Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
บ้านศิลา หลังนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ถ้ำ” ในบริบทนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นส่วนตัวที่ได้รับการปกป้องอย่างมั่นคงจากภายนอก และในขณะเดียวกันยังมีช่องเปิดให้แสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาพื้นที่ภายใน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นมีชีวิตชีวา เชื่อมต่อกลมกลืนกับต้นไม้ สวน และวิวทิวทัศน์ที่โอบล้อมรอบอาคาร เป็นสถานที่ที่สร้างความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการเปิดรับโลกภายนอก
เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนบ้านตากอากาศใกล้เมือง รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลงใหลในกีฬากอล์ฟ การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านทุกมุมของบ้าน ออกแบบโดย JUTI architects
Hidden Gems in the Fortress
ซ่อนธรรมชาติไว้ในปราการ
ในยุคนี้ธรรมชาติ ต้นไม้ อากาศดีนั้นหายากเหมือนอัญมณี บ้านศิลาปรียบเสมือนปราการแห่งความแข็งแกร่งที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้ภายใน สมบัติที่ว่านี้ก็คือธรรมชาติ ที่ถูกบรรจงจัดวางและผสมผสานไว้อย่างลงตัว บ้านศิลาได้รับแรงบันดาลใจจาก “ถ้ำ” สื่อถึงความมั่นคง ปลอดภัย และความสงบ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและการเปิดรับธรรมชาติอย่างเต็มที่
ด้วยบริบทสนามกอล์ฟคุณภาพสูงที่รายล้อมบ้านศิลา มีหลุมซิกเนเจอร์ 2 หลุมที่มองเห็นได้จากพื้นที่ด้านหลังของบ้าน สนามกอล์ฟแห่งนี้ไม่เพียงสวยงามแต่ยังผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์ความสงบและเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้ที่รักกอล์ฟ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งบาร์เครื่องดื่ม พื้นที่เก็บไวน์ และกรีนพัตกอล์ฟส่วนตัว
ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้แข็งแกร่งและมีความส่วนตัวสูงจากภายนอก ด้วยการใช้วัสดุหินและโทนสีเข้มที่สื่อถึงความสงบ มั่นคง แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายในกลับเต็มไปด้วยความสดใสและอบอุ่น ช่องเปิดและผนังกระจกที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ทำให้แสงธรรมชาติไหลเวียนเข้ามาในบ้านได้อย่างเต็มที่ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น มีชีวิตชีวา และเชื่อมโยงไปกับสวน ต้นไม้ และวิวทิวทัศน์อันร่มรื่นโดยรอบ
บันไดวนใช้วัสดุเช่นเหล็กและโลหะที่กลมกลืนกับหินและไม้โดยรอบ เพิ่มความงามให้กับบ้าน โดยมีหน้าที่เชื่อมต่อพื้นที่ศาลาหลังบ้านขึ้นไปยังมูนเทอร์เรส (Moon Terrace) ด้านบนอย่างกลมกลืน สร้างการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกบ้าน
ภายในบ้านยังมีพื้นที่พิเศษที่เรียกว่า พื้นที่กึ่งภายนอก หรือ Semi-Outdoor Space ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างเชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านและธรรมชาติภายนอก มีสระว่ายน้ำและลานพักผ่อนที่ช่วยเสริมบรรยากาศของการพักผ่อนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผสมผสานการใช้งานระหว่างพื้นที่ในร่มและกลางแจ้งได้อย่างลงตัว ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและการใช้งานจริง
In Praise of Shadows
เยิรเงาสลัว
นอกจากแสงธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว แสงไฟฟ้าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แสงสว่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนเท่านั้น แต่ลักษณะของแสงไฟ ทั้งเฉดสี ความเข้ม แนวของแสง ล้วนส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน อย่างแสงในบ้านศิลาที่ดูละเมียดละไม ให้ความอบอุ่นแก่วัสดุ รวมถึงเงาก็ถูกหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียวกับบ้านเช่นเดียวกัน
แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านแผงบังแดดหรือแผงระแนงไม้ ทำให้เกิดลวดลายของเงาที่ทอดผ่านพื้นและผนังภายในบ้าน เกิดเป็นความสวยงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของวัน เงาที่เกิดขึ้นในตอนเช้าอาจจะเป็นเส้นตรงที่คมชัด ในขณะที่เงาในตอนบ่ายอาจจะนุ่มนวลและเบลอ การเคลื่อนไหวของแสงและเงาตลอดทั้งวัน ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างและน่าสนใจให้กับพื้นที่ภายในบ้าน ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงกับภายนอก
แสงไฟแบบซ่อน (Indirect Lighting) ถูกนำมาใช้บริเวณเพดานและผนังเพื่อเน้นโครงสร้างของอาคารให้ชัดเจน ส่วนไฟที่ซ่อนไว้ใต้ขั้นบันไดไม้นั้น นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหราแล้ว ยังช่วยให้ใช้งานบันไดได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย
ช่องเปิดขนาดใหญ่บนเพดาน ช่วยนำแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างทั่วถึง ลดการใช้แสงประดิษฐ์ในช่วงกลางวัน ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง สบาย โทนแสงที่เลือกใช้เป็น Warm White หรือแสงโทนอุ่น สร้างความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และเหมาะแก่การพักผ่อน ช่วยลดความแข็งกระด้างของวัสดุหินและกระเบื้อง ทำให้ภาพรวมดูอบอุ่น-สบายตา
Skylight หรือ Light Well ช่องแสงชนิดนี้ถูกออกแบบไว้บนหลังคาหรือเพดานอาคารเพื่อรับแสงธรรมชาติจากด้านบนโดยตรง ช่วยนำแสงอาทิตย์ลงสู่พื้นที่ภายในบ้าน ทำให้พื้นที่ดูสว่าง โปร่งโล่ง และช่วยประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าในเวลากลางวัน นอกจากนี้ Skylight ยังช่วยสร้างมิติแสงเงาที่สวยงาม ทำให้พื้นที่ภายในดูมีชีวิตชีวาและเปลี่ยนแปลงบรรยากาศไปตามช่วงเวลาของวัน
เงาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่ เงาที่ทอดผ่านช่องเปิดทรงกลม บนเพดานเกิดเป็นเส้นสายที่สวยงามบนผนังหินและพื้นไม้ มีลักษณะเฉพาะตัว ด้วยรูปทรงโค้งมน ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงของแสงอาทิตย์ และรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เงาที่ทอดมายังต้นไม้ทำให้ต้นไม้โดดเด่นขึ้นในพื้นที่กลายเป็นจุดโฟกัสที่สวยงาม
แสงไฟซ่อนและเงาที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ ของบ้าน เช่น เสา ชายคา และช่องเปิด ช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ เงาเหล่านี้ยังช่วยเน้นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม สร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และหรูหรา รวมถึงกำหนดพื้นที่ใช้งานต่างๆ ได้อย่างกลมกลืน โดยรวมแล้ว การออกแบบแสงและเงาในบ้านศิลาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร และมีเสน่ห์นั่นเอง
Material Of Sila House
วัสดุของบ้านศิลา
วัสดุของบ้านศิลา ถูกเลือกใช้อย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างบรรยากาศที่แข็งแกร่ง มั่นคง แต่ยังคงความอบอุ่นและเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว มีวัสดุที่โดดเด่นหลักๆ ดังนี้
หินธรรมชาติ ถูกนำมาใช้กับผนังทั้งภายในและภายนอก เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง มั่นคง และสงบ พื้นผิวของหินยังช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อมีแสงธรรมชาติตกกระทบ ทำให้เกิดลวดลายที่สวยงาม คล้ายถ้ำ
กระเบื้องที่ใช้เป็นกระเบื้องผิวด้านในโทนสีธรรมชาติที่เรียบง่ายแต่หรูหรา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและง่ายต่อการดูแลรักษา มีวัสดุผิวพิเศษ เช่น วีเนียร์ไม้วอลนัท หรือวีเนียร์หิน ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งภายใน ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดูทันสมัยและอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
สวนใช้กรวด หินกาบ และพืชพรรณต่างๆ ถูกใช้จัดแต่งสวนรอบๆ บ้านเพื่อสร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติ และเสริมบรรยากาศของบ้านให้มีความสงบและผ่อนคลายมากขึ้น
ไม้ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งพื้น ประตู ผนัง รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เพื่อสร้างความอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ
ไม้ช่วยลดความแข็งกระด้างของวัสดุหินและกระจก แผงระแนงบังแดดไม้ (Louvered Screen Facade) ช่วยควบคุมแสงแดดและความร้อน โดยสามารถปรับระดับการเปิด-ปิดได้ ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูนุ่มนวล อบอุ่น และเป็นกันเองมากขึ้น
กระจกบานใหญ่ช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับภายนอก ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง สบาย และได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่
กระจกยังมีบทบาทในการสะท้อนธรรมชาติภายนอก ทำให้บ้านดูกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม
ส่วนโลหะและเหล็ก ถูกนำมาใช้ในโครงสร้าง เช่น บันไดวน และราวกันตก ช่วยให้บ้านดูทันสมัย แข็งแรง และมีความโปร่งเบา สีสันและพื้นผิวของโลหะยังช่วยเน้นรายละเอียดการออกแบบให้ดูโดดเด่นขึ้น
เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีดีไซน์โปร่งเบา โซฟาไม้ระแนงที่มาพร้อมกับเบาะสีเทาเข้ม ช่วยให้เกิดความสมดุลระหว่างความอบอุ่นของไม้และความโมเดิร์นของโทนสี โต๊ะและสตูลไม้ที่ให้พื้นผิวสัมผัสจากธรรมชาติ ช่วยให้พื้นที่ดูสบายตาและเป็นกันเอง ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นฉากหลังช่วยเพิ่มความร่มรื่น ทำให้เกิดความกลมกลืนระหว่างงานออกแบบและธรรมชาติ
สุดท้ายนี้ โครงการนี้ยังคำนึงถึงความง่ายในการบำรุงรักษา วัสดุที่ถูกเลือกใช้ทั้งหมดมีคุณสมบัติที่ต้องการการดูแลรักษาไม่ยาก เช่น การเลือกใช้เหล็กที่ผ่านการเคลือบป้องกันสนิม และการใช้ไม้ที่ผ่านการอบและเคลือบน้ำยากันเชื้อรา ซึ่งช่วยให้โครงการมีความทนทานและดูแลรักษาง่ายในระยะยาวด้วย
Project Name: Sila House
Office Name: JUTI architects
Completion Year: 2024
Gross Built Area (m2/ ft2): 970 sq.m
Project Location: Pathum Thani, Thailand
Team : Lead Architect: Juti Klipbua , Architect: Sarayuth Noitha
Photographer : Peerapat Wimolrungkarat
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance