สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาพสะท้อนของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พัฒนาไปตามบริบทของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันและสภาพอากาศ แต่ยังเป็นมรดกที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น รูปแบบที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และการออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ซับซ้อน
การนำรูปแบบบ้านเรือนไทยแบบดั้งเดิมกลับมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันกลายเป็นแนวทางที่น่าสนใจของ HRR House หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นจาก Studio Miti โดยมีคุณเติ้ล เผดิมเกียรติ สุขกันต์ เป็นผู้ออกแบบ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงวิถีชีวิตของเจ้าของบ้านที่ต้องการความเรียบง่าย สงบ และอบอุ่นในรูปแบบที่ยังคงกลิ่นอายของบ้านเรือนไทย
การตีความใหม่ของสถาปัตยกรรมไทยเพื่อการพักผ่อนร่วมสมัย
คุณเติ้ล สถาปนิกผู้ออกแบบ เล่าให้เราฟังถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ที่เดิมที เจ้าของบ้านเป็นผู้ที่หลงใหลในบ้านไม้และ ต้องการสร้างที่พักตากอากาศสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ บ้านไทยแบบดั้งเดิมจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของแนวคิด โดยได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานและความสะดวกสบายของยุคปัจจุบัน ทีมผู้ออกแบบจึงเลือกออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ พร้อมรับมือกับปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและการระบายอากาศ
ฟื้นชีวิตเรือนไทยแบบกลุ่ม
HRR House ได้รับการออกแบบโดยยึดถือแนวทาง “การฟื้นคืนชีวิตของเรือนกลุ่ม” โดยนำลักษณะของบ้านไทยมาพัฒนาใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย โจทย์สำคัญของบ้านหลังนี้คือการออกแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเปิดรับธรรมชาติ แต่ไม่ย้อนยุคจนเกินไปผ่านการผสมผสานเสน่ห์ของเรือนไทยเข้ากับวัสดุและโครงสร้างที่ทันสมัย
โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนที่ดินติดแม่น้ำ มีพื้นที่โดยรอบเป็นทุ่งนาและชุมชนดั้งเดิม ทีมผู้ออกแบบจึงเลือกวางตำแหน่งบ้านให้สอดคล้องกับมุมมองที่ดีที่สุดของแม่น้ำ และออกแบบให้บ้านเปิดรับลมจากธรรมชาติ โครงสร้างทั้งหมดถูกยกสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมและช่วยระบายความร้อน
ทีมผู้ออกแบบเลือกวางตัวบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมปี 2554 เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขัง และสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้บ้านมีความโปร่งโล่ง สามารถเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติได้เหมือนบ้านเรือนไทยแบบดั้งเดิม โครงสร้างบ้านถูกแบ่งออกเป็นหลายอาคารขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกันแบบเรือนกลุ่ม ซึ่งช่วยให้การใช้งานมีความยืดหยุ่นและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกในครอบครัวในอนาคต
#EditorNote
แม้โลกจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่คุณค่าของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นยังคงปรากฏชัดในแนวคิดของสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ทั้งในเรื่อง การระบายอากาศตามธรรมชาติ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเป็นต้นแบบของการออกแบบที่เคารพธรรมชาติและบริบทของพื้นที่ได้ลงตัว
เรือนไทยแบบกลุ่ม เป็นหนึ่งในรูปแบบของเรือนไทยที่มีลักษณะการจัดวางอาคารหลายหลังรวมกันเป็นหมู่เรือน โดยเรือนแต่ละหลังจะถูกยกพื้นสูง มีชานหรือระเบียงเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกัน ลักษณะของการจัดวางเรือนแบบนี้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัวไทยในอดีตที่มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่
ลักษณะสำคัญของเรือนไทยแบบกลุ่ม
การจัดผังเรือน
เรือนถูกจัดเรียงเป็นกลุ่ม โดยมีชานเรือนเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมต่อทุกเรือนเข้าด้วยกัน การจัดกลุ่มอาจแบ่งเป็นเรือนหลักสำหรับผู้อาวุโส และเรือนรองสำหรับลูกหลานหรือคนรับใช้
โครงสร้างสถาปัตยกรรม
เรือนแต่ละหลังมักเป็นเรือนไทยยกพื้นสูง ลดปัญหาความชื้นและช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก มักมีการใช้โครงสร้างไม้ในรูปแบบของการเข้าไม้ ไม่ใช้ตะปู ทำให้สามารถถอดประกอบและขยายเรือนเพิ่มเติมได้ง่าย
พื้นที่ใช้งาน
– ชานเรือน เป็นศูนย์กลางของกลุ่มเรือน ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ทำกิจกรรมในครอบครัว หรือใช้รับแขก
– เรือนนอน แยกเป็นห้องส่วนตัวสำหรับแต่ละสมาชิกในครอบครัว
– เรือนครัว มักแยกออกจากเรือนหลักเพื่อป้องกันกลิ่นควันจากการทำอาหาร
วัสดุและองค์ประกอบ
– ใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก หรือไม้เต็ง ในการก่อสร้างเพื่อความแข็งแรง
– หลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา ช่วยระบายน้ำฝนได้ดี
– หน้าต่างและประตูบานเฟี้ยม หรือบานกระทุ้ง ช่วยระบายอากาศและควบคุมแสงสว่าง
และแม้ว่าปัจจุบันรูปแบบของการใช้งานและ วิถีชีวิตจะแปรเปลี่ยนไป แต่แนวคิดของ เรือนไทยแบบกลุ่ม ยังคงเป็นต้นแบบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบบ้านร่วมสมัย เช่น การออกแบบบ้านที่มีอาคารแยกกัน แต่ใช้ชานหรือโถงกลางเป็นพื้นที่เชื่อมโยง หรือการใช้วัสดุธรรมชาติและระบบโครงสร้างแบบเรือนไทยเพื่อให้บ้านมีความโปร่งโล่งและเหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย เป็นต้น
เรือนไทยร่วมสมัย สมดุลระหว่างโครงสร้างไม้และ เหล็ก
กลับมาสู่แนวคิดสำคัญในการออกแบบของบ้านหลังนี้ ทีมผู้ออกแบบได้อธิบายต่อถึงการเลือกใช้โครงสร้างผสมระหว่างเหล็ก คอนกรีต และไม้ ที่โครงสร้างหลักของชั้นล่างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความแข็งแรง ส่วนโครงสร้างชั้นบนใช้ไม้เป็นวัสดุหลักเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น มีการซ่อนโครงเหล็กในบางส่วนเพื่อเพิ่มความมั่นคงของอาคารในระยะยาว
โครงสร้างเหล็กและไม้ สถาปนิกเลือกใช้เหล็กเป็นโครงสร้างซ่อนภายในเพื่อรองรับน้ำหนักและความแข็งแรง ขณะที่ภายนอกใช้ไม้จริงเพื่อนำเสนอความรู้สึกแบบเรือนไทย วัสดุไม้บางส่วนเป็นไม้เก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้บ้านมีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกับอดีต
การออกแบบช่องเปิด หน้าต่างไม้แบบบานเฟี้ยมและระแนงไม้ช่วยควบคุมการรับแสงและระบายอากาศ ขณะที่การออกแบบช่วยให้มีพื้นที่ระเบียงกว้างรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง
ฟังก์ชันภายใน ภายในบ้านออกแบบให้มีการไหลเวียนของอากาศที่ดี ลดการใช้เครื่องปรับอากาศโดยการจัดวางช่องเปิดให้รับลมธรรมชาติ มีพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโล่ง และออกแบบให้รองรับต่อการใช้งานในอนาคตอย่างการเพิ่มลิฟต์และทางลาดสำหรับผู้สูงอายุ
HRR House เป็นตัวอย่างของการฟื้นคืนจิตวิญญาณของเรือนกลุ่มไทยผ่านแนวทางการออกแบบร่วมสมัย โดยนำองค์ประกอบของบ้านไทยดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมปัจจุบัน สถาปนิกผู้ออกแบบมีความเข้าใจในสัดส่วนและฟังก์ชันของบ้านไทยเป็นพื้นฐาน แล้วผสมผสานวัสดุสมัยใหม่อย่างเหล็กและคอนกรีต เพื่อให้ได้บ้านที่ทั้งแข็งแรง ทันสมัย และยังคงความอบอุ่นของเรือนไทยดั้งเดิม
การออกแบบบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่เป็นบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่หลอมรวมความทรงจำของเจ้าของบ้านเข้ากับสถาปัตยกรรมที่สามารถรองรับต่อการใช้งานในอนาคตได้อย่างลงตัว
Project : HRR House
Location : Nakhon Pathom, Thailand
Architects : Studio Miti
Photographer : Tanatip Chawang , SPACESHIFTSTUDIO
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า