Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อสถาปัตยกรรมไม่ใช่เพียงแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นกระจกสะท้อนเรื่องราวของยุคสมัย งานสถาปนิก : ASA EXPO’68 กลับมาอีกครั้งภายใต้แนวคิด “ทบทวน ทิศทาง : Past Present Perfect” ที่จะนำพาผู้เข้าชมสำรวจอดีต เชื่อมโยงปัจจุบัน และมุ่งสู่อนาคตของสถาปัตยกรรมไทย โดยหนึ่งในโซนไฮไลต์ที่โดดเด่นและพลาดไม่ได้ภายในงานอย่าง Thematic Pavilion พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและการตีความใหม่ของงานสถาปัตยกรรมที่มอบประสบการณ์ immersive ให้กับผู้ชมผ่านการออกแบบอันล้ำสมัยและกิจกรรมเชิงโต้ตอบที่น่าสนใจ
โดยพื้นที่โซน Thematic Pavilion เป็นพื้นที่ที่นำเสนอแนวคิดการทบทวนและพัฒนาแนวทางของสถาปัตยกรรมผ่านโครงสร้างที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานสถาปนิก’68 นี้ โดยใช้เทคโนโลยีและวัสดุที่ล้ำหน้า เพื่อนำเสนอประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สามารถสัมผัสได้จริง
ครั้งแรกกับ Thematic Pavilion ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! พื้นที่จัดแสดงจาก 6 แบรนด์ชั้นนำร่วมกับดีไซน์เนอร์ในการสร้างสรรค์พื้นที่ให้ออกมาไม่เหมือนใครและมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยในปีนี้มีมากที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา!
Thematic Pavilion : WoodDen พื้นไม้สัก, พื้นไม้เอนจิเนียร์ x POAR
ออกแบบโดย POAR
ในโลกของงานไม้ ความงามไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังต้องผ่านกระบวนการคัดสรรที่ละเอียดลออ WOODDEN ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไม้คุณภาพสูง จึงให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการ ตั้งแต่การคัดเลือกไม้ไปจนถึงการจัดเก็บ โดยเฉพาะการเลือกไม้ที่มีลวดลายตรงและสวยงามที่สุด กระบวนการนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างหัตถกรรมและอุตสาหกรรมที่ดำเนินไปพร้อมกัน พาวิลเลียนนี้จึงได้รับการออกแบบขึ้นจากแนวคิด “Piece by Piece” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวัสดุไม้ แต่เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจกระบวนการ และความพิถีพิถัน
ทีมผู้ออกแบบเล่าว่า หากสังเกตภายในโรงงานของ WOODDEN จะเห็นว่าไม้ถูกจัดเรียงขึ้นไปเป็นชั้นสูง โดยมีชิ้นไม้ที่มีขนาดไม่เท่ากัน เนื่องจากแต่ละชิ้นถูกคัดเลือกตามลวดลาย ไม้ที่มีลายตรงสวยงามจะถูกตัดเฉพาะส่วนที่ดีที่สุด ซึ่งบางชิ้นอาจยาวเพียง 30 เซนติเมตร ขณะที่บางชิ้นอาจยาวเกิน 1 เมตร กระบวนการนี้ช่วยให้เกิดการใช้ไม้ที่คุ้มค่าที่สุด โดยลายไม้ที่สวยงามที่สุดมีราคาสูงกว่าส่วนอื่นหลายเท่าตัว
พาวิลเลียนนี้จึงเป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดงวัสดุไม้ แต่เป็นการเล่าเรื่องราวของไม้ผ่านสถาปัตยกรรม การออกแบบไม่ได้มุ่งเพียงแค่การโชว์คุณสมบัติของไม้ แต่ยังพาผู้ชมไปรับรู้กระบวนการ ค่าของวัสดุ และการนำไปใช้ในแง่มุมที่แตกต่างกัน
Thematic Pavilion : Fameline x A&A
ออกแบบโดย A&A
เมื่อผมรับปากว่าจะออกแบบพาวิลเลียนแห่งนี้ ภาพของสองผู้บริหารหนุ่มก็ผุดขึ้นมาในความคิดทันที เราค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นผ่านบทสนทนาเกี่ยวกับพัฒนาการของบริษัท จนผมเข้าใจถึงเส้นทางที่ FAMELINE เติบโตมา จากธุรกิจค้าขายเหล็กของ New Saeng Chai (NSC STEEL) ที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนจะแตกแขนงออกไปสู่โลกของวัสดุก่อสร้างด้านสถาปัตยกรรม
ทีมผู้ออกแบบจาก A&A เล่าถึงเรื่องราวก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้ออกแบบพาวิลเลียนแห่งนี้ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงวัสดุแต่เป็นการเล่าเรื่องราวขององค์กรที่ก้าวข้ามจากจุดเริ่มต้น สร้างรากฐานจากเหล็ก และต่อยอดด้วยนวัตกรรมของโลหะและอลูมิเนียมสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของงานออกแบบ
แนวคิดหลักของพาวิลเลียนนี้อยู่ที่ “My Time, My Space” ซึ่งถ่ายทอดมิติของเวลาและพื้นที่ที่เป็นตัวแทนของ FAMELINE ในมุมมองที่แตกต่าง เวลาเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่อง พาวิลเลียนจึงถูกออกแบบให้มีเส้นสายที่ไหลลื่น คล้ายกับการเคลื่อนที่ของกาลเวลา ใช้วัสดุอลูมิเนียมสร้างโครงสร้างที่ดูล้ำสมัย และให้แสงเงาตกกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงมิติของพื้นผิวไปตามช่วงเวลา
ในขณะเดียวกัน พื้นที่ของพาวิลเลียนเป็นเสมือนพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าในงานออกแบบ ผนังที่สร้างขึ้นจาก cladding ไม่ได้เป็นเพียงฉากกั้น แต่เป็นองค์ประกอบที่สามารถปรับเปลี่ยนสีและพื้นผิวได้ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของวัสดุที่สามารถตอบโจทย์งานออกแบบได้หลากหลายมิติ พาวิลเลียนนี้ไม่ได้มีเพียงการจัดแสดงแบบสแตติก แต่สร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้มีปฏิสัมพันธ์กับวัสดุผ่านการทดลองสัมผัส และมองเห็นแสงที่สะท้อนบนพื้นผิวโลหะจากมุมที่แตกต่าง
การเลือกใช้วัสดุใน Pavilion นี้จึงสะท้อนจิตวิญญาณของ FAMELINE อย่างแท้จริง ผิวสัมผัสของอลูมิเนียมที่ถูกนำเสนอมีทั้งแบบขัดเงา พ่นสี และลวดลายพิเศษที่เกิดจากกระบวนการทางเทคโนโลยี ผสานกับแสง LED ที่ถูกจัดวางเพื่อสร้างมิติและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามเวลา Pavilion นี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดง แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงพลังของวัสดุ โลหะที่เคยถูกมองว่าแข็งแกร่งและนิ่ง กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิต เคลื่อนไหว และปรับเปลี่ยนไปตามแสง มุมมอง และเวลา
Thematic Pavilion : Nippon Paint Thailand Decorative x pbm
ออกแบบโดย pbm
แนวคิด “The Future City” ของ Nippon Paint เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งร่วมกันของผู้คน ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันด้วยสีสันและการออกแบบพาวิลเลียนแห่งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นเส้นทางแห่งการค้นพบตัวเอง ผ่านพลังของสีที่สะท้อนมิติที่หลากหลายของชีวิต แต่ละโซนของพาวิลเลียนถูกกำหนดด้วยพาเลตสีที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเทคนิคการนำเสนอที่แตกต่างกัน เพื่อกระตุ้นอารมณ์และสร้างความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชม
แรงบันดาลใจของการออกแบบมาจาก “วงล้อสี” (Color Wheel) ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังสำหรับนักออกแบบ เช่นเดียวกับที่วงล้อสีแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานของเฉดสีที่แตกต่างกันอย่างกลมกลืน รูปทรงของพาวิลเลียนจึงถูกออกแบบมาให้สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงของสีในชีวิตของเรา ตั้งแต่สีสันที่สดใสของความสุข เฉดสีที่ให้ความรู้สึกสงบ ไปจนถึงมิติของแสงและเงาที่สร้างอารมณ์แตกต่างกัน
โปรเจกต์นี้ยังเน้นให้เห็นว่าการออกแบบสามารถหยิบแรงบันดาลใจมาจากสิ่งธรรมดาที่สุด เช่น “ผืนผ้าใบเปล่า” ที่ดูเรียบง่าย แต่เมื่อนำสีมาไล่เฉดและเพิ่มมิติของพื้นผิว มันกลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การผสมผสานของ สี พื้นผิว แสง และเงา ทำให้แต่ละองค์ประกอบของพาวิลเลียนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางสายตา แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างบรรยากาศและอารมณ์ที่หลากหลาย
Thematic Pavilion : S ONE GROUP x Looklen Architects
ออกแบบโดย Looklen Architects
Thematic Pavilion ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์ S-ONE และทีม “ลูกเล่น สถาปนิก” ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ S-ONE พร้อมทั้งนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชม ผ่านการผสมผสานงานสถาปัตยกรรมเข้ากับมัลติมีเดีย โดยมีแกนหลักของแนวคิดคือการเผยให้เห็นมิติที่ซ่อนอยู่ของอลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัสดุหลักของแบรนด์ในมุมมองที่แปลกใหม่
จุดเริ่มต้นของการออกแบบได้เริ่มต้นจากการศึกษาประวัติ วิสัยทัศน์ และกระบวนการผลิตของ S-ONE โดยทีมสถาปนิกได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานพ่นสีและโกดังเก็บวัสดุของบริษัท ทำให้ค้นพบองค์ประกอบที่น่าสนใจ เช่น มัดอลูมิเนียมที่ใช้ในกระบวนการชุบ และผิว Mill ซึ่งเป็นพื้นผิวดั้งเดิมของอลูมิเนียมที่ยังไม่ผ่านกระบวนการเคลือบสี
จากจุดนี้ ทีมออกแบบจึงเกิดแนวคิดในการนำเสนออลูมิเนียมในรูปแบบที่ผู้ชมทั่วไปไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยสร้างสรรค์พาวิลเลียนที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของวัสดุ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้มีปฏิสัมพันธ์กับอลูมิเนียมใน 3 มิติอย่าง
-การรับรู้ผ่านสเปซและรูปทรงของสถาปัตยกรรม – ใช้โครงสร้างที่สะท้อนเส้นสายของมัดอลูมิเนียม
-การสัมผัสผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับพาวิลเลียนนี้ – เผยให้เห็นความงามของพื้นผิวอลูมิเนียมที่หลากหลาย
-การปฏิสัมพันธ์ผ่านผลิตภัณฑ์และมัลติมีเดีย – เชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้เข้าชมกับโลกของอลูมิเนียมในบริบทที่กว้างขึ้น
โดยอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทีม “ลูกเล่น สถาปนิก” คำนึงถึง คือการลดขยะจากกระบวนการก่อสร้างและรื้อถอนโครงสร้างชั่วคราว (Temporary Installation) ซึ่งมักจะสิ้นเปลืองวัสดุจากการตัดเฉือน หรือการเจาะเพื่อยึดติดโครงสร้าง ทำให้วัสดุไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้วยแนวคิดนี้ พาวิลเลียนจึงถูกออกแบบให้สามารถรื้อถอนและนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยใช้แนวคิด Modular Design ในการกำหนดขนาดของอลูมิเนียมให้อยู่ในระยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่ายที่สุด โดยเส้นอลูมิเนียมความยาวมาตรฐาน 6.35 เมตร ถูกแบ่งออกเป็นช่วงที่ไม่เกิน 2.50 เมตร เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานในอนาคตได้สะดวก และยังคงเลือกใช้ผิว Mill เพื่อให้สามารถนำไปพ่นสีใหม่ได้เมื่อต้องการใช้งานต่อไป
โครงสร้างของพาวิลเลียน มีการใช้ระบบเสาคานแบบเรียบง่าย แต่เสริมความแข็งแรงด้วยการสานมัดเส้นอลูมิเนียมเข้าด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองแล้ว ยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวอาคาร โดยมีการบิดแกนของ Grid Line ให้แตกต่างจากรูปแบบตารางทั่วไปของบูธนิทรรศการเพื่อสร้างความโดดเด่นและดึงดูดสายตา
ทำให้พาวิลเลียนแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นเวทีที่นำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ของอลูมิเนียมผ่านมุมมองทางสถาปัตยกรรม การออกแบบเชิงยั่งยืน และเทคโนโลยีมัลติมีเดีย โครงการนี้ช่วยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจวัสดุในระดับลึกขึ้น และผลักดันขีดจำกัดของการออกแบบ จนเกิดเป็นผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคต ทั้งในแง่ของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการนำเสนอวัสดุให้มีชีวิตชีวาในมิติที่แตกต่างจากเดิม
Thematic Pavilion : Vanachai Group x FLAT12x
ออกแบบโดย FLAT12x
ในโลกของงานออกแบบ วัสดุไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบที่ใช้สร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้าง แต่ยังเป็นสื่อกลางที่บอกเล่าเรื่องราวของกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม วนชัย กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแผ่นไม้อัดรายสำคัญของไทย ได้ทุ่มเทพัฒนาไม้อุตสาหกรรมให้มีคุณภาพที่เหนือมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งช่างผู้ชำนาญและผู้ใช้งานทั่วไป อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจในคุณสมบัติของวัสดุไม้เหล่านี้ยังคงถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
Thematic Pavilion ที่ออกแบบโดย FLAT12x นี้จึงเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ตั้งใจจะสร้าง “ประสบการณ์ร่วมกับวัสดุ” ผ่านสถาปัตยกรรมที่ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและเข้าใจคุณลักษณะของไม้อัดได้อย่างลึกซึ้ง FLAT12x เลือกใช้ ไม้อัด เป็นวัสดุหลักของโครงสร้างพาวิลเลียน ไม่เพียงเพื่อแสดงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการตีความ “เนื้อแท้” ของไม้ในรูปแบบสถาปัตยกรรม
โครงสร้างถูกออกแบบให้เป็นอุโมงค์โค้งต่อเนื่อง ที่แสดงให้เห็นถึง ความหนา พื้นผิว และคุณสมบัติของไม้อัด ในมิติที่แตกต่างกัน การเรียงตัวของไม้อัดช่วยสร้างมุมมองใหม่ในการรับรู้วัสดุ ทั้งการมองเห็นพื้นผิวสัมผัสและการสัมผัสผ่านโครงสร้างที่โอบล้อมร่างกาย นอกจากนี้ ความโค้งของพาวิลเลียนยังเป็นการทดลองเชิงโครงสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและศักยภาพของไม้อัดในการใช้งานที่หลากหลาย
เพื่อให้พาวิลเลียนไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงวัสดุ แต่ยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องราวของ วนชัย กรุ๊ป โดยภายในโครงสร้างอุโมงค์ ผู้เข้าชมจะได้พบกับนิทรรศการที่บอกเล่าถึงวิวัฒนาการของวัสดุไม้อุตสาหกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมปลายทางของพาวิลเลียนที่เชื่อมโยงเข้าสู่ Wood Smith ซึ่งเป็นพื้นที่หน้าร้านของวนชัย กรุ๊ป ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ในบริบทของการใช้งานจริง
Thematic Pavilion : VG รางน้ำและหลังคาไวนิล x ativich
ออกแบบโดย ativich
หลังคา องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่อยู่เหนือศีรษะของเราเสมอมา เป็นดั่งเกราะปกป้องจากสภาพแวดล้อมและเป็นสิ่งที่กำหนดขอบเขตของพื้นที่ภายใน ถึงแม้จะเป็นส่วนที่มักถูกมองข้าม แต่แท้จริงแล้ว หลังคาคือจุดเริ่มต้นของสถาปัตยกรรม เสายกหลังคาขึ้น กลายเป็นพื้นที่ให้มนุษย์เข้าไปอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ภายใน
พาวิลเลียนนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ในการรับรู้ถึงบทบาทและความเป็นไปได้ของวัสดุหลังคาสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การปกป้องเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจและขยายขีดจำกัดของสถาปัตยกรรมไปไกลกว่าที่เคย
จากสถาปัตยกรรมขนาดเล็กที่หล่อเลี้ยงความอบอุ่นของครอบครัว ไปจนถึงโครงสร้างขนาดมหึมาของสนามบินหรือโรงงานอุตสาหกรรม ขนาดของหลังคาคือภาพสะท้อนของพลังและความก้าวหน้าของมนุษย์ การพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุทำให้โครงสร้างหลังคาสามารถขยายช่วงกว้างขึ้น เบาขึ้น แต่ยังคงแข็งแกร่ง และนี่คือสิ่งที่ VG มุ่งมั่นพัฒนา
ประสบการณ์ใต้หลังคาไม่ใช่เพียงแค่การมองขึ้นไป หากแต่เป็นความรู้สึกร่วมของผู้คนที่อาศัยอยู่ภายใน The Forest of Mirrors นำแรงบันดาลใจจากมิติพิศวงของ Kaleidoscope มาสู่โลกของสถาปัตยกรรม ภายในพาวิลเลียน ผู้เข้าชมสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองและสัมผัสกับแสง เงา และการสะท้อนในมิติที่ไม่เคยมีมาก่อน—ดั่งการหมุนกระบอกภาพลวงตา แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การมองเห็น หากแต่เป็นการก้าวเข้าไปสัมผัสจริง
ซึ่งทำให้ VG Experience Pavilion ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงนวัตกรรมของวัสดุหลังคา แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของสถาปัตยกรรมในอนาคตที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างสรรค์พื้นที่แห่งประสบการณ์ที่เหนือจินตนาการ
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance