Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ในโลกของงานออกแบบ ที่มีเส้นบางๆ ระหว่าง “การรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร” กับ “การรู้มากเกินไปจนไม่กล้าลองสิ่งใหม่” นี่คือปรัชญาการสร้างสมดุลการทำงานของ Tom Dixon ดีไซเนอร์ระดับโลก ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต และฝากผลงานอันโดดเด่นไว้ในประวัติศาสตร์การออกแบบยุคใหม่
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าผลงาน คือเบื้องหลังแนวคิดของดีไซเนอร์ผู้ไม่เคยหยุดทดลอง วันนี้ Dsign Something ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับ Tom Dixon แบบตัวต่อตัว เราเลยอยากเจาะลึกถึงเบื้องหลังวิถีคิด การสร้างสรรค์ผลงาน และความท้าทายในอาชีพดีไซน์เนอร์ของเขา เพื่อถอดบทเรียนสร้างแรงบันดาลใจให้ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ได้เรียนรู้ไปด้วยกัน
ทำความรู้จักกับ Tom Dixon ดีไซน์เนอร์หัวขบถแห่งโลกดีไซน์
หากพูดถึงนักออกแบบที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งบ้านระดับโลก Tom Dixon คงเป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ด้วยสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น ไม่เดินตามขนบเดิมๆ และแนวคิดที่ท้าทายกรอบความคิดแบบดั้งเดิม ทำให้เขาได้รับการยกย่องในฐานะ “ดีไซน์เนอร์หัวขบถ” ที่เปลี่ยนแปลงวงการออกแบบไปตลอดกาล
Tom Dixon เกิดที่เมือง Sfax ประเทศตูนิเซีย ก่อนจะย้ายไปเติบโตทางตอนเหนือของอังกฤษ เส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นดีไซน์เนอร์โดยตรง แต่เริ่มจากความหลงใหลในงาน เซรามิก เรียนรู้จากการฝึกฝน เน้นครูพักรักจำสร้างผลงานออกแบบอย่างไม่ย่อท้อ จนได้รับโอกาสเข้าศึกษาที่ Chelsea School of Art ทว่าด้วยความขบถในสายเลือด เขากลับเลือกเดินออกจากเส้นทางการศึกษา ไปเป็นนักดนตรีฟังก์-ดิสโก้ เปลี่ยนตัวเองไปโลดแล่นอยู่ในวงการเพลงอยู่ระยะหนึ่ง แม้ชีวิตจะนำพาเขาไปสนใจเรื่องอื่นๆ แต่มันก็เป็นการ Connect The Dots ให้กับความรู้ที่เขามีได้เป็นอย่างดี เพราะอิทธิด้านเสียงดนตรีและจังหวะอันสนุกสนานนี้เอง ที่ปลูกฝังแนวคิดสร้างสรรค์แบบไร้กรอบให้กับเขา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้เดินทางไปแสดงดนตรีที่ นิวยอร์ก และบังเอิญได้สัมผัสโลกของการออกแบบ ผ่านงานเชื่อมเหล็ก สิ่งนี้จุดประกายให้กับ Tom Dixon เริ่มทดลองออกแบบและสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์ด้วยเทคนิคอุตสาหกรรมแบบดิบๆ ใช้วัสดุแปลกใหม่ พร้อมท้าทายทุกกฎเกณฑ์ของงานออกแบบแบบเดิมๆ จนกลายเป็น Signature ส่วนตัวที่แปลกใหม่และฉีกกรอบความสวยงามแบบเดิมๆ สำเร็จ
เมื่อดีไซน์กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก จากการทดลองในโรงเชื่อมเหล็กเล็กๆ สู่การถูกจดจำในฐานะแบรนด์ดีไซน์แห่งยุคสมัย ส่งผลให้แบรนด์ Tom Dixon เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายในกว่า 90 ประเทศ และมีสตูดิโอออกแบบในเมืองสำคัญอย่าง ลอนดอน, มิลาน, ฮ่องกง, นิวยอร์ก และโตเกียว
ผลงานของเขามีความโดดเด่นในด้าน เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และของตกแต่งบ้าน ที่ใช้เทคนิคการผลิตอันล้ำสมัย ผสมผสานกับวัสดุที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะผลงานจาก “โลหะและพลาสติก” ทำให้เขากลายเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมงานออกแบบที่เปลี่ยนโฉมวงการ
ความสำเร็จนี้เองทำให้ Tom Dixon เป็นไซน์เนอร์ที่ได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE (Officer of the Most Excellent Order of the British Empire) จาก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และล่าสุดในปี 2023 เขาได้รับการยกย่องจาก กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ CBE (Commander of the Most Excellent Order of the British Empire) เพื่อเป็นการเชิดชูความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขาในโลกแห่งการออกแบบ
Dsign Something: แนวคิดในการทำงานและการใช้ชีวิต ในฐานะดีไซน์เนอร์ของคุณคืออะไร?
Tom Dixon: “การรักษาสมดุลระหว่าง “รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร” กับ “ไม่รู้มากจนเกินไป” เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าคุณรู้มากเกินไป บางทีมันอาจทำให้คุณหยุดคิด หยุดกล้าที่จะเสี่ยง”
สิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุลที่พอดีระหว่างการรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ กับการไม่รู้มากเกินไปจนทำให้เราไม่กล้าคิดหรือไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆ
ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการเชื่อมั่นในไอเดียของตัวเอง เพราะจะมีคนมากมายพยายามบอกให้คุณหยุดทำในสิ่งที่คุณเชื่อ ยิ่งคุณเรียนรู้มากขึ้น บางครั้งมันกลับยิ่งทำให้ทุกอย่างยากขึ้น เพราะฉะนั้น การคงไว้ซึ่งความไร้เดียงสา ความกล้าหาญ และการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดฟังความคิดเห็นของคนอื่น เป็นสิ่งสำคัญ
Dsign Something: บทเรียนที่สำคัญที่สุดที่คุณได้เรียนรู้ตลอดอาชีพดีไซเนอร์คืออะไร?
Tom Dixon: ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือการเชื่อมั่นในไอเดียของตัวเอง เพราะจะมีคนมากมายพยายามบอกให้คุณหยุดทำในสิ่งที่คุณเชื่อ ยิ่งคุณเรียนรู้มากขึ้น บางครั้งมันกลับยิ่งทำให้ทุกอย่างยากขึ้น เพราะฉะนั้น การคงไว้ซึ่งความไร้เดียงสา ความกล้าหาญ และการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุดฟังความคิดเห็นของคนอื่น เป็นสิ่งสำคัญ
ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของการฟังตัวเองมากกว่าฟังเทรนด์ ผมสนใจในวัสดุ ผมชอบความดิบของโลหะ ชอบทดสอบขีดจำกัดของสิ่งที่สามารถทำได้ ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องทำงานออกมาให้ “สวย” ในแบบที่ใครๆ คาดหวัง ผมแค่ทำสิ่งที่รู้สึกว่ามันน่าสนใจ
หลายคนคิดว่าสไตล์เป็นสิ่งที่คุณต้องหาให้เจอ แต่สำหรับผม มันคือผลลัพธ์ของการทำซ้ำๆ ทดลองซ้ำๆ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ พอทำไปเรื่อยๆ คุณจะเริ่มเห็นรูปแบบบางอย่างที่เป็นของคุณเองโดยธรรมชาติ
ผมอยากบอกว่า อย่ารอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนที่จะเริ่มลงมือ โลกออกแบบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่ๆ วัสดุใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ มันมาเร็วมาก ถ้าคุณมัวแต่รอให้ทุกอย่างเข้าที่ คุณจะพลาดโอกาสสำคัญ
และที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากลัวที่จะไม่รู้ เพราะถ้าคุณรู้ทุกอย่างล่วงหน้า มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับความเซอร์ไพรส์ หรือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด ซึ่งบางครั้งนั่นคือจุดที่ไอเดียที่ดีที่สุดเกิดขึ้น
Dsign Something: แล้วถ้าจะให้แนะนำดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่เรื่องหนึ่ง คุณอยากแนะนำเรื่องอะไรจากประสบการณ์ของคุณ?
Tom Dixon: คำแนะนำของผมคือ อย่าพยายามเป็นเหมือนใคร เพราะความเป็นเอกลักษณ์ของคุณมาจากรากเหง้า เครือข่ายที่คุณสร้างขึ้น และอิทธิพลรอบตัวคุณ รวมถึงความสนใจของคุณนอกเหนือจากงานออกแบบ
หากคุณอยู่ในประเทศไทย คุณมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง มีความละเอียดอ่อนทางศิลปะ และมีประวัติศาสตร์ด้านศิลปะและการออกแบบที่ยาวนาน แม้แต่ในเรื่องของการใช้งานพื้นฐาน เช่น วิธีการทำอาหาร หรือวิธีการเข้าสังคม ก็มีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น นี่คือข้อได้เปรียบที่ดีมาก
ประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งผลิตงานฝีมือที่แท้จริง คุณมีความใกล้ชิดกับหัตถศิลป์ มีช่างฝีมือที่ยังคงทำตะกร้าสานผลงดงาม ผลิตสิ่งทอชั้นเยี่ยม ตัดเย็บเสื้อผ้าได้อย่างประณีต และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยมือ และผู้คนในปัจจุบันก็ให้ความสนใจในความแตกต่างและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ
Dsign Something: บทบาทของนักออกแบบเปลี่ยนไปอย่างไรในโลกที่หมุนเร็วขึ้น?
Tom Dixon: ทุกวันนี้ ความเร็วในอุตสาหกรรมงานออกแบบมีมากขึ้นในด้านการสื่อสาร ปัญญาประดิษฐ์ และการออกแบบดิจิทัล เทคโนโลยีและความคาดหวังของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นักออกแบบจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกที่หมุนเร็วขึ้น ต้องเข้าใจว่างานออกแบบไม่ได้จำกัดแค่การสร้างวัตถุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบประสบการณ์ ระบบ และวิธีที่ผู้คนโต้ตอบกับสิ่งรอบตัว
สำหรับผม ธุรกิจการออกแบบ เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะบางอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่บางอย่างแทบไม่เปลี่ยนเลยเป็น 100 ปี เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นต้องดีไซน์เปลี่ยนตามเทรนด์ทุกปี และในขณะเดียวกัน เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นก็อาจเปลี่ยนแปลงทุก 100 ปี นั่นขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้คนเป็นสำคัญ
แต่แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผมยังเชื่อว่าแก่นแท้ของการออกแบบยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการเข้าใจผู้คน สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่า และออกแบบสิ่งที่สามารถอยู่ได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่ตามกระแสที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา
เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon เยือนประเทศไทยครั้งแรก
MOTIF ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ Tom Dixon ไลท์ติ้งเฟอร์นิเจอร์ ในประเทศไทยมากว่า 13 ปี เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon ดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกสู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ซึ่งการเยือนครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกจะได้พบปะกับเหล่าคนรักงานออกแบบชาวไทย พร้อมเปิดตัว Tom Dixon Experience แห่งแรกในประเทศไทย นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ และของแต่งบ้านดีไซน์โดดเด่นจากหลากหลายคอลเลคชั่นมาให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ณ MOTIF ชั้น 4 ศูนย์การค้า Central Embassy ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดของความคิดที่ร่วมสมัยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance