เช่น ต้นหลิวและต้นไม้ขนาดกลาง ถูกเลือกใช้เพื่อสร้างเงาและช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและโรแมนติก
พืชคลุมดินและไม้พุ่มเตี้ย เช่น เฟิร์น และพืชที่มีใบละเอียด ถูกจัดวางตามแนวขอบของพื้นที่ ช่วยเสริมความรู้สึกของการไหลลื่นและความเป็นธรรมชาติ
พรรณไม้ที่มีเฉดสีเขียวหลากหลาย ถูกคัดสรรให้เกิดมิติของสีในสวน โดยเลือกใช้เฉดสีเขียวเข้มเพื่อเพิ่มความรู้สึกสงบ และสีเขียวอ่อนเพื่อสร้างความสดชื่
โครงสร้างของสวนได้รับการออกแบบให้เป็น Transition Space หรือ พื้นที่เปลี่ยนผ่าน ที่ช่วยลดเส้นแบ่งระหว่างภายในอาคารและธรรมชาติภายนอก ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ ขอบของทางเดินถูกออกแบบให้มี ระดับที่ลื่นไหล และค่อย ๆ แทรกไปกับพื้นที่สีเขียว ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง Hardscape และ Softscape ดูนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ
พื้นที่สวนแห่งนี้สามารถใช้เป็นมุมสำหรับการพักผ่อนของแขก หรือเป็นฉากหลังสำหรับพิธีแต่งงานกลางแจ้ง ซึ่งทำให้สถานที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่สีเขียว แต่เป็น องค์ประกอบที่เสริมให้บรรยากาศโดยรวมของสถานที่ดูสงบและผ่อนคลาย ช่วยให้แขกที่มาเยือนได้รับความรู้สึกของความเป็นธรรมชาติและความผ่อนคลาย
Architect: Ilikedesignstudio
Design Team : Narucha Kuwattanapasiri, Kunatip Thonglueang, Warakorn Chareonrat, Wisan Promsuntorn, Phuvanart Roongsang
Interior Architect : Narucha Kuwattanapasiri, Wisan Promsuntorn
Landscape Architect : Ingyu Co., Ltd.
Lighting Architect : Lundi Light Design Co., Ltd.
Structural Engineer : Kor-It Structural Design and Construction Co., Ltd
System Engineer : Kor-It Structural Design and Construction Co., Ltd
Contractor : Zenith Dec-Con Co., Ltd.
Photographs : Soopakorn Srisakul
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance